ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

legalize thai marriage certificate

สรุปคำตอบสั้น

การจดทะเบียนสมรสระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติในประเทศไทยทำที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขต โดยฝ่ายต่างชาติต้องนำหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูตหรือหน่วยงานของประเทศตนมาแสดง แปลเป็นภาษาไทยและผ่านการรับรองตามช่องทางที่กรมการกงสุลกำหนด นายทะเบียนจะตรวจคุณสมบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อนรับจดทะเบียน

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

ขอหนังสือรับรองสถานภาพจากประเทศของคู่สมรส → แปลเป็นไทย → รับรองนิติกรณ์/Apostille ตามกรณี → ยื่นต่อสำนักทะเบียน → จดทะเบียนสมรสและรับ คร.2 → นำ คร.2 ไปรับรองต่อเพื่อใช้ต่างประเทศ

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
6. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา หรือผลการพิจารณา และตอบข้อสอบถามเพิ่มเติมIVCตามดุลพินิจของหน่วยงาน
6. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา หรือผลการพิจารณา และตอบข้อสอบถามเพิ่มเติมIVCตามดุลพินิจของหน่วยงาน
6. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา หรือผลการพิจารณา และตอบข้อสอบถามเพิ่มเติมIVCตามดุลพินิจของหน่วยงาน
6. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา หรือผลการพิจารณา และตอบข้อสอบถามเพิ่มเติมIVCตามดุลพินิจของหน่วยงาน
6. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา หรือผลการพิจารณา และตอบข้อสอบถามเพิ่มเติมIVCตามดุลพินิจของหน่วยงาน
6. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา หรือผลการพิจารณา และตอบข้อสอบถามเพิ่มเติมIVCตามดุลพินิจของหน่วยงาน

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • หนังสือเดินทางของฝ่ายต่างชาติ พร้อมสำเนาหน้าที่มีตราประทับเข้าเมืองล่าสุด
  • หนังสือรับรองสถานภาพการสมรสของฝ่ายต่างชาติ พร้อมคำแปลภาษาไทย
  • บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของฝ่ายไทย
  • เอกสารการหย่าหรือใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิม หากเคยสมรสมาก่อน
  • พยานบุคคลตามจำนวนที่สำนักทะเบียนกำหนด พร้อมบัตรประจำตัว
  • ร่างสัญญาก่อนสมรส หากประสงค์ให้จดแจ้งพร้อมการจดทะเบียน

ขอบเขตงานของ “legalize thai marriage certificate”

legalize thai marriage certificate อยู่ในกลุ่มงาน จดทะเบียนสมรสไทย–ต่างชาติ ซึ่งมีฐานอำนาจตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. 2478 การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

ฝ่ายต่างชาติโดยทั่วไปต้องแสดงหนังสือรับรองว่าเป็นโสดหรือมีสถานภาพที่สมรสได้ ออกโดยหน่วยงานของประเทศตนหรือสถานทูต/สถานกงสุลในประเทศไทย

นายทะเบียนตรวจเงื่อนไขการสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น อายุตามที่กฎหมายกำหนด ความยินยอม และการไม่มีคู่สมรสอยู่ก่อน

การสมรสมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายไทยเมื่อได้จดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พิธีทางศาสนาหรือประเพณีเพียงอย่างเดียวไม่ก่อให้เกิดผลทางกฎหมาย

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

ฝ่ายต่างชาติโดยทั่วไปต้องแสดงหนังสือรับรองว่าเป็นโสดหรือมีสถานภาพที่สมรสได้ ออกโดยหน่วยงานของประเทศตนหรือสถานทูต/สถานกงสุลในประเทศไทย

นายทะเบียนตรวจเงื่อนไขการสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น อายุตามที่กฎหมายกำหนด ความยินยอม และการไม่มีคู่สมรสอยู่ก่อน

การสมรสมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายไทยเมื่อได้จดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พิธีทางศาสนาหรือประเพณีเพียงอย่างเดียวไม่ก่อให้เกิดผลทางกฎหมาย

สัญญาก่อนสมรสเกี่ยวกับทรัพย์สินต้องจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส จึงจะมีผลตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด

การเลือกใช้ชื่อสกุลหลังสมรสเป็นสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยชื่อบุคคล และมีผลต่อการต้องแก้ไขบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหนังสือเดินทางตามลำดับ

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

ขอหนังสือรับรองสถานภาพจากประเทศของคู่สมรส → แปลเป็นไทย → รับรองนิติกรณ์/Apostille ตามกรณี → ยื่นต่อสำนักทะเบียน → จดทะเบียนสมรสและรับ คร.2 → นำ คร.2 ไปรับรองต่อเพื่อใช้ต่างประเทศ

ทะเบียนสมรส (คร.2) และใบสำคัญการสมรส (คร.3) เป็นคนละเอกสาร หน่วยงานปลายทางในต่างประเทศมักขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสที่นายทะเบียนรับรอง

ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2567 ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารจากประเทศภาคีจึงอาจใช้ช่องทาง Apostille แทนการรับรองสองชั้นแบบเดิม ทั้งนี้ต้องตรวจสถานะภาคีของประเทศต้นทางเป็นรายกรณี

เอกสารภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลภาษาไทยและผ่านการรับรองตามช่องทางที่กรมการกงสุลกำหนดก่อนใช้กับสำนักทะเบียน

ฝ่ายต่างชาติโดยทั่วไปต้องแสดงหนังสือรับรองว่าเป็นโสดหรือมีสถานภาพที่สมรสได้ ออกโดยหน่วยงานของประเทศตนหรือสถานทูต/สถานกงสุลในประเทศไทย

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • ตรวจสถานะภาคี Apostille ของประเทศต้นทางก่อน เพราะช่องทางรับรองต่างกันคนละเส้นทางและใช้เวลาต่างกัน
  • สอบถามสำนักทะเบียนที่จะไปยื่นล่วงหน้า เพราะรายละเอียดปลีกย่อยเช่นจำนวนพยานและรูปแบบคำแปลอาจต่างกันในแต่ละพื้นที่
  • ถ้าจะนำทะเบียนสมรสไปใช้ต่างประเทศ ให้วางแผนขั้นตอนรับรองต่อทันทีหลังจดทะเบียน จะประหยัดรอบเดินทาง
  • ให้ใช้การสะกดชื่อภาษาอังกฤษเดียวกันทุกฉบับ ยึดตามหนังสือเดินทางเป็นหลัก
  • ปรึกษาเรื่องสินสมรสและสัญญาก่อนสมรสก่อนวันจดทะเบียน เพราะการจดแจ้งย้อนหลังทำไม่ได้

ข้อควรระวัง

  • เข้าใจว่าจัดพิธีแต่งงานแล้วถือว่าสมรสตามกฎหมาย ทั้งที่ยังไม่ได้จดทะเบียน
  • แปลเอกสารเองโดยไม่ผ่านช่องทางรับรองที่สำนักทะเบียนยอมรับ
  • ลืมว่าการสมรสในไทยต้องแจ้งหรือบันทึกต่อประเทศของคู่สมรสด้วยในบางประเทศ
  • เปลี่ยนชื่อสกุลแล้วไม่ไล่แก้เอกสารต่อเนื่อง ทำให้ชื่อในบัญชีธนาคารและวีซ่าไม่ตรงกัน

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • หนังสือรับรองสถานภาพหมดอายุตามที่สำนักทะเบียนหรือสถานทูตกำหนดช่วงเวลาการยอมรับ
  • คำแปลไม่ตรงกับต้นฉบับ เช่น สะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทางหรือทะเบียนบ้าน
  • ยังไม่ได้รับรองนิติกรณ์หรือยังไม่มี Apostille ตามช่องทางที่ประเทศต้นทางใช้
  • เอกสารหย่าฉบับต่างประเทศยังไม่ผ่านกระบวนการที่ทำให้ใช้อ้างในไทยได้
  • ข้อมูลวันเดือนปีเกิดในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกันโดยไม่มีเอกสารอธิบาย

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

บันทึกฐานะแห่งครอบครัว
การบันทึกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะครอบครัวที่เกิดขึ้นในต่างประเทศไว้ในทะเบียนของไทย
คร.3
ใบสำคัญการสมรสที่มอบให้คู่สมรสเมื่อจดทะเบียนสมรสแล้ว
Apostille
หนังสือรับรองตามอนุสัญญา Hague ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตระหว่างประเทศภาคี มีผลกับไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
ทายาทโดยธรรม
ผู้มีสิทธิรับมรดกตามลำดับที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 กำหนด
รับรองบุตร
การดำเนินการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อให้บุตรเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดา
คร.6
ทะเบียนหย่าที่นายทะเบียนจัดทำเมื่อมีการจดทะเบียนหย่าโดยความยินยอม
คร.2
ทะเบียนสมรสที่นายทะเบียนจัดทำไว้ ใช้คัดสำเนารับรองเพื่ออ้างอิงสถานะการสมรส
ผู้จัดการมรดก
บุคคลที่ศาลมีคำสั่งตั้งให้จัดการรวบรวมและแบ่งทรัพย์มรดกตามกฎหมาย

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. รับฟังข้อเท็จจริงและตรวจเอกสารสถานะที่มีอยู่ก่อนให้คำแนะนำใด ๆ
  2. ยืนยันข้อกำหนดกับหน่วยงานปลายทางว่าต้องการเอกสารรูปแบบใดและกี่ชุด
  3. จัดทำแผนเอกสารเดียวที่ใช้ได้กับทุกเรื่องที่ลูกค้าต้องดำเนินการพร้อมกัน
  4. จัดทำคำแปลโดยยึดการสะกดชื่อตามหนังสือเดินทางเป็นมาตรฐานเดียวทั้งชุด
  5. ดำเนินการรับรองตามช่องทางที่ถูกต้อง และแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ
  6. ส่งมอบเอกสารพร้อมไฟล์สแกนสำรอง และสรุปหน้าที่ที่ต้องทำต่อ เช่น การรายงานตัวหรือการต่ออายุ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล