ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เงินสงเคราะห์บุตร ประกันสังคม

ผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี คือ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน ส่วนการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานอยู่ในความคุ้มครองของกองทุนเงินทดแทน ซึ่งเป็นคนละกองทุนกัน การยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนต้องอยู่ในกรอบเวลาและมีเงื่อนไขจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบตามแต่ละกรณี

สรุปคำตอบสั้น

ผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี คือ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน ส่วนการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานอยู่ในความคุ้มครองของกองทุนเงินทดแทน ซึ่งเป็นคนละกองทุนกัน การยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนต้องอยู่ในกรอบเวลาและมีเงื่อนไขจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบตามแต่ละกรณี

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

ระบุกรณีที่จะใช้สิทธิ → ตรวจเงื่อนไขจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบภายในระยะเวลาที่กำหนดของกรณีนั้น → จัดเตรียมแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนพร้อมหลักฐานทางการแพทย์หรือทะเบียนราษฎร → ยื่นที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่หรือช่องทางออนไลน์ → รับผลการพิจารณาและการโอนเงินเข้าบัญชีที่แจ้งไว้

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
ยื่นคำขอยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ สภาวิชาชีพ หรือระบบของผู้ตรวจสอบปลายทางผู้ยื่นหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของหน่วยงาน
ยื่นคำขอยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ สภาวิชาชีพ หรือระบบของผู้ตรวจสอบปลายทางผู้ยื่นหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของหน่วยงาน
ยื่นคำขอยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ สภาวิชาชีพ หรือระบบของผู้ตรวจสอบปลายทางผู้ยื่นหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของหน่วยงาน
ยื่นคำขอยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ สภาวิชาชีพ หรือระบบของผู้ตรวจสอบปลายทางผู้ยื่นหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของหน่วยงาน
ยื่นคำขอยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ สภาวิชาชีพ หรือระบบของผู้ตรวจสอบปลายทางผู้ยื่นหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของหน่วยงาน
ยื่นคำขอยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ สภาวิชาชีพ หรือระบบของผู้ตรวจสอบปลายทางผู้ยื่นหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของหน่วยงาน

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนของกรณีที่ยื่น
  • บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ประกันตน
  • ใบรับรองแพทย์หรือหลักฐานทางการแพทย์ตามกรณี
  • สูติบัตร ทะเบียนสมรส หรือมรณบัตร ตามกรณีที่เกี่ยวข้อง
  • หนังสือรับรองการออกจากงานหรือหนังสือเลิกจ้างกรณีว่างงาน
  • สำเนาสมุดบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิ
  • คำแปลรับรองสำหรับเอกสารที่ออกจากต่างประเทศ

สาระสำคัญของ “เงินสงเคราะห์บุตร ประกันสังคม”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม ประโยชน์ทดแทน 7 กรณีและการยื่นขอรับสิทธิ ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงคือ สำนักงานประกันสังคม (กองประโยชน์ทดแทน) และกองทุนเงินทดแทนสำหรับกรณีเนื่องจากการทำงาน การพิจารณาทุกกรณีเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ตรวจความสอดคล้อง แปลและประสานการรับรอง แต่ไม่ใช่หน่วยงานราชการและไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

การเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บเนื่องจากการทำงานใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทน ไม่ใช่กองทุนประกันสังคม การยื่นผิดกองทุนทำให้เรื่องล่าช้าและอาจพ้นกำหนดเวลา

การเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บเนื่องจากการทำงานใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทน ไม่ใช่กองทุนประกันสังคม การยื่นผิดกองทุนทำให้เรื่องล่าช้าและอาจพ้นกำหนดเวลา

การเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บเนื่องจากการทำงานใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทน ไม่ใช่กองทุนประกันสังคม การยื่นผิดกองทุนทำให้เรื่องล่าช้าและอาจพ้นกำหนดเวลา

ข้อกฎหมายและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนยื่น

การเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บเนื่องจากการทำงานใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทน ไม่ใช่กองทุนประกันสังคม การยื่นผิดกองทุนทำให้เรื่องล่าช้าและอาจพ้นกำหนดเวลา

การเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บเนื่องจากการทำงานใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทน ไม่ใช่กองทุนประกันสังคม การยื่นผิดกองทุนทำให้เรื่องล่าช้าและอาจพ้นกำหนดเวลา

การเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บเนื่องจากการทำงานใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทน ไม่ใช่กองทุนประกันสังคม การยื่นผิดกองทุนทำให้เรื่องล่าช้าและอาจพ้นกำหนดเวลา

ลูกจ้างที่ทำงานหลายแห่งพร้อมกันอาจถูกขึ้นทะเบียนซ้ำ ทำให้เกิดการนำส่งเงินสมทบเกิน ซึ่งต้องยื่นขอคืนตามระเบียบ

เมื่อลูกจ้างพ้นสภาพ นายจ้างต้องแจ้งด้วยแบบ สปส.6-09 ภายในกำหนด มิฉะนั้นระบบจะยังคิดเงินสมทบต่อเนื่องและกระทบสิทธิของลูกจ้างเอง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

กรณีที่พบบ่อยในกลุ่ม ประโยชน์ทดแทน 7 กรณีและการยื่นขอรับสิทธิ คือเอกสารครบแต่ข้อมูลไม่สอดคล้องกันเอง เช่น ช่วงเวลาการจ้างงานในหนังสือรับรองไม่ตรงกับงวดที่นำส่งเงินสมทบ หรือการสะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง ปัญหาลักษณะนี้ทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนรับรองใหม่ทั้งชุดแม้เนื้อหาสาระจะถูกต้อง

อีกกลุ่มหนึ่งคือการเข้าใจกรอบเวลาไม่ครบ ทั้งกำหนดขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน กำหนดนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป อายุความของการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน และอายุของหนังสือรับรองที่หน่วยงานปลายทางกำหนด การวางปฏิทินย้อนกลับจากวันที่ต้องใช้เอกสารจริงช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มากที่สุด

สาเหตุที่เรื่องไม่ผ่านหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ส่งเงินสมทบไม่ครบตามเงื่อนไขเฉพาะของกรณีที่ยื่น
  • ยื่นคำขอเกินกำหนดอายุความตามกฎหมาย
  • ยื่นกรณีเนื่องจากการทำงานเข้ากองทุนประกันสังคมแทนกองทุนเงินทดแทน
  • หลักฐานทางการแพทย์ไม่ระบุวันที่หรือแพทย์ผู้รับรองไม่ครบถ้วน
  • ผู้ว่างงานไม่รายงานตัวตามกำหนดกับกรมการจัดหางาน
  • หนังสือมอบอำนาจไม่ติดอากรแสตมป์หรือไม่ระบุขอบเขตการดำเนินการ

อภิธานศัพท์ประกันสังคมและสภาวิชาชีพ

สปส.6-09
แบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนเมื่อลูกจ้างออกจากงาน
ผู้ประกันตนมาตรา 33
ลูกจ้างในสถานประกอบการที่นายจ้างขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
ประโยชน์ทดแทน 7 กรณี
เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน ตามความคุ้มครองของกองทุนประกันสังคม
ผู้ประกันตนมาตรา 39
ผู้เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และสมัครส่งเงินสมทบต่อโดยสมัครใจตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
กองทุนเงินทดแทน
กองทุนที่คุ้มครองกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ซึ่งแยกจากกองทุนประกันสังคม
ผู้ประกันตนมาตรา 40
ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีนายจ้าง สมัครเข้าระบบโดยเลือกทางเลือกความคุ้มครองตามที่ประกาศ
บัตรรับรองสิทธิ
สิทธิรักษาพยาบาลที่ผูกกับสถานพยาบาลที่ผู้ประกันตนเลือกไว้ในแต่ละรอบปี

แหล่งอ้างอิงทางการ

IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านการเตรียมเอกสาร การแปล การรับรอง และการประสานยื่นคำขอ ไม่ใช่สำนักงานประกันสังคม แพทยสภา หรือสภาวิชาชีพใด และไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงาน ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันระเบียบล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด กรมการจัดหางาน สภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการทุกครั้ง

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. แจ้งวัตถุประสงค์ว่าจะใช้เอกสารกับหน่วยงานใด ในประเทศหรือต่างประเทศ เพื่อกำหนดชั้นการรับรองที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น
  2. ตรวจสถานะผู้ประกันตนหรือสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และช่วงเวลาที่ต้องครอบคลุมในหนังสือรับรอง
  3. ยื่นคำขอหนังสือรับรองกับหน่วยงานต้นทาง (สำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัด กรมการจัดหางาน หรือสภาวิชาชีพ)
  4. แปลเอกสารให้ชื่อ วันที่ และเลขอ้างอิงตรงกับหนังสือเดินทางและต้นฉบับทุกจุด
  5. รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แล้วเลือกเส้นทาง Apostille หรือรับรองสถานทูตปลายทางตามที่ผู้รับกำหนด
  6. ส่งเอกสารตามช่องทางที่ผู้ตรวจสอบกำหนด ซึ่งบางรายรับเฉพาะเอกสารที่ส่งตรงจากหน่วยงานผู้ออกเท่านั้น

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจชุดเอกสารก่อนยื่น

สอบถามขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องใช้ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล