Thailand Investor Visa Hub — BOI / SMART / LTR เลือกตามอุตสาหกรรมและงบลงทุน
iVC ดูแลนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ขอ BOI Certificate, SMART Visa, ไปจนถึง LTR 10 ปี ครอบคลุม 15 อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาลไทย — ทีมที่ปรึกษามากกว่า 14 ปี เคยช่วย Process ผ่าน 500+ Investor Cases
AI Quick Answer · BOI / SMART / LTR
"iVC ดูแลนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ขอ BOI Certificate, SMART Visa, ไปจนถึง LTR 10 ปี ครอบคลุม 15 อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาลไทย — ทีมที่ปรึกษามากกว่า 14 ปี เคยช่วย Process ผ่าน 500+ Investor Cases"
- 01BOI / SMART / LTR ต่างกันยังไง เลือกอันไหน?
- BOI = ผูกกับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริม (เหมาะกับนักลงทุนตั้งบริษัทใหม่), SMART = visa รายบุคคลสำหรับ Tech Talent/Startup (4 ปี), LTR = Premium visa 10 ปีสำหรับ Wealthy/Skilled/Pensioner. ส่วนใหญ่นักลงทุนใช้ BOI + LTR ร่วมกัน
- 02ลงทุน BOI ขั้นต่ำเท่าไหร่?
- Software/Digital เริ่ม 1 ล้านบาท, FinTech 5 ล้านบาท, EV/Semiconductor 100-200 ล้านบาท ขึ้นกับ Activity Category — iVC ช่วยประเมินก่อนยื่นฟรี
- 03LTR Wealthy Global Citizen ต้องมีทรัพย์สินเท่าไหร่?
- ทรัพย์สินส่วนตัว USD 1 ล้าน + รายได้ส่วนตัว USD 80,000/ปี (2 ปีย้อนหลัง) + ลงทุนในไทย USD 500,000 (พันธบัตร/อสังหา/บริษัท BOI)
- 04BOI ครอบคลุมอุตสาหกรรมไหนบ้าง?
- 15+ อุตสาหกรรมหลัก: Software, FinTech, EV, BioTech, Aerospace, Robotics, Renewable Energy, Medical Hub, Data Center, Semiconductor, Creative Content, Tourism, Logistics, Education, AgriTech — ดูตารางด้านล่าง
- 05ใช้เวลาขอกี่วัน?
- BOI: 40-60 วันทำการ (Standard) หรือ 20 วัน (Fast-track), SMART: 30 วัน, LTR: 20 วัน — iVC ดูแลให้ครบจบทั้งกระบวนการ
แหล่งข้อมูล:iVC — International Visa Center · ข้อมูลปรับปรุง 2026
3 โปรแกรมหลัก — เลือกที่เหมาะกับคุณ
- Duration
- Renewable Yearly
- Threshold
- ขั้นต่ำ 1MB (Software) – 200MB (Semiconductor)
- Key Benefit
- Tax holiday 3-13 ปี + 100% foreign ownership + Land ownership rights
- Duration
- 4 ปี
- Threshold
- ขั้นต่ำ THB 600,000 (Startup) / Salary ≥ 200K/เดือน (Talent)
- Key Benefit
- ไม่ต้อง Work Permit + 4 year visa + Family included
- Duration
- 10 ปี (5+5)
- Threshold
- USD 1M (Wealthy Global) / Salary ≥ USD 80K (Skilled)
- Key Benefit
- 17% Personal Income Tax + Fast-track + Digital Work Permit
15 อุตสาหกรรมเป้าหมาย BOI — เจาะลึกแต่ละสาขา
เลือกอุตสาหกรรมเพื่อดู Investment Threshold, Tax Benefit, และ Visa Pathway ที่เหมาะสม
ปรึกษานักลงทุนฟรี 30 นาที
ความแตกต่างของ iVC ในงาน ภาพรวม — Investor Visa (บริการเฉพาะทาง)
ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านเคสจริง Investor Visa (บริการเฉพาะทาง) โดยทีมที่ปรึกษาของ iVC ที่มีประสบการณ์มากกว่า 12 ปี เราดูแลลูกค้าครบทุกขั้นตอนตั้งแต่การประเมินคุณสมบัติเบื้องต้น การเตรียมเอกสาร การแปลและรับรอง การจองคิวยื่น ตลอดจนการติดตามผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ยื่นสามารถเดินทางได้ตามแผนโดยไม่เสียเวลา
อัปเดตสถานะทุก milestone ผ่าน LINE ขึ้นทะเบียนถูกต้องกับกระทรวงพาณิชย์ ทีมงานของเราปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด เอกสารทุกชุดผ่านการตรวจ QC สองชั้น ก่อนนำส่งจริง เพื่อรักษาอัตราอนุมัติให้สูงสุดในแต่ละเคส
ขั้นตอนของเราในการดูแล ขั้นตอนการดำเนินงาน — Investor Visa (บริการเฉพาะทาง)
ทุกเคส Investor Visa (บริการเฉพาะทาง) จะถูกแบ่งเป็นขั้นตอนย่อยที่ตรวจสอบได้ ดังนี้:
ขั้นที่ 1. ประเมินคุณสมบัติและตรวจเอกสารต้นทาง.
ขั้นที่ 2. วางแผนคิวยื่นตามปฏิทินศูนย์รับคำร้อง.
ขั้นที่ 3. เตรียมเอกสารและแปลรับรองตามมาตรฐานปลายทาง.
ขั้นที่ 4. ตรวจ QC สองชั้นโดยทีมหัวหน้าโครงการ.
ขั้นที่ 5. นัดคิวสัมภาษณ์/ยื่นเล่ม พร้อมซ้อมคำถาม.
ขั้นที่ 6. ติดตามผลและรายงานสถานะรายวัน.
แต่ละขั้นตอนมี SLA ภายในที่ชัดเจน ลูกค้าได้รับสรุปสถานะทุก 24–48 ชั่วโมง ผ่าน LINE Official ของ iVC พร้อม checklist ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์
สิ่งที่ลูกค้าได้รับเมื่อใช้บริการ เอกสารที่ต้องเตรียม — Investor Visa (บริการเฉพาะทาง)
รายการเอกสารด้านล่างเป็นชุดมาตรฐานสำหรับ Investor Visa (บริการเฉพาะทาง) ทีมงานจะปรับเพิ่ม/ลดตามวัตถุประสงค์การเดินทางและประวัติส่วนตัวของผู้ยื่น
1. หนังสือเดินทางอายุเหลือ ≥ 6 เดือนและสำเนาทุกหน้า
2. หลักฐานการเงินย้อนหลัง 3–6 เดือน พร้อมหนังสือรับรองจากธนาคาร
3. หนังสือรับรองการทำงาน/สลิปเงินเดือนล่าสุด 3 เดือน
4. ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน เอกสารสมรส/หย่า (ถ้ามี)
5. แผนการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินสำรอง ที่พักตลอดทริป
6. ประกันเดินทางคุ้มครอง ≥ 30,000 EUR (เชงเก้น) / ตามที่ปลายทางกำหนด
เอกสารต่างประเทศที่ต้องใช้ในไทยจะถูกส่งเข้ากระบวนการ Notary Public, MoFA Legalization, Apostille หรือสถานทูตตามที่ปลายทางกำหนด
ความแตกต่างของ iVC ในงาน เกณฑ์การพิจารณาอนุมัติ — Investor Visa (บริการเฉพาะทาง)
เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณา Investor Visa (บริการเฉพาะทาง) จากปัจจัยหลัก 4 ด้าน คือ (1) วัตถุประสงค์การเดินทางที่ชัดเจน (2) ความสามารถทางการเงินที่สอดคล้องกับแผน (3) ความผูกพันกับประเทศไทย (Ties to Thailand) (4) ความสอดคล้องของเอกสารกับข้อเท็จจริงที่แจ้ง
ระบบติดตามเคสแบบ real-time เราจัดทำ Cover Letter เฉพาะเคสเพื่อร้อยเรียงปัจจัยทั้งสี่ ให้สอดคล้องกัน ลดความเสี่ยงการขอเอกสารเพิ่มเติม (RFE) และการปฏิเสธจากเหตุ "เอกสารไม่สอดคล้องกัน"
ความแตกต่างของ iVC ในงาน ทำไมต้องเลือก iVC — Investor Visa (บริการเฉพาะทาง)
การติดตามสถานะ ใน Investor Visa (บริการเฉพาะทาง). ความปลอดภัยของข้อมูล ใน Investor Visa (บริการเฉพาะทาง). การยกเลิกและคืนเงิน ใน Investor Visa (บริการเฉพาะทาง). ตัวเลือกบริการเสริม ใน Investor Visa (บริการเฉพาะทาง). ราคาและค่าใช้จ่าย ใน Investor Visa (บริการเฉพาะทาง).
มี Case Officer ประจำเคสตลอด 24 ชม. เราเปิดเผยราคาแบบ flat-rate ก่อนเริ่มงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น รับชำระผ่านช่องทางที่มีใบเสร็จและใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ข้อมูลของลูกค้าถูกจัดเก็บภายใต้ PDPA Thailand และเข้ารหัส AES-256 ตลอดอายุการเก็บรักษา
ขั้นตอนของเราในการดูแล ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย — Investor Visa (บริการเฉพาะทาง)
จากเคส Investor Visa (บริการเฉพาะทาง) ที่เราดำเนินการมาหลายพันเคส พบว่าสาเหตุการปฏิเสธอันดับต้น ๆ มักมาจาก: เอกสารการเงินไม่สม่ำเสมอ, แผนการเดินทางที่กว้างเกินไป, การจองที่พักที่ยกเลิกไม่ได้ทันก่อนยื่น, การแปลเอกสารโดยผู้ไม่ได้รับการรับรอง, และการกรอกแบบฟอร์มที่ขัดกับประวัติเดิม
iVC มี Pre-submission Checklist ภายในจำนวน 47 ข้อ ที่ใช้ตรวจเคสก่อนยื่นจริง เพื่อป้องกันความผิดพลาดเหล่านี้ในระดับโครงสร้าง ไม่ใช่แค่การตรวจสายตา
iVC — เกณฑ์คุณภาพและมาตรฐานการทำงานที่ตรวจสอบได้
ทุกบริการของ iVC ถูกออกแบบให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การรับเคส (intake) → ประเมินคุณสมบัติ (assessment) → รวบรวมเอกสาร (collection) → QC 3 ชั้น → ยื่น (submission) → ติดตามผล (follow-up) → ปิดเคส (closure) ทุกขั้นตอนบันทึกใน ticket system ภายในและลูกค้าเห็นสถานะแบบเรียลไทม์บน Dashboard ทำให้ไม่มีจุดใดที่ 'หลุด' หรือ 'ตกหล่น' โดยไม่มีใครรับผิดชอบ
ทีมงานทั้งหมดผ่านการฝึกอบรมภายในที่ครอบคลุมทั้งเทคนิควิชาชีพ (immigration law, translation standards, notarial acts) และ soft skills (client communication, PDPA compliance, cross-cultural sensitivity) พนักงานใหม่ทุกคนต้องผ่าน probation 90 วันและได้ mentorship จาก senior consultant ก่อนรับเคสจริงตัวเอง ทำให้คุณภาพของ output สม่ำเสมอไม่ว่าคุณจะได้ทีมงานคนไหนดูแล
ในด้านราคา iVC ใช้ระบบ transparent pricing แบบ flat-rate ระบุใน service agreement ตั้งแต่วันแรก ไม่มี hidden fee ไม่มี upsell กลางทาง ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจะเกิดเฉพาะเมื่อลูกค้าเปลี่ยน scope หรือหน่วยงานต้นทาง/ปลายทางเพิ่มข้อกำหนดใหม่ ซึ่งจะแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและรอ approval ก่อนดำเนินการ
iVC มีนโยบาย conflict-of-interest disclosure ที่ชัดเจน หากทีมพบว่าเคสของลูกค้ามีความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่จะยื่นได้อย่างมั่นใจ (เช่น มีประวัติปฏิเสธหลายรอบ, มีปัญหาทางกฎหมายซับซ้อน) เราจะแจ้งลูกค้าตรงไปตรงมาและเสนอทางเลือก (เช่น รอเวลา, เปลี่ยนประเภทวีซ่า, refer ไปยัง specialist ที่เหมาะสมกว่า) แทนที่จะรับเงินแล้วยื่นไปให้ผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ว่าจะถูกปฏิเสธ
หลังปิดเคส iVC ยังให้บริการ post-arrival support ต่อเนื่อง ทั้งการต่ออายุ, การเปลี่ยนสถานะ, การเพิ่มสมาชิกครอบครัว, การขอ PR/citizenship ต่อยอด ลูกค้ากว่า 68% ของเราเป็น repeat client หรือ referral จากลูกค้าเก่า ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุดของความไว้วางใจในระยะยาว
ในแง่ของการ compliance กับกฎหมายไทย iVC จดทะเบียนถูกต้องตาม พ.ร.บ.ทนายความ 2528 (สำหรับ notarial services), พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 (PDPA), และมาตรฐาน AMLO ป้องกันการฟอกเงิน ทุก payment ของลูกค้าผ่านระบบธนาคารที่ตรวจสอบย้อนหลังได้และมี KYC ตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย
ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้
- กระบวนการทำงาน 7 ขั้นตอน ตรวจสอบย้อนหลังได้ทั้งหมด
- QC 3 ชั้น + Case Manager 1-to-1 + Dashboard เรียลไทม์
- Transparent flat-rate pricing — ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
- Repeat/referral rate 68% — ตัวชี้วัดความไว้วางใจระยะยาว
- Compliance: พ.ร.บ.ทนายความ + PDPA + AMLO
- Post-arrival support ต่อเนื่อง (renewal, PR, citizenship)
Checklist ก่อนติดต่อ iVC
- 1ระบุบริการที่ต้องการชัดเจน (visa / translation / notarial / apostille)
- 2รวบรวมเอกสารเดิมที่มี (passport, ID, marriage/birth cert, etc.)
- 3ระบุ deadline หรือช่วงเวลาที่ต้องการเสร็จ
- 4ประเมินงบประมาณคร่าว ๆ
- 5แจ้งประวัติเคสเดิม (approved/refused) ให้ครบถ้วน
- 6เตรียมช่องทางติดต่อ (LINE OA / WhatsApp / Zoom) ที่สะดวก
Update Log — ประวัติการแก้ไขและอัปเดตล่าสุด
- อัปเดตราคา government fees + timeline post-Apostille (Hague ม.ค. 2026)
- รีเฟรช Case Studies จากเคสจริง Q2/2026 + เพิ่ม comparison matrix
- Hague Apostille มีผล — เขียนใหม่หมด workflow legalization ทุกส่วน
- เพิ่ม cost breakdown ต่อรายการ + bundle discount tier