ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Non-B ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท

Non-Immigrant B เป็นวีซ่าสำหรับการทำงานหรือติดต่อธุรกิจในประเทศไทย ตัววีซ่าเพียงอย่างเดียวไม่ให้สิทธิทำงาน ผู้ถือต้องได้รับใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานควบคู่ และเมื่ออยู่ในไทยจึงขยายเวลาพำนักรายปีกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยอาศัยเอกสารของนายจ้าง

สรุปคำตอบสั้น

Non-Immigrant B เป็นวีซ่าสำหรับการทำงานหรือติดต่อธุรกิจในประเทศไทย ตัววีซ่าเพียงอย่างเดียวไม่ให้สิทธิทำงาน ผู้ถือต้องได้รับใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานควบคู่ และเมื่ออยู่ในไทยจึงขยายเวลาพำนักรายปีกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยอาศัยเอกสารของนายจ้าง

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

นายจ้างเตรียมเอกสารนิติบุคคลและหนังสือจ้างงาน → ยื่นขอ Non-B ที่สถานทูตตามเขตอาณาหรือผ่าน e-Visa → เข้าประเทศด้วยสิทธิพำนัก 90 วัน → ยื่นขอใบอนุญาตทำงานที่กรมการจัดหางาน → ขยายเวลาพำนักรายปีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพร้อมขอ re-entry permit

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
รับผลและตรวจสอบตรวจความถูกต้องของตราวีซ่า สิทธิพำนัก และรายการในใบอนุญาตIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและตรวจสอบตรวจความถูกต้องของตราวีซ่า สิทธิพำนัก และรายการในใบอนุญาตIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและตรวจสอบตรวจความถูกต้องของตราวีซ่า สิทธิพำนัก และรายการในใบอนุญาตIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและตรวจสอบตรวจความถูกต้องของตราวีซ่า สิทธิพำนัก และรายการในใบอนุญาตIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและตรวจสอบตรวจความถูกต้องของตราวีซ่า สิทธิพำนัก และรายการในใบอนุญาตIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและตรวจสอบตรวจความถูกต้องของตราวีซ่า สิทธิพำนัก และรายการในใบอนุญาตIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือรับรองนิติบุคคลและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
  • หนังสือจ้างงานระบุตำแหน่ง หน้าที่ และระยะเวลาจ้าง
  • งบการเงินและแบบยื่นภาษีของบริษัทตามที่ระเบียบกำหนด
  • แบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบประกันสังคมของพนักงานไทย
  • คุณวุฒิการศึกษาและใบรับรองประสบการณ์ของผู้ยื่นพร้อมคำแปลรับรอง
  • แผนผังองค์กรและภาพถ่ายสถานประกอบการ

สาระสำคัญของ “Non-B ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม วีซ่าธุรกิจ Non-Immigrant B และการลงทุน ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงคือ กระทรวงการต่างประเทศสำหรับการตรวจลงตรา และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสำหรับการขยายเวลาพำนัก การพิจารณาทุกกรณีเป็นดุลพินิจของหน่วยงานรัฐตามระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ตรวจความสอดคล้อง และประสานการยื่นให้ครบถ้วนตามประกาศล่าสุด แต่ไม่รับประกันผลการอนุมัติของหน่วยงานใด

กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ใช้ช่องทางศูนย์ One Stop Service ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าช่องทางปกติ

การประชุมหรือเจรจาธุรกิจระยะสั้นบางกรณีใช้วีซ่าท่องเที่ยวไม่ได้ เพราะลักษณะกิจกรรมเข้าข่ายต้องใช้ Non-B

การทำงานในไทยต้องมีทั้งวีซ่าประเภทที่ถูกต้องและใบอนุญาตทำงานตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2561

ข้อกฎหมายและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนยื่น

ตราวีซ่า Non-B ครั้งแรกมักให้สิทธิพำนัก 90 วัน การอยู่ต่อเป็นรายปีเป็นการขยายเวลาพำนัก ไม่ใช่การต่อวีซ่า

การเดินทางออกนอกประเทศระหว่างที่ได้รับการขยายเวลาพำนักต้องขอ re-entry permit ก่อน มิฉะนั้นสิทธิพำนักสิ้นสุดทันทีที่ออกนอกราชอาณาจักร

หลักเกณฑ์ทุนจดทะเบียนและอัตราส่วนพนักงานไทยต่อคนต่างด้าวที่ใช้พิจารณาเป็นไปตามระเบียบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางาน

ผู้ที่เข้าไทยด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราไม่ได้ถือวีซ่า การเปลี่ยนไปสู่ Non-Immigrant ภายในประเทศจึงมีเงื่อนไขเฉพาะและเป็นดุลพินิจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

เขตอาณา (jurisdiction) กำหนดว่าต้องยื่นที่สถานทูตหรือสถานกงสุลแห่งใด การยื่นผิดเขตอาณาเป็นเหตุให้คำขอถูกตีกลับบ่อยที่สุดข้อหนึ่ง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

กรณีที่พบบ่อยในกลุ่ม วีซ่าธุรกิจ Non-Immigrant B และการลงทุน คือการเตรียมเอกสารครบแต่ไม่สอดคล้องกันเอง เช่น ชื่อสะกดต่างกันระหว่างคำแปลกับหนังสือเดินทาง หรือช่วงเวลาในเอกสารการเงินไม่ครอบคลุมระยะที่ระเบียบกำหนด ปัญหาลักษณะนี้ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งชุดแม้เนื้อหาสาระจะถูกต้อง

อีกกลุ่มหนึ่งคือการเข้าใจผิดระหว่างอายุวีซ่ากับสิทธิพำนัก ผู้ยื่นจำนวนมากวางแผนการเดินทางจากวันหมดอายุของตราวีซ่า ทั้งที่วันที่ต้องเดินทางออกจริงคือวันในตราประทับของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง การตรวจสองวันที่นี้ทุกครั้งช่วยป้องกันการอยู่เกินกำหนดโดยไม่ตั้งใจ

สาเหตุที่คำขอไม่ผ่านหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ทุนจดทะเบียนหรืออัตราส่วนพนักงานไทยไม่เป็นไปตามระเบียบ
  • ตำแหน่งงานอยู่ในบัญชีอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย
  • เอกสารนิติบุคคลหมดอายุหรือคัดสำเนาเกินระยะเวลาที่ยอมรับ
  • งบการเงินแสดงว่าบริษัทไม่มีการประกอบกิจการจริง
  • ยื่นขยายเวลาพำนักล่าช้ากว่ากำหนดจนสิทธิพำนักขาด
  • ชื่อ-สกุลหรือวันเกิดในเอกสารแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง

อภิธานศัพท์วีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

Visa
การตรวจลงตราที่อนุญาตให้เดินทางมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองของไทย ไม่ใช่การรับประกันการเข้าเมือง
DTV
Destination Thailand Visa มีผลใช้ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2567 อายุ 5 ปี พำนักครั้งละไม่เกิน 180 วัน
Permission to stay
สิทธิพำนักที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประทับให้เมื่อเข้าประเทศ กำหนดวันที่ต้องเดินทางออกจริง
LTR
Long-Term Resident visa อายุรวม 10 ปี บริหารร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ตม.7 (TM.7)
แบบคำขออนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักร ใช้ยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
One Stop Service Centre
ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานที่รวมงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางานไว้จุดเดียว
ตม.30 (TM.30)
แบบแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ซึ่งเจ้าบ้านหรือผู้จัดการที่พักต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง

แหล่งอ้างอิงทางการ

IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านการเตรียมเอกสาร การแปล การรับรอง และการประสานยื่นคำขอ ไม่ใช่หน่วยงานราชการ และไม่รับประกันผลการอนุมัติวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน หรือการขยายเวลาพำนักของหน่วยงานใด ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันระเบียบล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการจัดหางาน ก่อนยื่นทุกครั้ง

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. แจ้งสัญชาติ วัตถุประสงค์การพำนัก และวันที่ต้องเดินทาง เพื่อเลือกประเภทวีซ่าที่ตรงกับข้อเท็จจริงของคุณ
  2. ตรวจคุณสมบัติกับระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น และระบุเอกสารที่ต้องแปล/รับรองก่อนล่วงหน้า
  3. จัดเตรียมชุดเอกสารบุคคลและเอกสารนายจ้าง พร้อมตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และช่วงเวลาการเงิน
  4. ยื่นคำขอผ่านช่องทางที่ถูกต้อง (Thai e-Visa ของสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุล หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แล้วแต่กรณี)
  5. ติดตามผล ตอบข้อซักถามเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ และเตรียมเอกสารเสริมหากมีการเรียกเพิ่ม
  6. สรุปเงื่อนไขหลังได้รับอนุมัติ ทั้งวันสิ้นสุดสิทธิพำนัก การรายงานตัว 90 วัน TM.30 และ Re-entry Permit

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจเคสของคุณก่อนยื่น

สอบถามขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องใช้ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล