ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

การจัดการมรดกของชาวต่างชาติที่ถึงแก่ความตายในประเทศไทย กรณีอยู่ต่างประเทศดำเนินการอย่างไร

สรุปคำตอบสั้น

ทรัพย์สินของผู้ตายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน ห้องชุด บัญชีธนาคาร หรือหุ้น โดยทั่วไปจะโอนต่อให้ทายาทได้ก็ต่อเมื่อมีผู้จัดการมรดกที่ศาลมีคำสั่งตั้งแล้ว ขั้นตอนจึงเริ่มจากการรวบรวมหลักฐานการตาย หลักฐานความเป็นทายาท และบัญชีทรัพย์ เพื่อยื่นคำร้องต่อศาล เมื่อได้คำสั่งและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดแล้วจึงนำไปใช้กับกรมที่ดินและธนาคารได้

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

รวบรวมใบมรณบัตรและทะเบียนบ้านที่จำหน่ายชื่อผู้ตาย → พิสูจน์ความเป็นทายาทและตรวจว่ามีพินัยกรรมหรือไม่ → จัดทำบัญชีทรัพย์และหนี้สิน → ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาลที่มีเขตอำนาจ → ไต่สวนคำร้องและรับคำสั่งศาล → ขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด → ดำเนินการโอนทรัพย์กับกรมที่ดิน ธนาคาร และนายทะเบียนที่เกี่ยวข้อง → แบ่งทรัพย์ให้ทายาทและปิดบัญชีมรดก

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
รวบรวมและรับรองเอกสารขอเอกสารราชการ แปล รับรองคำแปล และรับรองเอกสารจากต่างประเทศลูกค้า ทีมเอกสาร และหน่วยงานที่ออกเอกสาร5–20 วันทำการ ขึ้นกับต้นทางเอกสาร
ไต่สวนและพิจารณาไต่สวนคำร้อง ชี้แจงเอกสารเพิ่มเติม และรอคำสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานที่ดินหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
ประเมินเรื่องและวางแผนตรวจสถานะทายาท ทรัพย์สิน พินัยกรรม และข้อจำกัดการถือครองของชาวต่างชาติทีมที่ปรึกษาร่วมกับลูกค้า1–3 วันทำการ
ยื่นคำร้องหรือคำขอยื่นคำร้องต่อศาล หรือยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิต่อสำนักงานที่ดินทนายความหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของศาลและสำนักงานที่ดิน
ดำเนินการโอนและปิดเรื่องโอนทรัพย์ ชำระภาษีและค่าธรรมเนียม แบ่งทรัพย์ให้ทายาท และจัดเก็บเอกสารผู้จัดการมรดกและทีมที่ปรึกษา1–4 สัปดาห์หลังได้คำสั่ง

เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียม

  • ใบมรณบัตรของผู้ตาย และทะเบียนบ้านที่จำหน่ายชื่อแล้ว
  • บัตรประชาชน/หนังสือเดินทาง และทะเบียนบ้านของผู้ร้องและทายาททุกคน
  • ทะเบียนสมรสหรือหลักฐานความสัมพันธ์ เช่น สูติบัตรของบุตร
  • พินัยกรรมฉบับจริง (ถ้ามี)
  • บัญชีทรัพย์มรดก เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด สมุดบัญชีธนาคาร ทะเบียนรถ ใบหุ้น
  • หนังสือให้ความยินยอมของทายาทอื่นในการตั้งผู้จัดการมรดก

สาระสำคัญของ “การจัดการมรดกของชาวต่างชาติที่ถึงแก่ความตายในประเทศไทย กรณีอยู่ต่างประเทศดำเนินการอย่างไร”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม การจัดการมรดกและการตั้งผู้จัดการมรดก หน่วยงานหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ ศาลที่มีเขตอำนาจตามภูมิลำเนาของผู้ตายหรือที่ตั้งทรัพย์มรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ร่วมกับสำนักงานเขต/อำเภอ กรมที่ดิน และสถาบันการเงินที่ถือทรัพย์ การพิจารณาทุกกรณีเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมงาน ตรวจความสอดคล้อง และประสานงานให้ตรงรูปแบบที่ปลายทางกำหนด แต่ไม่ใช่หน่วยงานราชการและไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

หากทายาทอยู่ต่างประเทศ สามารถให้ความยินยอมและมอบอำนาจผ่านสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย หรือใช้เอกสารที่รับรองด้วยอะพอสทิลแล้วแปลและรับรองในไทย

หนี้สินของผู้ตายตกทอดในขอบเขตของกองมรดก ทายาทไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตนได้รับ

การเคลื่อนย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์มรดกก่อนศาลมีคำสั่ง อาจถูกทายาทรายอื่นโต้แย้งภายหลังและทำให้คดีล่าช้า

ข้อกำหนดและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวม จัดการ และแบ่งทรัพย์ตามกฎหมายหรือพินัยกรรม ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ และต้องจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกให้ทายาทตรวจสอบได้

ทายาทโดยธรรมมีลำดับตามที่กฎหมายกำหนด และคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิรับมรดกร่วมกับทายาทลำดับที่มีสิทธิ

ธนาคารและกรมที่ดินโดยทั่วไปไม่โอนทรัพย์ให้ทายาทโดยตรงหากไม่มีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก แม้ทายาทจะมีเพียงคนเดียว

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวม จัดการ และแบ่งทรัพย์ตามกฎหมายหรือพินัยกรรม ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ และต้องจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกให้ทายาทตรวจสอบได้

ทายาทโดยธรรมมีลำดับตามที่กฎหมายกำหนด และคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิรับมรดกร่วมกับทายาทลำดับที่มีสิทธิ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

ข้อผิดพลาดที่พบมากที่สุดคือการเริ่มจากตัวทรัพย์แทนที่จะเริ่มจากสถานะทายาท หลายครอบครัวไปที่ธนาคารหรือสำนักงานที่ดินก่อน แล้วจึงพบว่าต้องมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกเสียก่อน ทำให้เสียเวลาไปหลายสัปดาห์ การตรวจลำดับทายาทและเอกสารแสดงความสัมพันธ์ให้ครบตั้งแต่วันแรก คือสิ่งที่ย่นเวลาได้มากที่สุดในงานมรดก

อีกกลุ่มหนึ่งคือการมองข้ามข้อจำกัดการถือครองของชาวต่างชาติในขั้นวางแผน เช่น การระบุยกที่ดินให้คู่สมรสต่างชาติไว้ในพินัยกรรมโดยไม่เตรียมทางเลือกอย่างสิทธิเก็บกิน การเช่าจดทะเบียน หรือการแปลงเป็นทรัพย์รูปแบบอื่น เมื่อถึงเวลาจริงผู้รับจึงต้องจำหน่ายทรัพย์ภายในกำหนด ซึ่งมักได้ราคาต่ำกว่าที่ควรเป็น

สาเหตุที่งานล่าช้าหรือถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • เอกสารแสดงความเป็นทายาทไม่ครบ ทำให้ศาลสั่งให้แก้ไขคำร้องหรือนำพยานเพิ่ม
  • ชื่อ-นามสกุลในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกันและไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง
  • ยื่นคำร้องต่อศาลที่ไม่มีเขตอำนาจตามภูมิลำเนาผู้ตายหรือที่ตั้งทรัพย์
  • ทายาทบางรายคัดค้านโดยไม่ได้เจรจาก่อนยื่น ทำให้คดีเปลี่ยนเป็นคดีมีข้อพิพาท
  • เอกสารจากต่างประเทศไม่ได้รับรองและแปลตามรูปแบบที่ศาลรับได้
  • เอกสารแสดงความเป็นทายาทไม่ครบ ทำให้ศาลสั่งให้แก้ไขคำร้องหรือนำพยานเพิ่ม

ศัพท์ที่ควรรู้ในงานการจัดการมรดกและการตั้งผู้จัดการมรดก

สิทธิเก็บกิน
สิทธิใช้สอยและเก็บดอกผลจากอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินได้ แต่ไม่ใช่กรรมสิทธิ์
พินัยกรรม
การแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สิน ซึ่งต้องทำตามแบบที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด
ทายาทโดยธรรม
ผู้มีสิทธิรับมรดกตามลำดับที่กฎหมายกำหนด เมื่อผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือทำไว้ไม่ครอบคลุมทรัพย์ทั้งหมด
ผู้จัดการมรดก
บุคคลที่ศาลมีคำสั่งตั้งหรือพินัยกรรมกำหนด ให้มีอำนาจหน้าที่รวบรวม จัดการ และแบ่งทรัพย์มรดกตามกฎหมาย
ภาษีการรับมรดก
ภาษีที่จัดเก็บจากผู้รับมรดกตาม พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 เฉพาะมูลค่าส่วนที่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
FET
แบบธุรกรรมเงินตราต่างประเทศที่ธนาคารออกให้ ใช้แสดงว่าเงินที่ใช้ซื้อห้องชุดโอนเข้ามาจากต่างประเทศ
โควตาต่างด้าวอาคารชุด
อัตราส่วนเนื้อที่ห้องชุดที่คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์รวมกันได้ไม่เกิน 49% ของเนื้อที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้น

แหล่งอ้างอิงหน่วยงาน

ข้อควรระวังและขอบเขตความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไป ณ สิงหาคม 2026 มิใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะกรณี ข้อเท็จจริงเพียงเล็กน้อยที่ต่างกัน เช่น ลำดับทายาท สถานะสมรส หรือประเภทเอกสารสิทธิ อาจเปลี่ยนผลทางกฎหมายได้ทั้งเรื่อง กรุณาปรึกษาทีมงานหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนดำเนินการ IVC เป็นบริษัทที่ปรึกษาเอกชน ไม่ใช่หน่วยงานราชการ และไม่รับประกันผลของคดี

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026

ต้องการคำตอบเฉพาะเคสของคุณ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล