เงินสมทบประกันสังคม มาตรา 33 คำนวณอย่างไร
เงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 33 คำนวณจากค่าจ้างในช่วงฐานขั้นต่ำ 1,650 บาทถึงขั้นสูง 15,000 บาทต่อเดือน โดยนายจ้างมีหน้าที่หักและนำส่งพร้อมส่วนของนายจ้างด้วยแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากนำส่งล่าช้าจะมีเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ใช้บังคับในขณะนั้นจึงควรตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมทุกครั้ง
สรุปคำตอบสั้น
เงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 33 คำนวณจากค่าจ้างในช่วงฐานขั้นต่ำ 1,650 บาทถึงขั้นสูง 15,000 บาทต่อเดือน โดยนายจ้างมีหน้าที่หักและนำส่งพร้อมส่วนของนายจ้างด้วยแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากนำส่งล่าช้าจะมีเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ใช้บังคับในขณะนั้นจึงควรตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมทุกครั้ง
เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้
คำนวณค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานตามเพดาน 15,000 บาท → หักเงินสมทบส่วนลูกจ้างในงวดจ่ายค่าจ้าง → จัดทำแบบ สปส.1-10 พร้อมรายชื่อผู้ประกันตน → นำส่งผ่านธนาคาร ระบบ e-Payment หรือสำนักงานพื้นที่ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป → เก็บใบเสร็จเพื่อออกหนังสือรับรองการส่งเงินสมทบเมื่อลูกจ้างร้องขอ
ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น
| ขั้นตอน | รายละเอียด | ผู้รับผิดชอบ | กรอบเวลา |
|---|---|---|---|
| รวบรวมเอกสารต้นทาง | ขอเอกสารจากนายจ้าง สำนักงานประกันสังคม หรือสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง | ผู้ยื่นและหน่วยงานผู้ออกเอกสาร | 3–10 วันทำการ |
| รวบรวมเอกสารต้นทาง | ขอเอกสารจากนายจ้าง สำนักงานประกันสังคม หรือสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง | ผู้ยื่นและหน่วยงานผู้ออกเอกสาร | 3–10 วันทำการ |
| รวบรวมเอกสารต้นทาง | ขอเอกสารจากนายจ้าง สำนักงานประกันสังคม หรือสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง | ผู้ยื่นและหน่วยงานผู้ออกเอกสาร | 3–10 วันทำการ |
| รวบรวมเอกสารต้นทาง | ขอเอกสารจากนายจ้าง สำนักงานประกันสังคม หรือสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง | ผู้ยื่นและหน่วยงานผู้ออกเอกสาร | 3–10 วันทำการ |
| รวบรวมเอกสารต้นทาง | ขอเอกสารจากนายจ้าง สำนักงานประกันสังคม หรือสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง | ผู้ยื่นและหน่วยงานผู้ออกเอกสาร | 3–10 วันทำการ |
| รวบรวมเอกสารต้นทาง | ขอเอกสารจากนายจ้าง สำนักงานประกันสังคม หรือสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง | ผู้ยื่นและหน่วยงานผู้ออกเอกสาร | 3–10 วันทำการ |
เอกสารที่ต้องเตรียม
- แบบ สปส.1-10 พร้อมรายละเอียดผู้ประกันตนรายบุคคล
- ข้อมูลค่าจ้างรายเดือนที่ใช้คำนวณตามเพดานที่กฎหมายกำหนด
- หลักฐานการนำส่งหรือใบเสร็จรับเงินย้อนหลังตามงวดที่ต้องการรับรอง
- หนังสือรับรองการส่งเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนที่ร้องขอ
- รายการเดินบัญชีเงินเดือนกรณีต้องกระทบยอดกับยอดนำส่ง
- หนังสือมอบอำนาจกรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
สาระสำคัญของ “เงินสมทบประกันสังคม มาตรา 33 คำนวณอย่างไร”
หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม เงินสมทบ การนำส่ง และหลักฐานการส่งเงินสมทบ ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงคือ สำนักงานประกันสังคม (กองเงินสมทบ) ตามกฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533 การพิจารณาทุกกรณีเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ตรวจความสอดคล้อง แปลและประสานการรับรอง แต่ไม่ใช่หน่วยงานราชการและไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณมีทั้งขั้นต่ำและขั้นสูง ค่าจ้างส่วนที่เกินเพดานไม่นำมาคำนวณเงินสมทบ และไม่ทำให้สิทธิประโยชน์สูงขึ้นตามไปด้วย
ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณมีทั้งขั้นต่ำและขั้นสูง ค่าจ้างส่วนที่เกินเพดานไม่นำมาคำนวณเงินสมทบ และไม่ทำให้สิทธิประโยชน์สูงขึ้นตามไปด้วย
ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณมีทั้งขั้นต่ำและขั้นสูง ค่าจ้างส่วนที่เกินเพดานไม่นำมาคำนวณเงินสมทบ และไม่ทำให้สิทธิประโยชน์สูงขึ้นตามไปด้วย
ข้อกฎหมายและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนยื่น
ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณมีทั้งขั้นต่ำและขั้นสูง ค่าจ้างส่วนที่เกินเพดานไม่นำมาคำนวณเงินสมทบ และไม่ทำให้สิทธิประโยชน์สูงขึ้นตามไปด้วย
ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณมีทั้งขั้นต่ำและขั้นสูง ค่าจ้างส่วนที่เกินเพดานไม่นำมาคำนวณเงินสมทบ และไม่ทำให้สิทธิประโยชน์สูงขึ้นตามไปด้วย
ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณมีทั้งขั้นต่ำและขั้นสูง ค่าจ้างส่วนที่เกินเพดานไม่นำมาคำนวณเงินสมทบ และไม่ทำให้สิทธิประโยชน์สูงขึ้นตามไปด้วย
เมื่อลูกจ้างพ้นสภาพ นายจ้างต้องแจ้งด้วยแบบ สปส.6-09 ภายในกำหนด มิฉะนั้นระบบจะยังคิดเงินสมทบต่อเนื่องและกระทบสิทธิของลูกจ้างเอง
หน้าที่ขึ้นทะเบียนเป็นของนายจ้าง ไม่ใช่ลูกจ้าง และกำหนดเวลา 30 วันนับจากวันเริ่มจ้างของลูกจ้างแต่ละราย ไม่ใช่นับจากวันที่นายจ้างสะดวก
ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด
กรณีที่พบบ่อยในกลุ่ม เงินสมทบ การนำส่ง และหลักฐานการส่งเงินสมทบ คือเอกสารครบแต่ข้อมูลไม่สอดคล้องกันเอง เช่น ช่วงเวลาการจ้างงานในหนังสือรับรองไม่ตรงกับงวดที่นำส่งเงินสมทบ หรือการสะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ปัญหาลักษณะนี้ทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนรับรองใหม่ทั้งชุดแม้เนื้อหาสาระจะถูกต้อง
อีกกลุ่มหนึ่งคือการเข้าใจกรอบเวลาไม่ครบ ทั้งกำหนดขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน กำหนดนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป อายุความของการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน และอายุของหนังสือรับรองที่หน่วยงานปลายทางกำหนด การวางปฏิทินย้อนกลับจากวันที่ต้องใช้เอกสารจริงช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มากที่สุด
สาเหตุที่เรื่องไม่ผ่านหรือล่าช้าบ่อยที่สุด
- นำส่งเงินสมทบหลังวันที่ 15 ของเดือนถัดไปทำให้เกิดเงินเพิ่ม
- ใช้ค่าจ้างจริงเกินเพดานมาคำนวณจนยอดนำส่งไม่ตรงกับระบบ
- รายชื่อผู้ประกันตนในแบบไม่ตรงกับทะเบียนลูกจ้างที่ขึ้นไว้
- ผู้ประกันตนมาตรา 39 ขาดส่งจนสิ้นสภาพโดยไม่ทราบล่วงหน้า
- ขอหนังสือรับรองย้อนหลังในงวดที่ยังนำส่งไม่ครบ
- ชื่อ-สกุลหรือเลขประจำตัวประชาชนในแบบไม่ตรงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร
อภิธานศัพท์ประกันสังคมและสภาวิชาชีพ
- Certificate of Good Standing
- หนังสือรับรองสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพว่ายังมีผลและไม่มีประวัติถูกลงโทษทางวินัย
- สปส.1-03
- แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนสำหรับลูกจ้างที่เข้าทำงานใหม่
- Primary source verification
- การตรวจสอบข้อมูลโดยติดต่อกับผู้ออกเอกสารต้นทางโดยตรง ไม่ใช่จากสำเนาที่ผู้สมัครนำมาแสดง
- สปส.1-10
- แบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบประจำเดือนของนายจ้าง
- Apostille
- การรับรองเอกสารตามอนุสัญญากรุงเฮก ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
- สปส.6-09
- แบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนเมื่อลูกจ้างออกจากงาน
- ผู้ประกันตนมาตรา 33
- ลูกจ้างในสถานประกอบการที่นายจ้างขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
แหล่งอ้างอิงทางการ
- สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน — การขึ้นทะเบียน เงินสมทบ และประโยชน์ทดแทน
- กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน — การขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานและการทำงานของคนต่างด้าว
- แพทยสภา — การขอหนังสือรับรองสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — การรับรองเอกสารและ Apostille
- HCCH — Apostille Convention — สถานะภาคีของประเทศไทย (มีผล 22 ธันวาคม 2567)
- ECFMG — EPIC — primary source verification สำหรับแพทย์
IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านการเตรียมเอกสาร การแปล การรับรอง และการประสานยื่นคำขอ ไม่ใช่สำนักงานประกันสังคม แพทยสภา หรือสภาวิชาชีพใด และไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงาน ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันระเบียบล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด กรมการจัดหางาน สภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง
ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC
- แจ้งวัตถุประสงค์ว่าจะใช้เอกสารกับหน่วยงานใด ในประเทศหรือต่างประเทศ เพื่อกำหนดชั้นการรับรองที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น
- ตรวจสถานะผู้ประกันตนหรือสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และช่วงเวลาที่ต้องครอบคลุมในหนังสือรับรอง
- ยื่นคำขอหนังสือรับรองกับหน่วยงานต้นทาง (สำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด กรมการจัดหางาน หรือสภาวิชาชีพ)
- แปลเอกสารให้ชื่อ วันที่ และเลขอ้างอิงตรงกับหนังสือเดินทางและต้นฉบับทุกจุด
- รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วเลือกเส้นทาง Apostille หรือรับรองสถานทูตปลายทางตามที่ผู้รับกำหนด
- ส่งเอกสารตามช่องทางที่ผู้ตรวจสอบกำหนด ซึ่งบางรายรับเฉพาะเอกสารที่ส่งตรงจากหน่วยงานผู้ออกเท่านั้น
หัวข้อที่เกี่ยวข้องในกลุ่ม “เงินสมทบ การนำส่ง และหลักฐานการส่งเงินสมทบ”
- อัตราเงินสมทบนายจ้างและลูกจ้าง
- แบบ สปส.1-10 นำส่งเงินสมทบ
- เงินสมทบมาตรา 40 ทางเลือกที่ 1 2 3
- ตรวจสอบยอดเงินสมทบสะสมออนไลน์
- หนังสือรับรองการส่งเงินสมทบ
- thai social security contribution calculation
- monthly contribution filing deadline thailand
- เงินสมทบประกันสังคมคำนวณจากฐานค่าจ้างเท่าไรและใครจ่ายเท่าไร
- นายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบภายในวันที่เท่าไรของแต่ละเดือน
- ถ้าส่งเงินสมทบล่าช้าจะมีเงินเพิ่มหรือไม่
- ผู้ประกันตนมาตรา 39 ขาดส่งเงินสมทบกี่เดือนจึงสิ้นสภาพ
กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน
- ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน มาตรา 33(การขึ้นทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตน (ม.33 / ม.39 / ม.40))
- ขึ้นทะเบียนนายจ้างประกันสังคม สปส.1-01(การขึ้นทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตน (ม.33 / ม.39 / ม.40))
- ประโยชน์ทดแทน 7 กรณี ประกันสังคม(ประโยชน์ทดแทน 7 กรณีและการยื่นขอรับสิทธิ)
- สิทธิคลอดบุตรประกันสังคม(ประโยชน์ทดแทน 7 กรณีและการยื่นขอรับสิทธิ)
- ประกันสังคมสำหรับแรงงานต่างด้าว(ลูกจ้างต่างชาติกับสิทธิประกันสังคมในประเทศไทย)
- ต่างชาติถือ Non-B ต้องเข้าประกันสังคมไหม(ลูกจ้างต่างชาติกับสิทธิประกันสังคมในประเทศไทย)
ให้เจ้าหน้าที่ตรวจชุดเอกสารก่อนยื่น
สอบถามขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องใช้ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล