ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ชาวต่างชาติที่ทำงานถูกกฎหมายในไทยมีสิทธิประกันสังคมเท่าคนไทยหรือไม่

ลูกจ้างต่างชาติที่ทำงานโดยชอบด้วยกฎหมายและมีใบอนุญาตทำงานอยู่ในบังคับของกฎหมายประกันสังคมเช่นเดียวกับลูกจ้างไทย นายจ้างจึงต้องขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินสมทบตามหลักเกณฑ์เดียวกัน ส่วนการใช้สิทธิเมื่อเดินทางกลับประเทศ โดยเฉพาะกรณีชราภาพ มีขั้นตอนและหลักฐานเฉพาะที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด

สรุปคำตอบสั้น

ลูกจ้างต่างชาติที่ทำงานโดยชอบด้วยกฎหมายและมีใบอนุญาตทำงานอยู่ในบังคับของกฎหมายประกันสังคมเช่นเดียวกับลูกจ้างไทย นายจ้างจึงต้องขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินสมทบตามหลักเกณฑ์เดียวกัน ส่วนการใช้สิทธิเมื่อเดินทางกลับประเทศ โดยเฉพาะกรณีชราภาพ มีขั้นตอนและหลักฐานเฉพาะที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

ตรวจสถานะใบอนุญาตทำงานและประเภทการตรวจลงตรา → ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนพร้อมสำเนาหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงาน → นำส่งเงินสมทบตามงวดปกติ → เมื่อสิ้นสุดการจ้าง แจ้ง สปส.6-09 และตรวจสิทธิคงเหลือ → ยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพพร้อมหลักฐานตัวตนและที่อยู่ต่างประเทศตามที่กำหนด

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
แปลและรับรองแปลเอกสารและดำเนินการรับรองที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille ตามประเทศปลายทางIVC2–5 วันทำการ
แปลและรับรองแปลเอกสารและดำเนินการรับรองที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille ตามประเทศปลายทางIVC2–5 วันทำการ
แปลและรับรองแปลเอกสารและดำเนินการรับรองที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille ตามประเทศปลายทางIVC2–5 วันทำการ
แปลและรับรองแปลเอกสารและดำเนินการรับรองที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille ตามประเทศปลายทางIVC2–5 วันทำการ
แปลและรับรองแปลเอกสารและดำเนินการรับรองที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille ตามประเทศปลายทางIVC2–5 วันทำการ
แปลและรับรองแปลเอกสารและดำเนินการรับรองที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille ตามประเทศปลายทางIVC2–5 วันทำการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือเดินทางที่ยังมีอายุและหน้าตราวีซ่าที่เกี่ยวข้อง
  • ใบอนุญาตทำงานที่ยังมีผลบังคับ
  • สัญญาจ้างหรือหนังสือรับรองการทำงานจากนายจ้าง
  • แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนพร้อมข้อมูลค่าจ้าง
  • หลักฐานที่อยู่ปัจจุบันกรณียื่นจากต่างประเทศ
  • คำแปลรับรองและการรับรองเอกสาร (Apostille หรือกรมการกงสุล) ตามปลายทาง

สาระสำคัญของ “ชาวต่างชาติที่ทำงานถูกกฎหมายในไทยมีสิทธิประกันสังคมเท่าคนไทยหรือไม่”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม ลูกจ้างต่างชาติกับสิทธิประกันสังคมในประเทศไทย ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงคือ สำนักงานประกันสังคม ร่วมกับกรมการจัดหางานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง การพิจารณาทุกกรณีเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ตรวจความสอดคล้อง แปลและประสานการรับรอง แต่ไม่ใช่หน่วยงานราชการและไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille มีผลตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567 เอกสารจากรัฐภาคีจึงใช้ Apostille แทนการรับรองสถานทูตได้ในหลายกรณี

สิทธิประกันสังคมของลูกจ้างต่างชาติผูกกับการเป็นลูกจ้างตามกฎหมาย ไม่ได้ผูกกับสัญชาติ ดังนั้นการมีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้องจึงเป็นเงื่อนไขตั้งต้น

การเปลี่ยนนายจ้างทำให้ต้องมีการแจ้งออกและขึ้นทะเบียนใหม่ ช่องว่างระหว่างสองนายจ้างอาจกระทบเงื่อนไขจำนวนเดือนของบางประโยชน์ทดแทน

ข้อกฎหมายและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนยื่น

ผู้ถือวีซ่าที่ไม่อนุญาตให้ทำงาน เช่น กลุ่มนักท่องเที่ยว ไม่อาจถูกขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้ เพราะไม่มีสถานะลูกจ้างโดยชอบด้วยกฎหมาย

การขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพเมื่อกลับประเทศต้องพิสูจน์ตัวตนและที่อยู่ปัจจุบัน ซึ่งมักต้องใช้เอกสารที่รับรองโดยสถานทูตหรือผ่าน Apostille

เอกสารต่างประเทศที่ใช้ประกอบคำขอ เช่น หนังสือรับรองสถานะบุคคลหรือหนังสือรับรองการมีชีวิต ต้องแปลเป็นภาษาไทยและผ่านการรับรองตามระเบียบ

การสมัครมาตรา 39 มีกรอบเวลานับจากวันที่สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และต้องเคยส่งเงินสมทบมาแล้วตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงควรตรวจสิทธิก่อนลาออก

การเลือกสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิมีผลต่อการใช้สิทธิรักษาพยาบาล และเปลี่ยนได้ตามรอบที่สำนักงานประกันสังคมประกาศในแต่ละปี

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

กรณีที่พบบ่อยในกลุ่ม ลูกจ้างต่างชาติกับสิทธิประกันสังคมในประเทศไทย คือเอกสารครบแต่ข้อมูลไม่สอดคล้องกันเอง เช่น ช่วงเวลาการจ้างงานในหนังสือรับรองไม่ตรงกับงวดที่นำส่งเงินสมทบ หรือการสะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ปัญหาลักษณะนี้ทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนรับรองใหม่ทั้งชุดแม้เนื้อหาสาระจะถูกต้อง

อีกกลุ่มหนึ่งคือการเข้าใจกรอบเวลาไม่ครบ ทั้งกำหนดขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน กำหนดนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป อายุความของการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน และอายุของหนังสือรับรองที่หน่วยงานปลายทางกำหนด การวางปฏิทินย้อนกลับจากวันที่ต้องใช้เอกสารจริงช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มากที่สุด

สาเหตุที่เรื่องไม่ผ่านหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ใบอนุญาตทำงานหมดอายุหรือระบุนายจ้างไม่ตรงกับผู้ขึ้นทะเบียน
  • การสะกดชื่อในหนังสือเดินทางกับแบบคำขอไม่ตรงกัน
  • เอกสารจากต่างประเทศไม่ผ่านการรับรองตามระเบียบ
  • ไม่มีหลักฐานความต่อเนื่องของการจ้างงานเมื่อเปลี่ยนนายจ้าง
  • ยื่นคำขอรับสิทธิหลังพ้นกำหนดอายุความ
  • ยื่นขึ้นทะเบียนเกิน 30 วันนับแต่วันเริ่มจ้าง

อภิธานศัพท์ประกันสังคมและสภาวิชาชีพ

กองทุนเงินทดแทน
กองทุนที่คุ้มครองกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ซึ่งแยกจากกองทุนประกันสังคม
ผู้ประกันตนมาตรา 40
ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีนายจ้าง สมัครเข้าระบบโดยเลือกทางเลือกความคุ้มครองตามที่ประกาศ
บัตรรับรองสิทธิ
สิทธิรักษาพยาบาลที่ผูกกับสถานพยาบาลที่ผู้ประกันตนเลือกไว้ในแต่ละรอบปี
สปส.1-01
แบบขึ้นทะเบียนนายจ้างต่อสำนักงานประกันสังคม
Certificate of Good Standing
หนังสือรับรองสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพว่ายังมีผลและไม่มีประวัติถูกลงโทษทางวินัย
สปส.1-03
แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนสำหรับลูกจ้างที่เข้าทำงานใหม่
Primary source verification
การตรวจสอบข้อมูลโดยติดต่อกับผู้ออกเอกสารต้นทางโดยตรง ไม่ใช่จากสำเนาที่ผู้สมัครนำมาแสดง

แหล่งอ้างอิงทางการ

IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านการเตรียมเอกสาร การแปล การรับรอง และการประสานยื่นคำขอ ไม่ใช่สำนักงานประกันสังคม แพทยสภา หรือสภาวิชาชีพใด และไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงาน ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันระเบียบล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด กรมการจัดหางาน สภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ต้องการคำตอบเฉพาะเคสของคุณ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล