ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

อะพอสทิลเอกสารมรดกจากต่างประเทศ ต้องมอบอำนาจอย่างไร

งานมรดกและที่ดินมักสะดุดที่เอกสาร ไม่ใช่ที่ข้อกฎหมาย เอกสารที่ออกในต่างประเทศต้องผ่านการรับรองให้ถูกช่องทางก่อน คืออะพอสทิลสำหรับประเทศภาคีอนุสัญญา หรือการรับรองโดยสถานทูตสำหรับประเทศที่ไม่ใช่ภาคี จากนั้นจึงแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลก่อนยื่นต่อศาลหรือสำนักงานที่ดิน

สรุปคำตอบสั้น

งานมรดกและที่ดินมักสะดุดที่เอกสาร ไม่ใช่ที่ข้อกฎหมาย เอกสารที่ออกในต่างประเทศต้องผ่านการรับรองให้ถูกช่องทางก่อน คืออะพอสทิลสำหรับประเทศภาคีอนุสัญญา หรือการรับรองโดยสถานทูตสำหรับประเทศที่ไม่ใช่ภาคี จากนั้นจึงแปลเป็นภาษาไทยและรับรองคำแปลก่อนยื่นต่อศาลหรือสำนักงานที่ดิน

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

ระบุหน่วยงานปลายทางและรูปแบบเอกสารที่ยอมรับ → ขอเอกสารต้นฉบับที่ออกใหม่จากหน่วยงานต้นทาง → รับรองต้นทางด้วยอะพอสทิลหรือการรับรองสถานทูตตามสถานะภาคี → แปลเป็นภาษาไทยโดยผู้แปลที่รับผิดชอบได้ → รับรองคำแปลที่กรมการกงสุลเมื่อปลายทางกำหนด → ตรวจความสอดคล้องของชื่อและวันที่ทุกฉบับ → ยื่นพร้อมสำเนาชุดสำรอง

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
ยื่นคำร้องหรือคำขอยื่นคำร้องต่อศาล หรือยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิต่อสำนักงานที่ดินทนายความหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของศาลและสำนักงานที่ดิน
ดำเนินการโอนและปิดเรื่องโอนทรัพย์ ชำระภาษีและค่าธรรมเนียม แบ่งทรัพย์ให้ทายาท และจัดเก็บเอกสารผู้จัดการมรดกและทีมที่ปรึกษา1–4 สัปดาห์หลังได้คำสั่ง
รวบรวมและรับรองเอกสารขอเอกสารราชการ แปล รับรองคำแปล และรับรองเอกสารจากต่างประเทศลูกค้า ทีมเอกสาร และหน่วยงานที่ออกเอกสาร5–20 วันทำการ ขึ้นกับต้นทางเอกสาร
ไต่สวนและพิจารณาไต่สวนคำร้อง ชี้แจงเอกสารเพิ่มเติม และรอคำสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานที่ดินหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
ประเมินเรื่องและวางแผนตรวจสถานะทายาท ทรัพย์สิน พินัยกรรม และข้อจำกัดการถือครองของชาวต่างชาติทีมที่ปรึกษาร่วมกับลูกค้า1–3 วันทำการ

เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียม

  • เอกสารต้นฉบับจากต่างประเทศที่ผ่านอะพอสทิลหรือการรับรองสถานทูตแล้ว
  • คำแปลภาษาไทยพร้อมคำรับรองการแปล
  • สำเนาหนังสือเดินทางของผู้มอบอำนาจ พร้อมลายมือชื่อรับรองสำเนา
  • แบบหนังสือมอบอำนาจของกรมที่ดิน สำหรับงานจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
  • หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือหนังสือรับรองบุคคลเดียวกัน (ถ้าจำเป็น)
  • ชุดสำเนารับรองถูกต้องอย่างน้อยสองชุดสำหรับยื่นและเก็บ

สาระสำคัญของ “อะพอสทิลเอกสารมรดกจากต่างประเทศ ต้องมอบอำนาจอย่างไร”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม เอกสาร คำแปล และการรับรองสำหรับงานมรดกและที่ดิน หน่วยงานหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ ร่วมกับศาลและสำนักงานที่ดินซึ่งเป็นผู้รับเอกสาร การพิจารณาทุกกรณีเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมงาน ตรวจความสอดคล้อง และประสานงานให้ตรงรูปแบบที่ปลายทางกำหนด แต่ไม่ใช่หน่วยงานราชการและไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

หนังสือมอบอำนาจที่ทำในต่างประเทศ ควรลงนามต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย หรือรับรองด้วยอะพอสทิลก่อนนำเข้ามาใช้

ศาลและสำนักงานที่ดินรับเอกสารภาษาต่างประเทศพร้อมคำแปลภาษาไทยที่มีคำรับรองการแปล ไม่รับเอกสารที่แปลโดยไม่มีผู้รับรอง

หนังสือมอบอำนาจงานที่ดินมีแบบฟอร์มเฉพาะของกรมที่ดิน การใช้แบบทั่วไปอาจถูกปฏิเสธในวันนัดโอน

ข้อกำหนดและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม

การสะกดชื่อในเอกสารต่างประเทศต้องตรงกับหนังสือเดินทาง หากต่างต้องมีหนังสือรับรองบุคคลเดียวกัน

ควรเผื่อชุดเอกสารรับรองมากกว่าหนึ่งชุด เพราะศาลและสำนักงานที่ดินมักเก็บต้นฉบับไว้ในสำนวน

ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาอะพอสทิลโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2567 เอกสารระหว่างประเทศภาคีจึงใช้อะพอสทิลแทนการรับรองซ้อนของสถานทูตได้

หนี้สินของผู้ตายตกทอดในขอบเขตของกองมรดก ทายาทไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตนได้รับ

การเคลื่อนย้ายหรือจำหน่ายทรัพย์มรดกก่อนศาลมีคำสั่ง อาจถูกทายาทรายอื่นโต้แย้งภายหลังและทำให้คดีล่าช้า

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

ข้อผิดพลาดที่พบมากที่สุดคือการเริ่มจากตัวทรัพย์แทนที่จะเริ่มจากสถานะทายาท หลายครอบครัวไปที่ธนาคารหรือสำนักงานที่ดินก่อน แล้วจึงพบว่าต้องมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกเสียก่อน ทำให้เสียเวลาไปหลายสัปดาห์ การตรวจลำดับทายาทและเอกสารแสดงความสัมพันธ์ให้ครบตั้งแต่วันแรก คือสิ่งที่ย่นเวลาได้มากที่สุดในงานมรดก

อีกกลุ่มหนึ่งคือการมองข้ามข้อจำกัดการถือครองของชาวต่างชาติในขั้นวางแผน เช่น การระบุยกที่ดินให้คู่สมรสต่างชาติไว้ในพินัยกรรมโดยไม่เตรียมทางเลือกอย่างสิทธิเก็บกิน การเช่าจดทะเบียน หรือการแปลงเป็นทรัพย์รูปแบบอื่น เมื่อถึงเวลาจริงผู้รับจึงต้องจำหน่ายทรัพย์ภายในกำหนด ซึ่งมักได้ราคาต่ำกว่าที่ควรเป็น

สาเหตุที่งานล่าช้าหรือถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • เอกสารต่างประเทศไม่มีอะพอสทิลหรือการรับรองสถานทูต
  • คำแปลไม่มีคำรับรอง หรือแปลชื่อเฉพาะไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง
  • หนังสือมอบอำนาจไม่ระบุอำนาจให้ครอบคลุมการกระทำที่ต้องทำจริง
  • ใช้หนังสือมอบอำนาจที่หมดอายุตามเงื่อนไขที่หน่วยงานกำหนด
  • เอกสารรับรองออกนานเกินกว่าอายุที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
  • ชื่อ-นามสกุลในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกันและไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง

ศัพท์ที่ควรรู้ในงานเอกสาร คำแปล และการรับรองสำหรับงานมรดกและที่ดิน

สิทธิเก็บกิน
สิทธิใช้สอยและเก็บดอกผลจากอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น จดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินได้ แต่ไม่ใช่กรรมสิทธิ์
พินัยกรรม
การแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สิน ซึ่งต้องทำตามแบบที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด
ทายาทโดยธรรม
ผู้มีสิทธิรับมรดกตามลำดับที่กฎหมายกำหนด เมื่อผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้หรือทำไว้ไม่ครอบคลุมทรัพย์ทั้งหมด
ผู้จัดการมรดก
บุคคลที่ศาลมีคำสั่งตั้งหรือพินัยกรรมกำหนด ให้มีอำนาจหน้าที่รวบรวม จัดการ และแบ่งทรัพย์มรดกตามกฎหมาย
ภาษีการรับมรดก
ภาษีที่จัดเก็บจากผู้รับมรดกตาม พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 เฉพาะมูลค่าส่วนที่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
FET
แบบธุรกรรมเงินตราต่างประเทศที่ธนาคารออกให้ ใช้แสดงว่าเงินที่ใช้ซื้อห้องชุดโอนเข้ามาจากต่างประเทศ
โควตาต่างด้าวอาคารชุด
อัตราส่วนเนื้อที่ห้องชุดที่คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์รวมกันได้ไม่เกิน 49% ของเนื้อที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้น

แหล่งอ้างอิงหน่วยงาน

ข้อควรระวังและขอบเขตความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไป ณ สิงหาคม 2026 มิใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะกรณี ข้อเท็จจริงเพียงเล็กน้อยที่ต่างกัน เช่น ลำดับทายาท สถานะสมรส หรือประเภทเอกสารสิทธิ อาจเปลี่ยนผลทางกฎหมายได้ทั้งเรื่อง กรุณาปรึกษาทีมงานหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนดำเนินการ IVC เป็นบริษัทที่ปรึกษาเอกชน ไม่ใช่หน่วยงานราชการ และไม่รับประกันผลของคดี

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026

บริการที่มักใช้ร่วมกับงานมรดกและที่ดิน

ต้องการคำตอบเฉพาะเคสของคุณ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล