ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ผู้ประกันตนมาตรา 39 ขาดส่งเงินสมทบกี่เดือนจึงสิ้นสภาพ

เงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 33 คำนวณจากค่าจ้างในช่วงฐานขั้นต่ำ 1,650 บาทถึงขั้นสูง 15,000 บาทต่อเดือน โดยนายจ้างมีหน้าที่หักและนำส่งพร้อมส่วนของนายจ้างด้วยแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากนำส่งล่าช้าจะมีเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ใช้บังคับในขณะนั้นจึงควรตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมทุกครั้ง

สรุปคำตอบสั้น

เงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 33 คำนวณจากค่าจ้างในช่วงฐานขั้นต่ำ 1,650 บาทถึงขั้นสูง 15,000 บาทต่อเดือน โดยนายจ้างมีหน้าที่หักและนำส่งพร้อมส่วนของนายจ้างด้วยแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หากนำส่งล่าช้าจะมีเงินเพิ่มตามกฎหมาย อัตราเงินสมทบเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ใช้บังคับในขณะนั้นจึงควรตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมทุกครั้ง

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

คำนวณค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานตามเพดาน 15,000 บาท → หักเงินสมทบส่วนลูกจ้างในงวดจ่ายค่าจ้าง → จัดทำแบบ สปส.1-10 พร้อมรายชื่อผู้ประกันตน → นำส่งผ่านธนาคาร ระบบ e-Payment หรือสำนักงานพื้นที่ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป → เก็บใบเสร็จเพื่อออกหนังสือรับรองการส่งเงินสมทบเมื่อลูกจ้างร้องขอ

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
รับผลและจัดเก็บตรวจความถูกต้องของผลลัพธ์ เก็บสำเนาชุดสมบูรณ์ และวางแผนวันหมดอายุเอกสารIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและจัดเก็บตรวจความถูกต้องของผลลัพธ์ เก็บสำเนาชุดสมบูรณ์ และวางแผนวันหมดอายุเอกสารIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและจัดเก็บตรวจความถูกต้องของผลลัพธ์ เก็บสำเนาชุดสมบูรณ์ และวางแผนวันหมดอายุเอกสารIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและจัดเก็บตรวจความถูกต้องของผลลัพธ์ เก็บสำเนาชุดสมบูรณ์ และวางแผนวันหมดอายุเอกสารIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและจัดเก็บตรวจความถูกต้องของผลลัพธ์ เก็บสำเนาชุดสมบูรณ์ และวางแผนวันหมดอายุเอกสารIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและจัดเก็บตรวจความถูกต้องของผลลัพธ์ เก็บสำเนาชุดสมบูรณ์ และวางแผนวันหมดอายุเอกสารIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • แบบ สปส.1-10 พร้อมรายละเอียดผู้ประกันตนรายบุคคล
  • ข้อมูลค่าจ้างรายเดือนที่ใช้คำนวณตามเพดานที่กฎหมายกำหนด
  • หลักฐานการนำส่งหรือใบเสร็จรับเงินย้อนหลังตามงวดที่ต้องการรับรอง
  • หนังสือรับรองการส่งเงินสมทบสำหรับผู้ประกันตนที่ร้องขอ
  • รายการเดินบัญชีเงินเดือนกรณีต้องกระทบยอดกับยอดนำส่ง
  • หนังสือมอบอำนาจกรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน

สาระสำคัญของ “ผู้ประกันตนมาตรา 39 ขาดส่งเงินสมทบกี่เดือนจึงสิ้นสภาพ”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม เงินสมทบ การนำส่ง และหลักฐานการส่งเงินสมทบ ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงคือ สำนักงานประกันสังคม (กองเงินสมทบ) ตามกฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533 การพิจารณาทุกกรณีเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ตรวจความสอดคล้อง แปลและประสานการรับรอง แต่ไม่ใช่หน่วยงานราชการและไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยใช้หนังสือรับรองการส่งเงินสมทบเป็นหลักฐาน

เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยใช้หนังสือรับรองการส่งเงินสมทบเป็นหลักฐาน

เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยใช้หนังสือรับรองการส่งเงินสมทบเป็นหลักฐาน

ข้อกฎหมายและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนยื่น

เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยใช้หนังสือรับรองการส่งเงินสมทบเป็นหลักฐาน

เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยใช้หนังสือรับรองการส่งเงินสมทบเป็นหลักฐาน

เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยใช้หนังสือรับรองการส่งเงินสมทบเป็นหลักฐาน

เมื่อลูกจ้างพ้นสภาพ นายจ้างต้องแจ้งด้วยแบบ สปส.6-09 ภายในกำหนด มิฉะนั้นระบบจะยังคิดเงินสมทบต่อเนื่องและกระทบสิทธิของลูกจ้างเอง

หน้าที่ขึ้นทะเบียนเป็นของนายจ้าง ไม่ใช่ลูกจ้าง และกำหนดเวลา 30 วันนับจากวันเริ่มจ้างของลูกจ้างแต่ละราย ไม่ใช่นับจากวันที่นายจ้างสะดวก

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

กรณีที่พบบ่อยในกลุ่ม เงินสมทบ การนำส่ง และหลักฐานการส่งเงินสมทบ คือเอกสารครบแต่ข้อมูลไม่สอดคล้องกันเอง เช่น ช่วงเวลาการจ้างงานในหนังสือรับรองไม่ตรงกับงวดที่นำส่งเงินสมทบ หรือการสะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ปัญหาลักษณะนี้ทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนรับรองใหม่ทั้งชุดแม้เนื้อหาสาระจะถูกต้อง

อีกกลุ่มหนึ่งคือการเข้าใจกรอบเวลาไม่ครบ ทั้งกำหนดขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน กำหนดนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป อายุความของการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน และอายุของหนังสือรับรองที่หน่วยงานปลายทางกำหนด การวางปฏิทินย้อนกลับจากวันที่ต้องใช้เอกสารจริงช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มากที่สุด

สาเหตุที่เรื่องไม่ผ่านหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • นำส่งเงินสมทบหลังวันที่ 15 ของเดือนถัดไปทำให้เกิดเงินเพิ่ม
  • ใช้ค่าจ้างจริงเกินเพดานมาคำนวณจนยอดนำส่งไม่ตรงกับระบบ
  • รายชื่อผู้ประกันตนในแบบไม่ตรงกับทะเบียนลูกจ้างที่ขึ้นไว้
  • ผู้ประกันตนมาตรา 39 ขาดส่งจนสิ้นสภาพโดยไม่ทราบล่วงหน้า
  • ขอหนังสือรับรองย้อนหลังในงวดที่ยังนำส่งไม่ครบ
  • หนังสือมอบอำนาจไม่ติดอากรแสตมป์หรือไม่ระบุขอบเขตการดำเนินการ

อภิธานศัพท์ประกันสังคมและสภาวิชาชีพ

ประโยชน์ทดแทน 7 กรณี
เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน ตามความคุ้มครองของกองทุนประกันสังคม
ผู้ประกันตนมาตรา 39
ผู้เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และสมัครส่งเงินสมทบต่อโดยสมัครใจตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
กองทุนเงินทดแทน
กองทุนที่คุ้มครองกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ซึ่งแยกจากกองทุนประกันสังคม
ผู้ประกันตนมาตรา 40
ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีนายจ้าง สมัครเข้าระบบโดยเลือกทางเลือกความคุ้มครองตามที่ประกาศ
บัตรรับรองสิทธิ
สิทธิรักษาพยาบาลที่ผูกกับสถานพยาบาลที่ผู้ประกันตนเลือกไว้ในแต่ละรอบปี
สปส.1-01
แบบขึ้นทะเบียนนายจ้างต่อสำนักงานประกันสังคม
Certificate of Good Standing
หนังสือรับรองสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพว่ายังมีผลและไม่มีประวัติถูกลงโทษทางวินัย

แหล่งอ้างอิงทางการ

IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านการเตรียมเอกสาร การแปล การรับรอง และการประสานยื่นคำขอ ไม่ใช่สำนักงานประกันสังคม แพทยสภา หรือสภาวิชาชีพใด และไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงาน ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันระเบียบล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด กรมการจัดหางาน สภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ต้องการคำตอบเฉพาะเคสของคุณ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล