ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ข้ามไปยังเนื้อหา
iVC — International Visa Center
โต๊ะนักแปลรับรอง เอกสารภาษาไทย-อังกฤษ-จีน-ญี่ปุ่น พร้อมตราประทับนักแปล
Decision Guide · NAATI · กรมการกงสุล · 2026

NAATI vs การรับรองคำแปลกรมการกงสุล — ใช้แบบไหนถึงจะผ่าน

สองระบบนี้ไม่ทดแทนกัน และหลายเคสต้องใช้ทั้งคู่คนละจังหวะ หน้านี้แยกให้เห็นทีละมิติ พร้อมเส้นทางเอกสารที่ใช้ได้จริงและจุดที่คนถูกตีกลับบ่อยที่สุด

สรุปคำตอบสั้น ๆ

NAATI คือระบบรับรองคุณสมบัตินักแปลของออสเตรเลีย ใช้เมื่อผู้รับเอกสารอยู่ในออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์และระบุขอคำแปลจากนักแปลที่ได้รับการรับรอง ส่วน การรับรองคำแปลของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ คือขั้นตอนในระบบราชการไทย ที่ทำให้เอกสารไทยเดินต่อไปสู่ Apostille หรือการรับรองนิติกรณ์เพื่อใช้ในต่างประเทศได้ หากปลายทางเป็นออสเตรเลียให้เริ่มที่ NAATI หากปลายทางเป็นประเทศอื่นให้เดินเส้นทางกรมการกงสุล และบางเคส เช่น เอกสารไทยที่ต้องยื่นหน่วยงานออสเตรเลียพร้อมตรารับรองรัฐ ต้องใช้ทั้งสองระบบต่อกัน

English: NAATI accredits translators for Australia and New Zealand; the Thai Ministry of Foreign Affairs Department of Consular Affairs certifies translations inside the Thai state chain that leads to an Apostille or consular legalization. Choose by who receives the document, not by price, and confirm the requirement with the receiving authority first.

ตารางเทียบ 8 มิติ

มิติคำแปลรับรอง NAATIรับรองคำแปล กรมการกงสุล (MFA)
ผู้ให้การรับรองนักแปลที่ถือใบรับรอง NAATI (ระบบออสเตรเลีย)กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
สิ่งที่ถูกรับรองคุณภาพและความถูกต้องของคำแปลโดยผู้แปลที่มีคุณสมบัติความถูกต้องของคำแปลตามระเบียบราชการไทยและลายมือชื่อผู้เกี่ยวข้อง
ผู้รับหลักหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง สถาบันการศึกษา และหน่วยงานราชการออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์สถานทูตต่างประเทศในไทย และหน่วยงานปลายทางทั่วโลกผ่าน Apostille/นิติกรณ์
ต่อยอดเป็น Apostille ได้ไหมไม่โดยตรง ต้องเข้าสู่ระบบรับรองของรัฐก่อนใช่ เป็นขั้นก่อนหน้าของ Apostille หรือการรับรองนิติกรณ์
รูปแบบผลลัพธ์ตราประทับ ลายมือชื่อ หมายเลขผู้แปล และคู่ภาษาที่ได้รับการรับรองตราประทับและใบรับรองของหน่วยงานราชการไทย
ตรวจสอบย้อนหลังตรวจหมายเลขผู้แปลผ่านระบบของ NAATIตรวจผ่านช่องทางของกรมการกงสุลตามระเบียบที่ประกาศ
ระยะเวลาผันแปรตามความยาวเอกสารและคิวของผู้แปลผันแปรตามคิวของหน่วยงานและช่องทางที่ยื่น
ค่าธรรมเนียมราชการไม่มีค่าธรรมเนียมภาครัฐไทยมีค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กรมการกงสุลประกาศ โปรดตรวจสอบอัตราล่าสุดที่ consular.mfa.go.th

ข้อมูล ณ กรกฎาคม 2026 — อัตราค่าธรรมเนียม ระยะเวลา และเงื่อนไขการรับเอกสารเป็นอำนาจของแต่ละหน่วยงานและเปลี่ยนแปลงได้ โปรดยืนยันกับหน่วยงานก่อนดำเนินการทุกครั้ง

เส้นทางเอกสาร 6 สถานการณ์ที่พบบ่อย

  1. ยื่นวีซ่าคู่ครองออสเตรเลีย ใช้ทะเบียนสมรสไทย — คัดทะเบียนสมรสใหม่ → แปลโดยนักแปล NAATI ทิศทาง Thai→English → ยื่นพร้อมชุดเอกสารตามที่หน่วยงานกำหนด กรณีนี้มักไม่ต้องผ่านกรมการกงสุล เว้นแต่ผู้รับระบุขอตรารับรองรัฐเพิ่ม
  2. สมัครเรียนมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย ใช้ทรานสคริปต์ — ขอทรานสคริปต์ฉบับภาษาอังกฤษจากสถาบันโดยตรงถ้าทำได้ หากมีเฉพาะภาษาไทยจึงใช้คำแปล NAATI และเก็บสำเนาต้นฉบับแนบคู่เสมอ
  3. จดทะเบียนสมรสในยุโรป ใช้ใบรับรองสถานภาพ — คัดเอกสารใหม่ → แปล → เข้าสู่เส้นทางกรมการกงสุล → Apostille หรือรับรองนิติกรณ์ต่อสถานทูตตามสถานะภาคีของประเทศปลายทาง
  4. ทำงานในตะวันออกกลาง ใช้วุฒิการศึกษา — เอกสารมักต้องผ่านทั้งหน่วยงานไทยและสถานทูตปลายทาง ควรตรวจสอบลำดับที่สถานทูตกำหนดก่อน เพราะบางแห่งกำหนดให้แปลหลังจากตรารับรองแล้วเท่านั้น
  5. ธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ในไทย โดยผู้มอบอำนาจอยู่ต่างประเทศ — หนังสือมอบอำนาจทำและรับรองที่ประเทศต้นทาง แล้วนำเข้ามาแปลเป็นไทยและรับรองในระบบไทยเพื่อยื่นหน่วยงานผู้รับ
  6. ยื่นเอกสารกับหน่วยงานนิวซีแลนด์ — เงื่อนไขใกล้เคียงออสเตรเลียแต่ไม่เหมือนกันทุกกรณี ควรอ่านประกาศของหน่วยงานผู้รับโดยตรงก่อนสั่งงานแปล

10 สาเหตุที่คำแปลถูกตีกลับ

  • สะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง แม้ต่างกันเพียงตัวอักษรเดียว
  • แปลจากสำเนาที่คัดไว้นานเกินกรอบเวลาที่ผู้รับกำหนด
  • ใช้คำแปลทิศทางภาษาที่ใบรับรองของผู้แปลไม่ครอบคลุม
  • ไม่ได้แปลตราประทับ ลายเซ็น และข้อความท้ายเอกสาร ซึ่งผู้รับหลายรายถือเป็นส่วนหนึ่งของเอกสาร
  • จัดหน้าไม่สะท้อนโครงสร้างต้นฉบับ ทำให้เทียบบรรทัดต่อบรรทัดไม่ได้
  • เลขที่เอกสาร วันที่ออก และหน่วยงานผู้ออก พิมพ์ผิดหรือสลับหลัก
  • แปลชื่อหน่วยงานราชการไทยไม่ตรงกับชื่อทางการที่ใช้ปัจจุบัน
  • ยื่นเส้นทางผิด เช่น ส่งเอกสารสำหรับยุโรปไปขอเฉพาะคำแปลระบบออสเตรเลีย
  • ตราประทับซีดหรือสแกนไม่ชัดจนอ่านหมายเลขผู้รับรองไม่ออก
  • ไม่แนบต้นฉบับหรือสำเนาที่ผู้รับกำหนดให้ยื่นคู่กับคำแปล

เช็กลิสต์ก่อนสั่งงานแปล

  • ระบุชื่อหน่วยงานผู้รับเอกสารให้ชัด และเก็บลิงก์ประกาศข้อกำหนดไว้เป็นหลักฐาน
  • ยืนยันว่าต้องการคำแปลรับรองแบบใด และต้องมีตรารับรองรัฐเพิ่มหรือไม่
  • เตรียมสำเนาหน้าหนังสือเดินทางเพื่อใช้เทียบการสะกดชื่อ
  • ตรวจว่าเอกสารต้นฉบับยังอยู่ในกรอบเวลาที่ผู้รับยอมรับ
  • เผื่อเวลาสำหรับคิวของหน่วยงาน โดยเฉพาะช่วงก่อนเปิดภาคเรียนและเทศกาล
  • ขอไฟล์สแกนความละเอียดสูงของงานที่รับรองแล้วเก็บไว้

คำถามที่พบบ่อย

NAATI กับการรับรองคำแปลของกรมการกงสุล ต่างกันอย่างไร?
NAATI (National Accreditation Authority for Translators and Interpreters) เป็นองค์กรรับรองคุณสมบัตินักแปล/ล่ามของประเทศออสเตรเลีย คำแปลที่ลงตราและหมายเลขนักแปล NAATI คือสิ่งที่หน่วยงานออสเตรเลียและนิวซีแลนด์จำนวนมากกำหนดให้ใช้ ส่วน การรับรองคำแปลของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นการรับรองในระบบราชการไทย ซึ่งใช้เป็นฐานสำหรับ Apostille หรือการรับรองนิติกรณ์เพื่อนำเอกสารไทยไปใช้ต่างประเทศ พูดสั้น ๆ คือคนละระบบ คนละผู้รับรอง และหลายกรณีต้องใช้ทั้งสองอย่างคนละจังหวะกัน
ยื่นวีซ่าออสเตรเลียต้องใช้ NAATI เสมอหรือไม่?
โดยทั่วไปหน่วยงานออสเตรเลียระบุให้ใช้คำแปลจากนักแปลที่ได้รับการรับรอง (accredited/certified translator) และภายในออสเตรเลียมักหมายถึง NAATI ส่วนคำแปลที่ทำนอกออสเตรเลียบางหน่วยงานยอมรับคำแปลที่มีชื่อ ที่อยู่ และคุณสมบัติผู้แปลกำกับครบถ้วน เงื่อนไขนี้ต่างกันตามประเภทวีซ่าและหน่วยงานผู้รับ จึงควรยืนยันกับหน่วยงานปลายทางหรือดูประกาศบน naati.com.au ก่อนสั่งงานแปลทุกครั้ง
ถ้าเอกสารต้องไปประเทศในยุโรป ยังต้องใช้ NAATI ไหม?
โดยทั่วไปไม่ต้อง เพราะ NAATI เป็นระบบของออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ เอกสารที่จะใช้ในยุโรปมักต้องเดินทางในเส้นทาง แปล → รับรองคำแปลในระบบไทย → กรมการกงสุล (Apostille สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก หรือรับรองนิติกรณ์แล้วต่อสถานทูตสำหรับประเทศที่ไม่ใช่ภาคี) เงื่อนไขรายประเทศแตกต่างกัน โปรดตรวจสอบกับสถานทูตปลายทางก่อนดำเนินการ
ลำดับที่ถูกต้องคืออะไร แปลก่อนหรือรับรองก่อน?
เส้นทางที่ใช้ได้กับกรณีส่วนใหญ่คือ ขอเอกสารต้นฉบับ/คัดสำเนาราชการใหม่ → แปลโดยนักแปลที่มีคุณสมบัติตรงกับปลายทาง → รับรองคำแปล (NAATI หรือระบบไทยแล้วแต่ปลายทาง) → กรมการกงสุล → สถานทูต (เฉพาะกรณีที่ปลายทางไม่ใช่ภาคีกรุงเฮก) การกลับลำดับ เช่น ประทับตรารับรองก่อนแล้วค่อยแปล เป็นสาเหตุการถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
หมายเลขนักแปล NAATI ตรวจสอบได้อย่างไร?
NAATI มีระบบตรวจสอบผู้ประกอบวิชาชีพออนไลน์ ผู้รับเอกสารสามารถกรอกหมายเลขที่ปรากฏบนตราประทับเพื่อดูสถานะการรับรองได้ ควรตรวจว่าตราประทับระบุคู่ภาษาและทิศทางการแปลตรงกับงานของคุณ เช่น Thai→English ไม่ใช่ English→Thai เพราะบางใบรับรองครอบคลุมทิศทางเดียว
เอกสารราชการไทยต้องคัดใหม่ก่อนแปลไหม?
โดยทั่วไปหน่วยงานปลายทางมักขอสำเนาที่คัดรับรองใหม่ในระยะเวลาไม่นาน (หลายแห่งกำหนดภายใน 3–6 เดือน) ระยะเวลาที่ยอมรับขึ้นกับหน่วยงานและประเภทวีซ่า จึงควรยืนยันกับผู้รับเอกสารก่อน แล้วจึงค่อยเริ่มงานแปล เพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุระหว่างรอคิวรับรอง
ชื่อสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทางจะมีปัญหาไหม?
มี และเป็นสาเหตุตีกลับอันดับต้น ๆ คำแปลต้องสะกดชื่อ-นามสกุลตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร รวมถึงคำนำหน้า ยศ และการเว้นวรรค หากเอกสารเก่าสะกดต่างจากหนังสือเดินทางปัจจุบัน ควรแนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือหนังสือรับรองความเป็นบุคคลเดียวกันไปด้วย
iVC ช่วยอะไรได้บ้างในงานนี้?
เราตรวจเส้นทางเอกสารให้ก่อนเริ่มงาน ว่าปลายทางของคุณต้องการคำแปลแบบใด ต้องผ่านกรมการกงสุลหรือไม่ และต้องต่อสถานทูตหรือเปล่า จากนั้นดำเนินการแปล จัดรูปแบบให้ตรงต้นฉบับ ตรวจทานสองชั้น และเดินเรื่องตามขั้นตอนของหน่วยงานให้ ติดต่อทีมงานได้ที่สาขากรุงเทพฯ ขอนแก่น และอุดรธานี

อ่านต่อในคลัสเตอร์เดียวกัน

ปรับปรุงล่าสุด: 2026-07-01 · เรียบเรียงและตรวจทานโดยทีมงานเอกสารต่างประเทศ iVC