ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

สรุปคำตอบสั้น

งานเงินเดือนของนิติบุคคลไทยผูกกับสองระบบพร้อมกัน คือระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายของกรมสรรพากร และระบบเงินสมทบของสำนักงานประกันสังคม ทั้งสองระบบมีกำหนดนำส่งรายเดือนของตนเอง และตรวจสอบย้อนกลับได้จากทะเบียนลูกจ้างชุดเดียวกัน ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือการจ่ายจริงไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ในทั้งสองระบบ

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

ขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง → คำนวณเงินได้และค่าลดหย่อน → หักภาษี ณ ที่จ่ายและเงินสมทบ → นำส่งแบบรายเดือน → ออกหนังสือรับรองการหักภาษี → สรุปแบบประจำปี

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
4. ปิดครึ่งรอบบัญชีจัดทำประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีIVCภายในกำหนดตามประมวลรัษฎากร
4. ปิดครึ่งรอบบัญชีจัดทำประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีIVCภายในกำหนดตามประมวลรัษฎากร
4. ปิดครึ่งรอบบัญชีจัดทำประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีIVCภายในกำหนดตามประมวลรัษฎากร
4. ปิดครึ่งรอบบัญชีจัดทำประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีIVCภายในกำหนดตามประมวลรัษฎากร
4. ปิดครึ่งรอบบัญชีจัดทำประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีIVCภายในกำหนดตามประมวลรัษฎากร
4. ปิดครึ่งรอบบัญชีจัดทำประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีIVCภายในกำหนดตามประมวลรัษฎากร

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • ทะเบียนลูกจ้างพร้อมเลขประจำตัวประชาชนหรือเลขหนังสือเดินทาง
  • สัญญาจ้างหรือหนังสือแต่งตั้งที่ระบุอัตราค่าจ้างและสวัสดิการ
  • แบบแจ้งค่าลดหย่อนของลูกจ้างประจำปีภาษี
  • หลักฐานการจ่ายเงินเดือนผ่านระบบธนาคาร
  • เอกสารการแจ้งเข้า-แจ้งออกของลูกจ้างในระบบประกันสังคม

ขอบเขตงานของ “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย”

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย อยู่ในกลุ่มงาน เงินเดือน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และประกันสังคม ซึ่งมีฐานอำนาจตาม ประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีหัก ณ ที่จ่าย และพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

นายจ้างที่มีลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนดมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนต่อสำนักงานประกันสังคมภายในกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533

นายจ้างที่มีลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนดมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนต่อสำนักงานประกันสังคมภายในกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533

นายจ้างที่มีลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนดมีหน้าที่ขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนต่อสำนักงานประกันสังคมภายในกำหนดเวลาตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

ผู้จ่ายเงินได้ที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับเงินตามหลักเกณฑ์ในประมวลรัษฎากร

ผู้จ่ายเงินได้ที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับเงินตามหลักเกณฑ์ในประมวลรัษฎากร

ผู้จ่ายเงินได้ที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับเงินตามหลักเกณฑ์ในประมวลรัษฎากร

ผู้จ่ายเงินได้ที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับเงินตามหลักเกณฑ์ในประมวลรัษฎากร

ผู้จ่ายเงินได้ที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับเงินตามหลักเกณฑ์ในประมวลรัษฎากร

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

ขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง → คำนวณเงินได้และค่าลดหย่อน → หักภาษี ณ ที่จ่ายและเงินสมทบ → นำส่งแบบรายเดือน → ออกหนังสือรับรองการหักภาษี → สรุปแบบประจำปี

การแจ้งลูกจ้างเข้าและออกจากงานต่อสำนักงานประกันสังคมมีกรอบเวลาของตนเอง แยกจากการนำส่งเงินสมทบ

การแจ้งลูกจ้างเข้าและออกจากงานต่อสำนักงานประกันสังคมมีกรอบเวลาของตนเอง แยกจากการนำส่งเงินสมทบ

การแจ้งลูกจ้างเข้าและออกจากงานต่อสำนักงานประกันสังคมมีกรอบเวลาของตนเอง แยกจากการนำส่งเงินสมทบ

การแจ้งลูกจ้างเข้าและออกจากงานต่อสำนักงานประกันสังคมมีกรอบเวลาของตนเอง แยกจากการนำส่งเงินสมทบ

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • ทำปฏิทินนำส่งรายเดือนของกรมสรรพากรและประกันสังคมไว้คู่กัน เพราะกำหนดเวลาไม่ตรงกัน
  • ตรวจสอบอัตราเงินสมทบและเพดานค่าจ้างที่มีผลบังคับทุกครั้งที่มีประกาศใหม่
  • เก็บแบบแจ้งค่าลดหย่อนของลูกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรทุกปี
  • กระทบยอดค่าใช้จ่ายเงินเดือนกับแบบ ภ.ง.ด.1ก ก่อนปิดงบประจำปี

ข้อควรระวัง

  • การจ่ายค่าจ้างเป็นเงินสดโดยไม่มีหลักฐานการรับเงินของลูกจ้าง
  • การจ้างที่ปรึกษาโดยไม่แยกว่าเป็นเงินได้ประเภทใด ทำให้หักภาษีผิดอัตรา
  • การลืมแจ้งลูกจ้างออกจากระบบประกันสังคมหลังสิ้นสุดการจ้าง

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ยอดเงินเดือนในแบบภาษีไม่ตรงกับยอดที่แจ้งประกันสังคม
  • นำส่งแบบหรือเงินสมทบเกินกำหนด ทำให้เกิดเงินเพิ่มตามกฎหมายแต่ละฉบับ
  • หักภาษี ณ ที่จ่ายผิดประเภทเงินได้ ทำให้ผู้รับเงินใช้เครดิตภาษีไม่ได้
  • ไม่ได้ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้รับเงิน

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

DBD e-Filing
ระบบนำส่งงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
รายจ่ายต้องห้าม
รายจ่ายที่ประมวลรัษฎากรไม่ให้นำมาหักในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี
ภ.ง.ด.50
แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี ยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ผู้ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ทำหน้าที่ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงิน
อนุสัญญาภาษีซ้อน
ความตกลงระหว่างประเทศเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน ใช้กำหนดสิทธิการจัดเก็บภาษีระหว่างสองรัฐ
TFRS for NPAEs
มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ ประกาศใช้โดยสภาวิชาชีพบัญชี
ภ.ง.ด.51
แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี
ภ.พ.30
แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนภาษีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องยื่นต่อกรมสรรพากร

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. ประเมินสถานะทะเบียนภาษีและภาระหน้าที่ตามกฎหมายที่กิจการมีอยู่จริง
  2. จัดทำรายการเอกสารรายเดือนและกำหนดรอบส่งเอกสารที่ปฏิบัติได้จริง
  3. บันทึกบัญชีและยื่นแบบภาษีรายเดือนภายในกำหนดของแต่ละหน่วยงาน
  4. แจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดแบบครึ่งปีและกำหนดปิดงบประจำปี
  5. ประสานผู้สอบบัญชีและจัดเตรียมเอกสารยืนยันยอดให้ครบก่อนเริ่มตรวจ
  6. นำส่งงบการเงินและแบบประจำปี พร้อมส่งมอบชุดเอกสารและปฏิทินหน้าที่ของปีถัดไป

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล