ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Apostille สำหรับยื่นวีซ่า

เอกสารประกอบคำขอวีซ่าต้องอ่านได้ ตรวจสอบย้อนกลับได้ และสอดคล้องกันทั้งชุด เอกสารราชการไทยที่ใช้ในต่างประเทศแปลและรับรองที่กรมการกงสุล ส่วนเอกสารต่างประเทศที่ใช้ในไทยต้องผ่าน Apostille สำหรับรัฐภาคี หรือการรับรองสถานทูตสำหรับรัฐที่ไม่ใช่ภาคี แล้วจึงแปลและรับรองก่อนยื่นต่อหน่วยงานไทย

สรุปคำตอบสั้น

เอกสารประกอบคำขอวีซ่าต้องอ่านได้ ตรวจสอบย้อนกลับได้ และสอดคล้องกันทั้งชุด เอกสารราชการไทยที่ใช้ในต่างประเทศแปลและรับรองที่กรมการกงสุล ส่วนเอกสารต่างประเทศที่ใช้ในไทยต้องผ่าน Apostille สำหรับรัฐภาคี หรือการรับรองสถานทูตสำหรับรัฐที่ไม่ใช่ภาคี แล้วจึงแปลและรับรองก่อนยื่นต่อหน่วยงานไทย

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

จัดชุดเอกสารตามรายการที่หน่วยงานปลายทางประกาศ → คัดสำเนาราชการฉบับล่าสุดให้อยู่ในอายุที่ยอมรับ → แปลโดยผู้แปลที่หน่วยงานยอมรับ → รับรองที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille → ตรวจความสอดคล้องของชื่อและวันที่ทุกฉบับ → ยื่นพร้อมสำเนาสำรอง

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
ยื่นคำขอยื่นผ่านระบบ e-Visa สถานทูตตามเขตอาณา หรือสำนักงานราชการที่รับผิดชอบผู้ยื่นหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของหน่วยงาน
ยื่นคำขอยื่นผ่านระบบ e-Visa สถานทูตตามเขตอาณา หรือสำนักงานราชการที่รับผิดชอบผู้ยื่นหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของหน่วยงาน
ยื่นคำขอยื่นผ่านระบบ e-Visa สถานทูตตามเขตอาณา หรือสำนักงานราชการที่รับผิดชอบผู้ยื่นหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของหน่วยงาน
ยื่นคำขอยื่นผ่านระบบ e-Visa สถานทูตตามเขตอาณา หรือสำนักงานราชการที่รับผิดชอบผู้ยื่นหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของหน่วยงาน
ยื่นคำขอยื่นผ่านระบบ e-Visa สถานทูตตามเขตอาณา หรือสำนักงานราชการที่รับผิดชอบผู้ยื่นหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของหน่วยงาน
ยื่นคำขอยื่นผ่านระบบ e-Visa สถานทูตตามเขตอาณา หรือสำนักงานราชการที่รับผิดชอบผู้ยื่นหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของหน่วยงาน

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ต้นฉบับเอกสารราชการที่คัดใหม่ภายในอายุที่กำหนด
  • คำแปลที่สะกดชื่อตรงกับหนังสือเดินทาง
  • หลักฐานการรับรองจากกรมการกงสุลหรือ Apostille
  • สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ถือเอกสาร
  • หนังสือมอบอำนาจกรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
  • สำเนาสำรองของทุกฉบับสำหรับการยื่นซ้ำ

สาระสำคัญของ “Apostille สำหรับยื่นวีซ่า”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม เอกสาร การแปล และการรับรองสำหรับงานวีซ่า ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงคือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักทะเบียนที่เกี่ยวข้อง การพิจารณาทุกกรณีเป็นดุลพินิจของหน่วยงานรัฐตามระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ตรวจความสอดคล้อง และประสานการยื่นให้ครบถ้วนตามประกาศล่าสุด แต่ไม่รับประกันผลการอนุมัติของหน่วยงานใด

ประเทศไทยไม่มีระบบทะเบียนนักแปลสาบานตน (sworn translator) แบบประเทศระบบซีวิลลอว์ การรับรองจึงอาศัยกรมการกงสุลหรือหน่วยงานที่ปลายทางยอมรับ

การสะกดชื่อในคำแปลต้องตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร ความไม่ตรงกันเป็นสาเหตุการตีกลับที่พบมากที่สุด

สำเนาเอกสารทะเบียนราษฎรมักถูกกำหนดอายุการคัดสำเนา หน่วยงานหลายแห่งรับเฉพาะฉบับที่คัดใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ข้อกฎหมายและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนยื่น

Apostille ของไทยออกโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และใช้ได้เฉพาะกับรัฐภาคีอนุสัญญา

เอกสารจากรัฐที่ไม่ใช่ภาคียังต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของประเทศต้นทางและสถานทูตตามลำดับ

หน่วยงานไทยบางแห่งกำหนดให้แปลโดยผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนหรือรับรองโดยหน่วยงานที่ยอมรับ จึงควรตรวจข้อกำหนดก่อนสั่งแปล

เขตอาณา (jurisdiction) กำหนดว่าต้องยื่นที่สถานทูตหรือสถานกงสุลแห่งใด การยื่นผิดเขตอาณาเป็นเหตุให้คำขอถูกตีกลับบ่อยที่สุดข้อหนึ่ง

ระบบ Thai e-Visa รับคำขอแบบออนไลน์เต็มรูปแบบสำหรับหลายประเภทวีซ่า แต่บางสถานทูตยังเรียกสัมภาษณ์หรือขอเอกสารตัวจริงเพิ่ม

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

กรณีที่พบบ่อยในกลุ่ม เอกสาร การแปล และการรับรองสำหรับงานวีซ่า คือการเตรียมเอกสารครบแต่ไม่สอดคล้องกันเอง เช่น ชื่อสะกดต่างกันระหว่างคำแปลกับหนังสือเดินทาง หรือช่วงเวลาในเอกสารการเงินไม่ครอบคลุมระยะที่ระเบียบกำหนด ปัญหาลักษณะนี้ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งชุดแม้เนื้อหาสาระจะถูกต้อง

อีกกลุ่มหนึ่งคือการเข้าใจผิดระหว่างอายุวีซ่ากับสิทธิพำนัก ผู้ยื่นจำนวนมากวางแผนการเดินทางจากวันหมดอายุของตราวีซ่า ทั้งที่วันที่ต้องเดินทางออกจริงคือวันในตราประทับของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง การตรวจสองวันที่นี้ทุกครั้งช่วยป้องกันการอยู่เกินกำหนดโดยไม่ตั้งใจ

สาเหตุที่คำขอไม่ผ่านหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง
  • สำเนาทะเบียนราษฎรคัดไว้นานเกินอายุที่หน่วยงานยอมรับ
  • ขอ Apostille กับประเทศที่ไม่ใช่รัฐภาคี
  • ลำดับการรับรองสลับขั้นตอนจนต้องเริ่มใหม่
  • คำแปลไม่ได้จัดทำโดยผู้แปลที่ปลายทางยอมรับ
  • ยื่นผิดเขตอาณาของสถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่

อภิธานศัพท์วีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

One Stop Service Centre
ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานที่รวมงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการจัดหางานไว้จุดเดียว
ตม.30 (TM.30)
แบบแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ซึ่งเจ้าบ้านหรือผู้จัดการที่พักต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง
Work permit
ใบอนุญาตทำงานที่ออกโดยกรมการจัดหางาน ผูกกับนายจ้าง ตำแหน่ง และท้องที่ที่ระบุ
ตม.47 (TM.47)
แบบรายงานตัว 90 วันของคนต่างด้าวที่พำนักต่อเนื่องในราชอาณาจักร
Apostille
การรับรองเอกสารตามอนุสัญญากรุงเฮก ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
Re-entry permit
ใบอนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก ที่รักษาสิทธิพำนักเดิมไว้เมื่อเดินทางออกนอกประเทศ
Overstay
การอยู่เกินกำหนดสิทธิพำนัก มีค่าปรับรายวันและอาจถูกห้ามเข้าประเทศตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

แหล่งอ้างอิงทางการ

IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านการเตรียมเอกสาร การแปล การรับรอง และการประสานยื่นคำขอ ไม่ใช่หน่วยงานราชการ และไม่รับประกันผลการอนุมัติวีซ่า ใบอนุญาตทำงาน หรือการขยายเวลาพำนักของหน่วยงานใด ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันระเบียบล่าสุดกับสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการจัดหางาน ก่อนยื่นทุกครั้ง

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. แจ้งสัญชาติ วัตถุประสงค์การพำนัก และวันที่ต้องเดินทาง เพื่อเลือกประเภทวีซ่าที่ตรงกับข้อเท็จจริงของคุณ
  2. ตรวจคุณสมบัติกับระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น และระบุเอกสารที่ต้องแปล/รับรองก่อนล่วงหน้า
  3. จัดเตรียมชุดเอกสารบุคคลและเอกสารนายจ้าง พร้อมตรวจความสอดคล้องของชื่อ วันที่ และช่วงเวลาการเงิน
  4. ยื่นคำขอผ่านช่องทางที่ถูกต้อง (Thai e-Visa ของสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุล หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แล้วแต่กรณี)
  5. ติดตามผล ตอบข้อซักถามเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ และเตรียมเอกสารเสริมหากมีการเรียกเพิ่ม
  6. สรุปเงื่อนไขหลังได้รับอนุมัติ ทั้งวันสิ้นสุดสิทธิพำนัก การรายงานตัว 90 วัน TM.30 และ Re-entry Permit

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจเคสของคุณก่อนยื่น

สอบถามขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องใช้ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล