ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

แจ้งเลิกจ้างและคืนใบอนุญาตทำงาน

ใบอนุญาตทำงานออกโดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2561 ผู้ยื่นต้องมีวีซ่าประเภทที่ถูกต้องอยู่ก่อน ใบอนุญาตผูกกับนายจ้าง ตำแหน่ง และสถานที่ทำงานที่ระบุไว้ การเปลี่ยนนายจ้างหรือตำแหน่งต้องแจ้งและแก้ไขรายการก่อนเริ่มงานใหม่

สรุปคำตอบสั้น

ใบอนุญาตทำงานออกโดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2561 ผู้ยื่นต้องมีวีซ่าประเภทที่ถูกต้องอยู่ก่อน ใบอนุญาตผูกกับนายจ้าง ตำแหน่ง และสถานที่ทำงานที่ระบุไว้ การเปลี่ยนนายจ้างหรือตำแหน่งต้องแจ้งและแก้ไขรายการก่อนเริ่มงานใหม่

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

ตรวจว่าตำแหน่งงานไม่อยู่ในอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ → นายจ้างเตรียมเอกสารนิติบุคคลและแบบคำขอ → ยื่นที่สำนักงานจัดหางานในพื้นที่หรือระบบ e-Workpermit → รับใบอนุญาตทำงานและตรวจสอบรายการให้ตรงกับสัญญาจ้าง → ต่ออายุก่อนหมดอายุและแจ้งการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
รับผลและตรวจสอบตรวจความถูกต้องของตราวีซ่า สิทธิพำนัก และรายการในใบอนุญาตIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและตรวจสอบตรวจความถูกต้องของตราวีซ่า สิทธิพำนัก และรายการในใบอนุญาตIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและตรวจสอบตรวจความถูกต้องของตราวีซ่า สิทธิพำนัก และรายการในใบอนุญาตIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและตรวจสอบตรวจความถูกต้องของตราวีซ่า สิทธิพำนัก และรายการในใบอนุญาตIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและตรวจสอบตรวจความถูกต้องของตราวีซ่า สิทธิพำนัก และรายการในใบอนุญาตIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ
รับผลและตรวจสอบตรวจความถูกต้องของตราวีซ่า สิทธิพำนัก และรายการในใบอนุญาตIVC ร่วมกับผู้ยื่น1 วันทำการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือเดินทางพร้อมตราวีซ่าประเภทที่อนุญาตให้ทำงาน
  • ใบรับรองแพทย์ตามแบบที่กระทรวงแรงงานกำหนด
  • สัญญาจ้างและหนังสือรับรองการจ้างจากนายจ้าง
  • เอกสารนิติบุคคลของนายจ้างฉบับล่าสุด
  • คุณวุฒิการศึกษาและใบรับรองประสบการณ์พร้อมคำแปลรับรอง
  • รูปถ่ายและแผนที่สถานประกอบการ

สาระสำคัญของ “แจ้งเลิกจ้างและคืนใบอนุญาตทำงาน”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม ใบอนุญาตทำงานและกรมการจัดหางาน ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงคือ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน การพิจารณาทุกกรณีเป็นดุลพินิจของหน่วยงานรัฐตามระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ตรวจความสอดคล้อง และประสานการยื่นให้ครบถ้วนตามประกาศล่าสุด แต่ไม่รับประกันผลการอนุมัติของหน่วยงานใด

การทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษปรับตามกฎหมาย และนายจ้างที่รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษแยกต่างหาก

เมื่อสิ้นสุดการจ้าง ผู้ถือใบอนุญาตต้องคืนใบอนุญาตและนายจ้างต้องแจ้งกรมการจัดหางานภายในกำหนด

การเปลี่ยนนายจ้างมีผลต่อสิทธิพำนักด้วย เพราะการขยายเวลาพำนักอาศัยเอกสารของนายจ้างรายเดิม

ข้อกฎหมายและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนยื่น

ผู้ถือ LTR ใช้ใบอนุญาตทำงานแบบดิจิทัลผ่านศูนย์ One Stop Service ซึ่งเป็นคนละกระบวนการกับใบอนุญาตแบบเล่มปกติ

งานบางประเภทตามบัญชีท้ายประกาศเป็นงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาดหรือให้ทำได้อย่างมีเงื่อนไข ต้องตรวจก่อนทำสัญญาจ้าง

ใบอนุญาตทำงานระบุนายจ้าง ตำแหน่ง ลักษณะงาน และท้องที่ทำงาน การทำงานนอกเหนือรายการที่ระบุถือว่าผิดเงื่อนไข

เอกสารราชการต่างประเทศจากรัฐภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้ตั้งแต่ไทยเข้าเป็นภาคีมีผล 22 ธันวาคม 2567 ส่วนเอกสารจากรัฐที่ไม่ใช่ภาคียังต้องผ่านการรับรองสถานทูต

การให้ข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างแบบฟอร์ม เอกสารการเงิน และประวัติการเดินทาง เป็นสาเหตุการปฏิเสธที่พบมากกว่าการขาดเอกสารบางรายการ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

กรณีที่พบบ่อยในกลุ่ม ใบอนุญาตทำงานและกรมการจัดหางาน คือการเตรียมเอกสารครบแต่ไม่สอดคล้องกันเอง เช่น ชื่อสะกดต่างกันระหว่างคำแปลกับหนังสือเดินทาง หรือช่วงเวลาในเอกสารการเงินไม่ครอบคลุมระยะที่ระเบียบกำหนด ปัญหาลักษณะนี้ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งชุดแม้เนื้อหาสาระจะถูกต้อง

อีกกลุ่มหนึ่งคือการเข้าใจผิดระหว่างอายุวีซ่ากับสิทธิพำนัก ผู้ยื่นจำนวนมากวางแผนการเดินทางจากวันหมดอายุของตราวีซ่า ทั้งที่วันที่ต้องเดินทางออกจริงคือวันในตราประทับของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง การตรวจสองวันที่นี้ทุกครั้งช่วยป้องกันการอยู่เกินกำหนดโดยไม่ตั้งใจ

สาเหตุที่คำขอไม่ผ่านหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ตำแหน่งงานอยู่ในบัญชีอาชีพต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว
  • วีซ่าที่ถืออยู่ไม่ใช่ประเภทที่ยื่นขอใบอนุญาตทำงานได้
  • ใบรับรองแพทย์ไม่ครบรายการโรคตามที่กำหนดหรือหมดอายุ
  • คุณวุฒิไม่สอดคล้องกับลักษณะงานที่ระบุในสัญญาจ้าง
  • นายจ้างมีประวัติการแจ้งข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
  • ชื่อ-สกุลหรือวันเกิดในเอกสารแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง

อภิธานศัพท์วีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

Non-Immigrant visa
กลุ่มวีซ่าคนอยู่ชั่วคราวที่แบ่งเป็นรหัสย่อยตามวัตถุประสงค์ เช่น B, O, ED
Visa
การตรวจลงตราที่อนุญาตให้เดินทางมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองของไทย ไม่ใช่การรับประกันการเข้าเมือง
DTV
Destination Thailand Visa มีผลใช้ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2567 อายุ 5 ปี พำนักครั้งละไม่เกิน 180 วัน
Permission to stay
สิทธิพำนักที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประทับให้เมื่อเข้าประเทศ กำหนดวันที่ต้องเดินทางออกจริง
LTR
Long-Term Resident visa อายุรวม 10 ปี บริหารร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ตม.7 (TM.7)
แบบคำขออนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักร ใช้ยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
One Stop Service Centre
ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานที่รวมงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางานไว้จุดเดียว

แหล่งอ้างอิงทางการ

IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านการเตรียมเอกสาร การแปล การรับรอง และการประสานยื่นคำขอ ไม่ใช่หน่วยงานราชการ และไม่รับประกันผลการอนุมัติวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน หรือการขยายเวลาพำนักของหน่วยงานใด ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันระเบียบล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการจัดหางาน ก่อนยื่นทุกครั้ง

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. แจ้งสัญชาติ วัตถุประสงค์การพำนัก และวันที่ต้องเดินทาง เพื่อเลือกประเภทวีซ่าที่ตรงกับข้อเท็จจริงของคุณ
  2. ตรวจคุณสมบัติกับระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น และระบุเอกสารที่ต้องแปล/รับรองก่อนล่วงหน้า
  3. จัดเตรียมชุดเอกสารบุคคลและเอกสารนายจ้าง พร้อมตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และช่วงเวลาการเงิน
  4. ยื่นคำขอผ่านช่องทางที่ถูกต้อง (Thai e-Visa ของสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุล หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แล้วแต่กรณี)
  5. ติดตามผล ตอบข้อซักถามเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ และเตรียมเอกสารเสริมหากมีการเรียกเพิ่ม
  6. สรุปเงื่อนไขหลังได้รับอนุมัติ ทั้งวันสิ้นสุดสิทธิพำนัก การรายงานตัว 90 วัน TM.30 และ Re-entry Permit

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจเคสของคุณก่อนยื่น

สอบถามขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องใช้ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล