ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Thailand Digital Arrival Card TDAC

ผู้เดินทางเข้าไทยเพื่อการท่องเที่ยวอาจใช้วีซ่าท่องเที่ยว (TR) หรือเข้าโดยการยกเว้นการตรวจลงตราตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งปรับปรุงในปี 2567 ให้ครอบคลุมมากขึ้น สิทธิพำนักที่ได้รับขึ้นกับตราประทับของเจ้าหน้าที่ที่ด่าน และการขยายเวลาพำนักต่อจากนั้นเป็นอำนาจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

สรุปคำตอบสั้น

ผู้เดินทางเข้าไทยเพื่อการท่องเที่ยวอาจใช้วีซ่าท่องเที่ยว (TR) หรือเข้าโดยการยกเว้นการตรวจลงตราตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งปรับปรุงในปี 2567 ให้ครอบคลุมมากขึ้น สิทธิพำนักที่ได้รับขึ้นกับตราประทับของเจ้าหน้าที่ที่ด่าน และการขยายเวลาพำนักต่อจากนั้นเป็นอำนาจของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

ตรวจว่าสัญชาติของผู้เดินทางอยู่ในรายการยกเว้นการตรวจลงตราหรือไม่ → หากต้องใช้วีซ่า ให้ยื่น TR ผ่าน Thai e-Visa ตามเขตอาณา → เดินทางเข้าและรับตราประทับสิทธิพำนัก → ขยายเวลาพำนักที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหากจำเป็น → ออกนอกประเทศก่อนสิทธิพำนักสิ้นสุด

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
แปลและรับรองแปลเอกสารและดำเนินการรับรองที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille ตามปลายทางIVC2–5 วันทำการ
แปลและรับรองแปลเอกสารและดำเนินการรับรองที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille ตามปลายทางIVC2–5 วันทำการ
แปลและรับรองแปลเอกสารและดำเนินการรับรองที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille ตามปลายทางIVC2–5 วันทำการ
แปลและรับรองแปลเอกสารและดำเนินการรับรองที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille ตามปลายทางIVC2–5 วันทำการ
แปลและรับรองแปลเอกสารและดำเนินการรับรองที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille ตามปลายทางIVC2–5 วันทำการ
แปลและรับรองแปลเอกสารและดำเนินการรับรองที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille ตามปลายทางIVC2–5 วันทำการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือเดินทางอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
  • ตั๋วเครื่องบินขากลับหรือเอกสารการเดินทางต่อ
  • หลักฐานที่พักตลอดระยะเวลาพำนัก
  • หลักฐานการเงินตามที่ประกาศกำหนดสำหรับการเข้าเมือง
  • แบบ ตม.6 หรือระบบบัตรขาเข้าอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ประกาศ

สาระสำคัญของ “Thailand Digital Arrival Card TDAC”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม วีซ่าท่องเที่ยวและการยกเว้นการตรวจลงตรา ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงคือ กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ด่าน การพิจารณาทุกกรณีเป็นดุลพินิจของหน่วยงานรัฐตามระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ตรวจความสอดคล้อง และประสานการยื่นให้ครบถ้วนตามประกาศล่าสุด แต่ไม่รับประกันผลการอนุมัติของหน่วยงานใด

เจ้าหน้าที่ที่ด่านมีอำนาจปฏิเสธการเข้าเมืองแม้ผู้เดินทางถือวีซ่าที่ถูกต้อง หากเห็นว่าวัตถุประสงค์ไม่ตรง

การใช้วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อทำงานถือเป็นการทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต แม้ทำงานให้นายจ้างต่างประเทศก็ควรใช้ประเภทที่ตรงกว่า เช่น DTV

การขยายเวลาพำนักของผู้เข้าเพื่อการท่องเที่ยวโดยทั่วไปทำได้ครั้งละ 30 วันตามระเบียบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ข้อกฎหมายและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนยื่น

การอยู่เกินกำหนด (overstay) มีค่าปรับรายวันและอาจถูกห้ามเข้าประเทศตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

การเข้าโดยการยกเว้นการตรวจลงตราไม่ใช่วีซ่า และมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนครั้งการเข้าทางบกตามที่ประกาศกำหนด

เอกสารราชการต่างประเทศจากรัฐภาคีอนุสัญญา Apostille ใช้ Apostille ได้ตั้งแต่ไทยเข้าเป็นภาคีมีผล 22 ธันวาคม 2567 ส่วนเอกสารจากรัฐที่ไม่ใช่ภาคียังต้องผ่านการรับรองสถานทูต

การให้ข้อมูลไม่ตรงกันระหว่างแบบฟอร์ม เอกสารการเงิน และประวัติการเดินทาง เป็นสาเหตุการปฏิเสธที่พบมากกว่าการขาดเอกสารบางรายการ

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

กรณีที่พบบ่อยในกลุ่ม วีซ่าท่องเที่ยวและการยกเว้นการตรวจลงตรา คือการเตรียมเอกสารครบแต่ไม่สอดคล้องกันเอง เช่น ชื่อสะกดต่างกันระหว่างคำแปลกับหนังสือเดินทาง หรือช่วงเวลาในเอกสารการเงินไม่ครอบคลุมระยะที่ระเบียบกำหนด ปัญหาลักษณะนี้ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งชุดแม้เนื้อหาสาระจะถูกต้อง

อีกกลุ่มหนึ่งคือการเข้าใจผิดระหว่างอายุวีซ่ากับสิทธิพำนัก ผู้ยื่นจำนวนมากวางแผนการเดินทางจากวันหมดอายุของตราวีซ่า ทั้งที่วันที่ต้องเดินทางออกจริงคือวันในตราประทับของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง การตรวจสองวันที่นี้ทุกครั้งช่วยป้องกันการอยู่เกินกำหนดโดยไม่ตั้งใจ

สาเหตุที่คำขอไม่ผ่านหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ประวัติการเข้าออกด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราถี่ผิดปกติ
  • ไม่มีตั๋วขากลับหรือหลักฐานการเดินทางต่อ
  • หลักฐานการเงินไม่ถึงเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด
  • วัตถุประสงค์การเดินทางไม่ตรงกับประเภทที่ใช้เข้าเมือง
  • มีประวัติอยู่เกินกำหนดที่ยังอยู่ในระยะห้ามเข้าประเทศ
  • หลักฐานการเงินมียอดเข้ากะทันหันก่อนยื่นโดยไม่มีที่มา

อภิธานศัพท์วีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

Apostille
การรับรองเอกสารตามอนุสัญญากรุงเฮก ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
Re-entry permit
ใบอนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก ที่รักษาสิทธิพำนักเดิมไว้เมื่อเดินทางออกนอกประเทศ
Overstay
การอยู่เกินกำหนดสิทธิพำนัก มีค่าปรับรายวันและอาจถูกห้ามเข้าประเทศตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
Non-Immigrant visa
กลุ่มวีซ่าคนอยู่ชั่วคราวที่แบ่งเป็นรหัสย่อยตามวัตถุประสงค์ เช่น B, O, ED
Visa
การตรวจลงตราที่อนุญาตให้เดินทางมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองของไทย ไม่ใช่การรับประกันการเข้าเมือง
DTV
Destination Thailand Visa มีผลใช้ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2567 อายุ 5 ปี พำนักครั้งละไม่เกิน 180 วัน
Permission to stay
สิทธิพำนักที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประทับให้เมื่อเข้าประเทศ กำหนดวันที่ต้องเดินทางออกจริง

แหล่งอ้างอิงทางการ

IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านการเตรียมเอกสาร การแปล การรับรอง และการประสานยื่นคำขอ ไม่ใช่หน่วยงานราชการ และไม่รับประกันผลการอนุมัติวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน หรือการขยายเวลาพำนักของหน่วยงานใด ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันระเบียบล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการจัดหางาน ก่อนยื่นทุกครั้ง

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. แจ้งสัญชาติ วัตถุประสงค์การพำนัก และวันที่ต้องเดินทาง เพื่อเลือกประเภทวีซ่าที่ตรงกับข้อเท็จจริงของคุณ
  2. ตรวจคุณสมบัติกับระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น และระบุเอกสารที่ต้องแปล/รับรองก่อนล่วงหน้า
  3. จัดเตรียมชุดเอกสารบุคคลและเอกสารนายจ้าง พร้อมตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และช่วงเวลาการเงิน
  4. ยื่นคำขอผ่านช่องทางที่ถูกต้อง (Thai e-Visa ของสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุล หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แล้วแต่กรณี)
  5. ติดตามผล ตอบข้อซักถามเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ และเตรียมเอกสารเสริมหากมีการเรียกเพิ่ม
  6. สรุปเงื่อนไขหลังได้รับอนุมัติ ทั้งวันสิ้นสุดสิทธิพำนัก การรายงานตัว 90 วัน TM.30 และ Re-entry Permit

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจเคสของคุณก่อนยื่น

สอบถามขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องใช้ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล