ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

แปล NAATI สำหรับเอกสารวิชาชีพออสเตรเลีย

หน่วยงานกำกับวิชาชีพและผู้ตรวจสอบเอกสารในต่างประเทศ เช่น ECFMG ผ่านระบบ EPIC, General Medical Council ของสหราชอาณาจักร, AHPRA ของออสเตรเลีย และ DataFlow สำหรับกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง กำหนดช่องทางการตรวจสอบของตนเอง หลายแห่งกำหนดให้เอกสารส่งตรงจากผู้ออกเอกสาร ผู้ยื่นจึงต้องอ่านข้อกำหนดของปลายทางก่อนแล้วจึงย้อนกลับมาจัดเตรียมเอกสารในไทยให้ตรงรูปแบบ

สรุปคำตอบสั้น

หน่วยงานกำกับวิชาชีพและผู้ตรวจสอบเอกสารในต่างประเทศ เช่น ECFMG ผ่านระบบ EPIC, General Medical Council ของสหราชอาณาจักร, AHPRA ของออสเตรเลีย และ DataFlow สำหรับกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง กำหนดช่องทางการตรวจสอบของตนเอง หลายแห่งกำหนดให้เอกสารส่งตรงจากผู้ออกเอกสาร ผู้ยื่นจึงต้องอ่านข้อกำหนดของปลายทางก่อนแล้วจึงย้อนกลับมาจัดเตรียมเอกสารในไทยให้ตรงรูปแบบ

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

อ่านข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางและระบุรายการเอกสารที่ต้องการ → เปิดคำขอหรือบัญชีในระบบของผู้ตรวจสอบ → ขอเอกสารต้นทางจากสภาวิชาชีพและสถาบันการศึกษาให้ตรงรูปแบบ → แปลและรับรองตามที่ปลายทางยอมรับ → ส่งตามช่องทางที่กำหนด (ส่งตรงจากผู้ออกเอกสารหรือผู้สมัครส่งเอง) → ติดตามสถานะและตอบข้อสอบถามเพิ่มเติม

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
รับผลและจัดเก็บตรวจความถูกต้องของผลลัพธ์ เก็บสำเนาชุดสมบูรณ์ และวางแผนวันหมดอายุเอกสารIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและจัดเก็บตรวจความถูกต้องของผลลัพธ์ เก็บสำเนาชุดสมบูรณ์ และวางแผนวันหมดอายุเอกสารIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและจัดเก็บตรวจความถูกต้องของผลลัพธ์ เก็บสำเนาชุดสมบูรณ์ และวางแผนวันหมดอายุเอกสารIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและจัดเก็บตรวจความถูกต้องของผลลัพธ์ เก็บสำเนาชุดสมบูรณ์ และวางแผนวันหมดอายุเอกสารIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและจัดเก็บตรวจความถูกต้องของผลลัพธ์ เก็บสำเนาชุดสมบูรณ์ และวางแผนวันหมดอายุเอกสารIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและจัดเก็บตรวจความถูกต้องของผลลัพธ์ เก็บสำเนาชุดสมบูรณ์ และวางแผนวันหมดอายุเอกสารIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ข้อกำหนดฉบับล่าสุดของหน่วยงานผู้ตรวจสอบปลายทาง
  • เลขที่คำขอหรือบัญชีในระบบของผู้ตรวจสอบ
  • หนังสือรับรองสถานะใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพในไทย
  • ปริญญาบัตรและใบแสดงผลการศึกษาฉบับที่ปลายทางยอมรับ
  • หนังสือรับรองการทำงานหรือประสบการณ์วิชาชีพ
  • คำแปลพร้อมคำรับรองการแปลตามภาษาที่กำหนด
  • ข้อมูลผู้ประสานงานของสถาบันต้นทางที่ติดต่อได้จริง

สาระสำคัญของ “แปล NAATI สำหรับเอกสารวิชาชีพออสเตรเลีย”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม การยื่นตรวจสอบวุฒิและใบอนุญาตกับหน่วยงานต่างประเทศ ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงคือ หน่วยงานผู้ตรวจสอบปลายทาง เช่น ECFMG/EPIC, GMC (สหราชอาณาจักร), AHPRA (ออสเตรเลีย) และ DataFlow การพิจารณาทุกกรณีเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ตรวจความสอดคล้อง แปลและประสานการรับรอง แต่ไม่ใช่หน่วยงานราชการและไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

ระบบตรวจสอบแบบ primary source verification ยืนยันข้อมูลกับผู้ออกเอกสารโดยตรง เอกสารที่ผู้สมัครถือมาเองอาจใช้ประกอบได้แต่ไม่ทดแทนการยืนยันจากต้นทาง

ระยะเวลาการตรวจสอบขึ้นกับความเร็วในการตอบกลับของสถาบันต้นทางในไทย ไม่ใช่เฉพาะคิวของผู้ตรวจสอบปลายทาง

ที่อยู่ อีเมล และผู้ประสานงานของสถาบันต้นทางที่ให้ไว้ต้องถูกต้องและใช้งานได้จริง เพราะผู้ตรวจสอบจะติดต่อกลับตามข้อมูลนั้น

ข้อกฎหมายและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนยื่น

การรับรองเอกสารเพื่อใช้กับปลายทางที่เป็นรัฐภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้ตั้งแต่ไทยเข้าเป็นภาคีมีผล 22 ธันวาคม 2567

ข้อกำหนดของผู้ตรวจสอบเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ผู้ยื่นควรยึดประกาศฉบับล่าสุดในเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานนั้นเป็นหลัก

ผู้ตรวจสอบแต่ละรายกำหนดชุดเอกสารและช่องทางส่งต่างกัน การใช้ชุดเอกสารเดียวส่งทุกหน่วยงานจึงมักถูกตีกลับ

ลูกจ้างที่ทำงานหลายแห่งพร้อมกันอาจถูกขึ้นทะเบียนซ้ำ ทำให้เกิดการนำส่งเงินสมทบเกิน ซึ่งต้องยื่นขอคืนตามระเบียบ

เมื่อลูกจ้างพ้นสภาพ นายจ้างต้องแจ้งด้วยแบบ สปส.6-09 ภายในกำหนด มิฉะนั้นระบบจะยังคิดเงินสมทบต่อเนื่องและกระทบสิทธิของลูกจ้างเอง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

กรณีที่พบบ่อยในกลุ่ม การยื่นตรวจสอบวุฒิและใบอนุญาตกับหน่วยงานต่างประเทศ คือเอกสารครบแต่ข้อมูลไม่สอดคล้องกันเอง เช่น ช่วงเวลาการจ้างงานในหนังสือรับรองไม่ตรงกับงวดที่นำส่งเงินสมทบ หรือการสะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ปัญหาลักษณะนี้ทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนรับรองใหม่ทั้งชุดแม้เนื้อหาสาระจะถูกต้อง

อีกกลุ่มหนึ่งคือการเข้าใจกรอบเวลาไม่ครบ ทั้งกำหนดขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน กำหนดนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป อายุความของการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน และอายุของหนังสือรับรองที่หน่วยงานปลายทางกำหนด การวางปฏิทินย้อนกลับจากวันที่ต้องใช้เอกสารจริงช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มากที่สุด

สาเหตุที่เรื่องไม่ผ่านหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ส่งเอกสารด้วยช่องทางที่ผู้ตรวจสอบไม่ยอมรับ
  • ข้อมูลติดต่อของสถาบันต้นทางไม่ถูกต้องทำให้การยืนยันค้าง
  • รูปแบบคำแปลไม่ตรงกับที่ผู้ตรวจสอบกำหนด
  • เอกสารการศึกษาไม่ครบชุดตามรายการของปลายทาง
  • ใช้ข้อกำหนดฉบับเก่าที่หน่วยงานปรับปรุงไปแล้ว
  • ลูกจ้างต่างชาติไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ยังมีผลบังคับ

อภิธานศัพท์ประกันสังคมและสภาวิชาชีพ

บัตรรับรองสิทธิ
สิทธิรักษาพยาบาลที่ผูกกับสถานพยาบาลที่ผู้ประกันตนเลือกไว้ในแต่ละรอบปี
สปส.1-01
แบบขึ้นทะเบียนนายจ้างต่อสำนักงานประกันสังคม
Certificate of Good Standing
หนังสือรับรองสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพว่ายังมีผลและไม่มีประวัติถูกลงโทษทางวินัย
สปส.1-03
แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนสำหรับลูกจ้างที่เข้าทำงานใหม่
Primary source verification
การตรวจสอบข้อมูลโดยติดต่อกับผู้ออกเอกสารต้นทางโดยตรง ไม่ใช่จากสำเนาที่ผู้สมัครนำมาแสดง
สปส.1-10
แบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบประจำเดือนของนายจ้าง
Apostille
การรับรองเอกสารตามอนุสัญญากรุงเฮก ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567

แหล่งอ้างอิงทางการ

IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านการเตรียมเอกสาร การแปล การรับรอง และการประสานยื่นคำขอ ไม่ใช่สำนักงานประกันสังคม แพทยสภา หรือสภาวิชาชีพใด และไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงาน ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันระเบียบล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด กรมการจัดหางาน สภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. แจ้งวัตถุประสงค์ว่าจะใช้เอกสารกับหน่วยงานใด ในประเทศหรือต่างประเทศ เพื่อกำหนดชั้นการรับรองที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น
  2. ตรวจสถานะผู้ประกันตนหรือสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และช่วงเวลาที่ต้องครอบคลุมในหนังสือรับรอง
  3. ยื่นคำขอหนังสือรับรองกับหน่วยงานต้นทาง (สำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด กรมการจัดหางาน หรือสภาวิชาชีพ)
  4. แปลเอกสารให้ชื่อ วันที่ และเลขอ้างอิงตรงกับหนังสือเดินทางและต้นฉบับทุกจุด
  5. รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วเลือกเส้นทาง Apostille หรือรับรองสถานทูตปลายทางตามที่ผู้รับกำหนด
  6. ส่งเอกสารตามช่องทางที่ผู้ตรวจสอบกำหนด ซึ่งบางรายรับเฉพาะเอกสารที่ส่งตรงจากหน่วยงานผู้ออกเท่านั้น

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจชุดเอกสารก่อนยื่น

สอบถามขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องใช้ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล