เอกสารบริษัทต้องคัดใหม่ทุกครั้งหรือไม่
หนังสือรับรองนิติบุคคลและ บอจ.5 ที่คัดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามักถูกกำหนดอายุโดยผู้รับ เช่น ไม่เกิน 3–6 เดือน จึงควรคัดใหม่ก่อนเริ่มกระบวนการ และตรวจให้ชื่อกรรมการผู้มีอำนาจตรงกับหนังสือมอบอำนาจ
สรุปคำตอบสั้น
เอกสารนิติบุคคลควรคัดฉบับใหม่จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และตรวจว่าอำนาจลงนามในหนังสือรับรองตรงกับผู้ลงนามในหนังสือมอบอำนาจ จากนั้นแปล รับรองคำแปล แล้วจึงขอ Apostille สำหรับใช้กับคู่ค้า ธนาคาร หรือหน่วยงานทะเบียนธุรกิจปลายทาง
เส้นทางการรับรองของกรณีนี้
คัดหนังสือรับรองและ บอจ.5 ฉบับใหม่ → ตรวจอำนาจลงนามและตราประทับ → จัดทำหนังสือมอบอำนาจให้สอดคล้อง → แปลและรับรองคำแปล → ขอ Apostille ทั้งชุดในคราวเดียว
ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น
| ขั้นตอน | รายละเอียด | ผู้รับผิดชอบ | กรอบเวลา |
|---|---|---|---|
| 1. ตรวจข้อกำหนด | ยืนยันหน่วยงานผู้รับ ภาษาที่ต้องใช้ และสถานะรัฐภาคีของประเทศปลายทาง | ลูกค้า + IVC | ก่อนเริ่มงาน |
| 2. คัดเอกสารต้นเรื่อง | ขอเอกสารฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออกให้อยู่ในกรอบอายุที่ปลายทางกำหนด | หน่วยงานผู้ออกเอกสาร | ตามรอบของหน่วยงาน |
| 3. แปลและรับรองคำแปล | แปลตามภาษาที่กำหนดและจัดคู่ต้นฉบับกับคำแปลเป็นชุด | IVC | ตามปริมาณเอกสาร |
| 4. ขอ Apostille | ยื่นที่กรมการกงสุลตามช่องทางที่เลือก และตรวจข้อมูลบนใบรับรองเมื่อรับเอกสาร | กรมการกงสุล | ตามรอบบริการที่ประกาศ |
| 5. ส่งปลายทาง | ส่งตามช่องทางที่ผู้รับกำหนด รวมถึงกรณีที่ต้องส่งตรงจากหน่วยงานผู้ออก | ลูกค้า + IVC | ก่อนวันนัดของปลายทาง |
เอกสารที่ต้องเตรียม
- หนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับคัดใหม่
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
- หนังสือบริคณห์สนธิ ถ้าปลายทางกำหนด
- หนังสือมอบอำนาจที่ระบุขอบเขตชัดเจน
- บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มีอำนาจ
ข้อเท็จจริงที่ต้องรู้ก่อนดำเนินการเรื่อง “เอกสารบริษัทต้องคัดใหม่ทุกครั้งหรือไม่”
อนุสัญญา Apostille (HCCH 1961) มีผลใช้บังคับกับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2567 ทำให้เอกสารราชการไทยที่ได้รับ Apostille ใช้ในรัฐภาคีอื่นได้โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทาง
ชื่อ นามสกุล และวันเดือนปีเกิดในทุกฉบับต้องสะกดตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร มิฉะนั้นหน่วยงานปลายทางอาจถือว่าเป็นคนละบุคคล
อายุการใช้งานของเอกสารกำหนดโดยหน่วยงานปลายทาง ไม่ใช่โดยตัว Apostille จึงควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับก่อนเริ่มดำเนินการ
ประเทศไทยไม่มีระบบทะเบียนนักแปลสาบานตน การรับรองคำแปลจึงดำเนินการผ่านกรมการกงสุล หรือใช้ผู้แปลตามมาตรฐานที่ปลายทางกำหนด เช่น NAATI สำหรับออสเตรเลีย
ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องคือ คัดเอกสารต้นเรื่องฉบับใหม่ → แปล → รับรองคำแปล → ขอ Apostille การสลับลำดับเป็นสาเหตุการถูกตีกลับที่พบบ่อยที่สุด
ขอบเขตงานที่ IVC ดูแลให้ในกรณีนี้
IVC ตรวจชุดเอกสารตั้งแต่ต้นทาง เทียบการสะกดชื่อกับหนังสือเดินทาง จัดลำดับขั้นตอนแปล–รับรองคำแปล–Apostille ให้ถูกต้อง และประสานการยื่นกับกรมการกงสุลตามช่องทางที่เหมาะกับกรอบเวลาของลูกค้า
กรณีปลายทางไม่ใช่รัฐภาคี ทีมงานจะวางเส้นทางรับรองสถานทูตให้ตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้เสียรอบการยื่นและไม่ต้องคัดเอกสารใหม่ ค่าใช้จ่ายและกรอบเวลาแจ้งเป็นรายกรณีทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด
- ผู้ลงนามไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรองฉบับล่าสุด
- หนังสือรับรองคัดไว้นานเกินกรอบเวลาที่ผู้รับกำหนด
- คำแปลใช้ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษไม่ตรงกับที่จดทะเบียนไว้
อภิธานศัพท์ Apostille และนิติกรณ์เอกสาร
- Apostille
- ใบรับรองมาตรฐานตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ที่รับรองลายมือชื่อ ตราประทับ และฐานะของผู้ลงนามในเอกสารราชการ
- Competent Authority
- หน่วยงานผู้มีอำนาจออก Apostille ซึ่งของประเทศไทยคือกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- Legalization
- การรับรองเอกสารแบบเดิมที่ต้องผ่านกรมการกงสุลแล้วรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง ใช้กับประเทศนอกภาคี
- Contracting Party
- รัฐภาคีของอนุสัญญาที่ยอมรับ Apostille ระหว่างกัน
- นิติกรณ์
- งานรับรองเอกสารของกรมการกงสุล ครอบคลุมทั้งการรับรองคำแปลและการรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่
แหล่งอ้างอิงทางการ
- HCCH — Apostille Convention (HCCH 1961) — status table
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — การรับรองเอกสารและนิติกรณ์
- กระทรวงการต่างประเทศ — ข้อมูลการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ของไทย
- กองบัญชาการตำรวจสันติบาล — ศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานราชการประกาศ ณ เดือนสิงหาคม 2026 หน่วยงานปลายทางแต่ละแห่งกำหนดรายละเอียดต่างกันและอาจเปลี่ยนแปลงได้ IVC ไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด และไม่ระบุค่าธรรมเนียมบนหน้าเว็บ กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันสถานะรัฐภาคีในตาราง HCCH Status Table และระเบียบล่าสุดของกรมการกงสุล รวมถึงข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง
หัวข้อที่เกี่ยวข้องในกลุ่ม “เอกสารนิติบุคคลและธุรกรรมระหว่างประเทศ”
- apostille หนังสือรับรองบริษัท
- apostille หนังสือบริคณห์สนธิ
- apostille ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภพ.20
- apostille หนังสือมอบอำนาจบริษัท
- apostille สัญญาธุรกิจระหว่างประเทศ
- apostille เอกสารจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
- apostille เอกสารเปิดบริษัทในต่างประเทศ
- apostille power of attorney thailand company
กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน
- apostille คืออะไร(พื้นฐาน Apostille และผลของอนุสัญญากรุงเฮก)
- ไทยเข้าร่วมอนุสัญญา apostille เมื่อไร(พื้นฐาน Apostille และผลของอนุสัญญากรุงเฮก)
- ขั้นตอนขอ apostille กรมการกงสุล(ขั้นตอนที่กรมการกงสุลและช่องทางยื่นคำขอ)
- กองสัญชาติและนิติกรณ์ apostille(ขั้นตอนที่กรมการกงสุลและช่องทางยื่นคำขอ)
- apostille สูติบัตร(เอกสารทะเบียนราษฎรและสถานะบุคคล)
- apostille ทะเบียนสมรส(เอกสารทะเบียนราษฎรและสถานะบุคคล)
ต้องการคำตอบเฉพาะเคสของคุณ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล