ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ขึ้นทะเบียนนายจ้างประกันสังคม สปส.1-01

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างด้วยแบบ สปส.1-01 และขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ด้วยแบบ สปส.1-03 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน ส่วนผู้ที่ออกจากงานแล้วสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39 และผู้ประกอบอาชีพอิสระสมัครตามมาตรา 40 ได้ตามเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมประกาศ

สรุปคำตอบสั้น

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างด้วยแบบ สปส.1-01 และขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ด้วยแบบ สปส.1-03 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน ส่วนผู้ที่ออกจากงานแล้วสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39 และผู้ประกอบอาชีพอิสระสมัครตามมาตรา 40 ได้ตามเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมประกาศ

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

ตรวจสถานะสถานประกอบการและจำนวนลูกจ้าง → ขึ้นทะเบียนนายจ้าง (สปส.1-01) ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่หรือระบบ e-Service → ขึ้นทะเบียนลูกจ้างรายคน (สปส.1-03) ภายใน 30 วัน → เลือกสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ → แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงหรือการออกจากงาน (สปส.6-09) เมื่อเกิดเหตุ

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
ตรวจความสอดคล้องกระทบยอดชื่อ ตำแหน่ง ช่วงเวลา และเลขที่เอกสารกับหนังสือเดินทางและทะเบียนราษฎรIVC1 วันทำการ
ตรวจความสอดคล้องกระทบยอดชื่อ ตำแหน่ง ช่วงเวลา และเลขที่เอกสารกับหนังสือเดินทางและทะเบียนราษฎรIVC1 วันทำการ
ตรวจความสอดคล้องกระทบยอดชื่อ ตำแหน่ง ช่วงเวลา และเลขที่เอกสารกับหนังสือเดินทางและทะเบียนราษฎรIVC1 วันทำการ
ตรวจความสอดคล้องกระทบยอดชื่อ ตำแหน่ง ช่วงเวลา และเลขที่เอกสารกับหนังสือเดินทางและทะเบียนราษฎรIVC1 วันทำการ
ตรวจความสอดคล้องกระทบยอดชื่อ ตำแหน่ง ช่วงเวลา และเลขที่เอกสารกับหนังสือเดินทางและทะเบียนราษฎรIVC1 วันทำการ
ตรวจความสอดคล้องกระทบยอดชื่อ ตำแหน่ง ช่วงเวลา และเลขที่เอกสารกับหนังสือเดินทางและทะเบียนราษฎรIVC1 วันทำการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลหรือทะเบียนพาณิชย์ของนายจ้าง
  • บัตรประจำตัวผู้มีอำนาจลงนามและหนังสือมอบอำนาจกรณีมอบหมายผู้อื่นดำเนินการ
  • แบบ สปส.1-01 ขึ้นทะเบียนนายจ้าง
  • แบบ สปส.1-03 ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของลูกจ้าง
  • สำเนาหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานสำหรับลูกจ้างต่างชาติ
  • ข้อมูลค่าจ้างและวันที่เริ่มจ้างของลูกจ้างแต่ละราย
  • แบบเลือกสถานพยาบาลของผู้ประกันตน

สาระสำคัญของ “ขึ้นทะเบียนนายจ้างประกันสังคม สปส.1-01”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม การขึ้นทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตน (ม.33 / ม.39 / ม.40) ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงคือ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 การพิจารณาทุกกรณีเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ตรวจความสอดคล้อง แปลและประสานการรับรอง แต่ไม่ใช่หน่วยงานราชการและไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

เมื่อลูกจ้างพ้นสภาพ นายจ้างต้องแจ้งด้วยแบบ สปส.6-09 ภายในกำหนด มิฉะนั้นระบบจะยังคิดเงินสมทบต่อเนื่องและกระทบสิทธิของลูกจ้างเอง

หน้าที่ขึ้นทะเบียนเป็นของนายจ้าง ไม่ใช่ลูกจ้าง และกำหนดเวลา 30 วันนับจากวันเริ่มจ้างของลูกจ้างแต่ละราย ไม่ใช่นับจากวันที่นายจ้างสะดวก

ผู้ประกันตนมาตรา 33 คือลูกจ้างในสถานประกอบการ มาตรา 39 คือผู้เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และสมัครส่งต่อโดยสมัครใจ ส่วนมาตรา 40 คือผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีนายจ้าง

ข้อกฎหมายและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนยื่น

การสมัครมาตรา 39 มีกรอบเวลานับจากวันที่สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และต้องเคยส่งเงินสมทบมาแล้วตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงควรตรวจสิทธิก่อนลาออก

การเลือกสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิมีผลต่อการใช้สิทธิรักษาพยาบาล และเปลี่ยนได้ตามรอบที่สำนักงานประกันสังคมประกาศในแต่ละปี

ลูกจ้างที่ทำงานหลายแห่งพร้อมกันอาจถูกขึ้นทะเบียนซ้ำ ทำให้เกิดการนำส่งเงินสมทบเกิน ซึ่งต้องยื่นขอคืนตามระเบียบ

การสมัครมาตรา 39 มีกรอบเวลานับจากวันที่สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และต้องเคยส่งเงินสมทบมาแล้วตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงควรตรวจสิทธิก่อนลาออก

การเลือกสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิมีผลต่อการใช้สิทธิรักษาพยาบาล และเปลี่ยนได้ตามรอบที่สำนักงานประกันสังคมประกาศในแต่ละปี

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

กรณีที่พบบ่อยในกลุ่ม การขึ้นทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตน (ม.33 / ม.39 / ม.40) คือเอกสารครบแต่ข้อมูลไม่สอดคล้องกันเอง เช่น ช่วงเวลาการจ้างงานในหนังสือรับรองไม่ตรงกับงวดที่นำส่งเงินสมทบ หรือการสะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ปัญหาลักษณะนี้ทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนรับรองใหม่ทั้งชุดแม้เนื้อหาสาระจะถูกต้อง

อีกกลุ่มหนึ่งคือการเข้าใจกรอบเวลาไม่ครบ ทั้งกำหนดขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน กำหนดนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป อายุความของการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน และอายุของหนังสือรับรองที่หน่วยงานปลายทางกำหนด การวางปฏิทินย้อนกลับจากวันที่ต้องใช้เอกสารจริงช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มากที่สุด

สาเหตุที่เรื่องไม่ผ่านหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ยื่นขึ้นทะเบียนเกิน 30 วันนับแต่วันเริ่มจ้าง
  • ชื่อ-สกุลหรือเลขประจำตัวประชาชนในแบบไม่ตรงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร
  • ลูกจ้างต่างชาติไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ยังมีผลบังคับ
  • ไม่ได้แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงเมื่อย้ายสาขาหรือเปลี่ยนชื่อนิติบุคคล
  • หนังสือมอบอำนาจไม่ติดอากรแสตมป์หรือไม่ระบุขอบเขตการดำเนินการ
  • ลูกจ้างต่างชาติไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ยังมีผลบังคับ

อภิธานศัพท์ประกันสังคมและสภาวิชาชีพ

Certificate of Good Standing
หนังสือรับรองสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพว่ายังมีผลและไม่มีประวัติถูกลงโทษทางวินัย
สปส.1-03
แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนสำหรับลูกจ้างที่เข้าทำงานใหม่
Primary source verification
การตรวจสอบข้อมูลโดยติดต่อกับผู้ออกเอกสารต้นทางโดยตรง ไม่ใช่จากสำเนาที่ผู้สมัครนำมาแสดง
สปส.1-10
แบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบประจำเดือนของนายจ้าง
Apostille
การรับรองเอกสารตามอนุสัญญากรุงเฮก ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
สปส.6-09
แบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนเมื่อลูกจ้างออกจากงาน
ผู้ประกันตนมาตรา 33
ลูกจ้างในสถานประกอบการที่นายจ้างขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533

แหล่งอ้างอิงทางการ

IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านการเตรียมเอกสาร การแปล การรับรอง และการประสานยื่นคำขอ ไม่ใช่สำนักงานประกันสังคม แพทยสภา หรือสภาวิชาชีพใด และไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงาน ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันระเบียบล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด กรมการจัดหางาน สภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. แจ้งวัตถุประสงค์ว่าจะใช้เอกสารกับหน่วยงานใด ในประเทศหรือต่างประเทศ เพื่อกำหนดชั้นการรับรองที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น
  2. ตรวจสถานะผู้ประกันตนหรือสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และช่วงเวลาที่ต้องครอบคลุมในหนังสือรับรอง
  3. ยื่นคำขอหนังสือรับรองกับหน่วยงานต้นทาง (สำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด กรมการจัดหางาน หรือสภาวิชาชีพ)
  4. แปลเอกสารให้ชื่อ วันที่ และเลขอ้างอิงตรงกับหนังสือเดินทางและต้นฉบับทุกจุด
  5. รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วเลือกเส้นทาง Apostille หรือรับรองสถานทูตปลายทางตามที่ผู้รับกำหนด
  6. ส่งเอกสารตามช่องทางที่ผู้ตรวจสอบกำหนด ซึ่งบางรายรับเฉพาะเอกสารที่ส่งตรงจากหน่วยงานผู้ออกเท่านั้น

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจชุดเอกสารก่อนยื่น

สอบถามขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องใช้ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล