ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

หญิงที่หย่าแล้วมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาสมรสใหม่หรือไม่

สรุปคำตอบสั้น

หญิงที่หย่าแล้วมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาสมรสใหม่หรือไม่: การสมรสในประเทศไทยมีผลตามกฎหมายเมื่อนายทะเบียนบันทึกการสมรสที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตเท่านั้น คู่ที่มีฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติต้องยื่นหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูตของตนในประเทศไทย แปลเป็นภาษาไทย และรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนจดทะเบียน เมื่อจดเสร็จจึงนำใบสำคัญการสมรสไปแปลและผ่าน Apostille หรือรับรองสถานทูตปลายทางตามเส้นทางของประเทศที่จะใช้

เส้นทางเอกสารของกรณีนี้

หนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูตฝ่ายต่างชาติ → แปลเป็นภาษาไทย → นิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → จดทะเบียนสมรสที่อำเภอ/เขตพร้อมพยาน → คัดสำเนารับรอง → แปลและ Apostille สำหรับใช้ต่างประเทศ

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ตรวจคุณสมบัติยืนยันอายุ สถานะการสมรสเดิม สัญชาติ และประเทศที่จะใช้เอกสารต่อIVC + คู่สมรสภายในวันทำการเดียวกัน
2. นัดสถานทูตจองคิวและเตรียมเอกสารเพื่อขอหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสของฝ่ายต่างชาติคู่สมรส (เราจัดเช็กลิสต์ให้)ตามคิวของแต่ละสถานทูต
3. แปลเอกสารแปลหนังสือรับรองสถานภาพและเอกสารประกอบเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองผู้แปลIVCตามปริมาณเอกสาร
4. รับรองกรมการกงสุลยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศ (ปกติ 200 บาท/ฉบับ · ด่วน 400 บาท/ฉบับ)IVC (มอบอำนาจ)ตามรอบบริการของกรมการกงสุล
5. จดทะเบียนสมรสคู่สมรสแสดงตนต่อนายทะเบียนพร้อมพยาน และจดแจ้งสัญญาก่อนสมรส (ถ้ามี)คู่สมรสภายในวันนัดที่อำเภอ/เขต
6. คัดสำเนารับรองคัดสำเนาทะเบียนสมรสฉบับรับรองตามจำนวนหน่วยงานที่ต้องยื่นIVC + คู่สมรสหลังจดทะเบียน
7. รับรองเพื่อใช้ต่างประเทศแปลใบสำคัญการสมรสและยื่น Apostille หรือนิติกรณ์ + สถานทูตปลายทางตามเส้นทางของประเทศนั้นIVCตามรอบของหน่วยงานผู้รับรอง

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • คำแปลภาษาไทยของหนังสือรับรองสถานภาพ พร้อมการรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  • หลักฐานการสิ้นสุดการสมรสเดิม เช่น ใบสำคัญการหย่า คำพิพากษาถึงที่สุด หรือใบมรณบัตร พร้อมคำแปล
  • พยานสองคนพร้อมบัตรประจำตัวที่ใช้ได้จริงในวันจดทะเบียน
  • ใบเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนนามสกุล หากชื่อในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน
  • ล่าม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจภาษาไทย ตามที่นายทะเบียนกำหนด
  • ร่างสัญญาก่อนสมรส หากต้องการจดแจ้งพร้อมการจดทะเบียนสมรส (ทำภายหลังไม่ได้)
  • ชื่อประเทศและหน่วยงานที่จะใช้เอกสารต่อ เพื่อกำหนดเส้นทาง Apostille หรือรับรองสถานทูต
  • สูติบัตรบุตร (ถ้ามี) พร้อมคำแปล สำหรับการยื่นวีซ่าครอบครัวในภายหลัง

การหย่าและการสมรสใหม่

ผู้ที่เคยสมรสต้องพิสูจน์ว่าการสมรสเดิมสิ้นสุดแล้วจริง เอกสารที่ใช้คือใบสำคัญการหย่าและทะเบียนหย่าสำหรับการหย่าโดยความยินยอมที่จดทะเบียนในไทย หรือคำพิพากษาที่ถึงที่สุดพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดสำหรับการหย่าโดยคำพิพากษา ส่วนกรณีคู่สมรสเดิมเสียชีวิตใช้ใบมรณบัตร

เอกสารการหย่าที่ออกในต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากต้นทางและแปลเป็นภาษาไทยก่อนใช้กับนายทะเบียนไทย และหากเป็นคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ นายทะเบียนอาจขอเอกสารเพิ่มเพื่อยืนยันว่าคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว

กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดระยะเวลารอคอยหลังหย่าสำหรับคู่สมรสทั่วไปตามประมวลกฎหมายที่แก้ไขแล้ว แต่ประเทศปลายทางบางแห่งมีเงื่อนไขของตนเองเกี่ยวกับระยะห่างของการสมรส จึงควรตรวจกับหน่วยงานปลายทางก่อนวางแผน

หนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูต (Affirmation of Freedom to Marry)

หัวใจของเคสคู่ไทย–ต่างชาติคือหนังสือรับรองว่าฝ่ายต่างชาติมีสิทธิสมรสได้ ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้นในประเทศไทย แต่ละสถานทูตกำหนดรูปแบบและวิธีนัดหมายของตนเอง บางแห่งให้ผู้ร้องสาบานตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่กงสุล บางแห่งรับรองลายมือชื่อบนแบบฟอร์มที่ผู้ร้องกรอกเอง และบางแห่งกำหนดให้แสดงหลักฐานการหย่าหรือใบมรณบัตรประกอบ

หนังสือฉบับนี้มักออกเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาของประเทศนั้น จึงต้องแปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนยื่นต่อนายทะเบียน ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ตามประกาศคือ 200 บาทต่อฉบับสำหรับบริการปกติ และ 400 บาทต่อฉบับสำหรับบริการด่วน

ข้อควรระวังที่พบบ่อยคือ นายทะเบียนหลายแห่งกำหนดอายุเอกสารของหนังสือรับรองสถานภาพ (มักนับจากวันที่สถานทูตออก) จึงไม่ควรขอเอกสารล่วงหน้านานเกินไป และควรยืนยันกำหนดวันจดทะเบียนก่อนเริ่มเดินเรื่องรับรอง

ความแตกต่างตามสัญชาติของคู่สมรสฝ่ายต่างชาติ

ขั้นตอนฝั่งไทยเหมือนกันทุกสัญชาติ แต่ขั้นตอนฝั่งสถานทูตต่างกันมาก ทั้งวิธีจองคิว เอกสารประกอบ ระยะเวลารอ และภาษาที่ออกเอกสาร บางสถานทูตออกหนังสือรับรองให้ในวันเดียวหลังนัดหมาย บางแห่งต้องตรวจสอบทะเบียนราษฎรของประเทศตนก่อนจึงใช้เวลาหลายสัปดาห์ และบางแห่งไม่ออกหนังสือรับรองแต่ให้ใช้เอกสารทะเบียนราษฎรของประเทศตนแทน

สำหรับประเทศที่ไม่มีสถานทูตในประเทศไทย ต้องใช้เอกสารที่ออกในประเทศต้นทางแล้วผ่านการรับรองมาแล้ว โดยรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกใช้ Apostille ส่วนประเทศนอกภาคีต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นและสถานเอกอัครราชทูตไทยที่ดูแลเขตนั้น จากนั้นจึงนำมาแปลและรับรองในประเทศไทย

เราจึงเริ่มงานทุกเคสด้วยการยืนยันสัญชาติ สถานะการสมรสเดิม และประเทศที่จะใช้เอกสารต่อ เพราะสามข้อนี้กำหนดเส้นทางเอกสารทั้งหมด

การแปลเอกสารสมรสให้ผ่านทั้งอำเภอและปลายทางต่างประเทศ

คำแปลที่ใช้กับงานทะเบียนต้องยึดการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางและเอกสารทะเบียนราษฎรทุกฉบับในชุดเดียวกัน ชื่อที่สะกดต่างกันเพียงตัวอักษรเดียวระหว่างคำแปลหนังสือเดินทางกับคำแปลหนังสือรับรองสถานภาพ เป็นสาเหตุการตีกลับที่พบมากที่สุด

ประเทศไทยไม่มีทะเบียน “นักแปลสาบานตน” ตามกฎหมาย คำแปลจึงได้รับการยอมรับด้วยคำรับรองของผู้แปลที่ระบุตัวตนและข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบย้อนได้ ประกอบกับการรับรองของกรมการกงสุลเมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด

เมื่อจดทะเบียนเสร็จและต้องนำใบสำคัญการสมรสไปใช้ต่างประเทศ ลำดับที่ถูกต้องคือ คัดสำเนาที่อำเภอรับรองถูกต้อง → แปลเป็นภาษาปลายทาง → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุล → (เฉพาะปลายทางนอกภาคีกรุงเฮก) รับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • เคลือบพลาสติกใบสำคัญการสมรส ทำให้ตรวจสอบตราประทับและลายน้ำไม่ได้
  • ส่งเอกสารไปรับรองที่สถานทูตปลายทางทั้งที่ประเทศนั้นเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกและจบที่ Apostille แล้ว
  • ทำสัญญาก่อนสมรสหลังจดทะเบียนแล้ว ซึ่งไม่มีผลตามกฎหมายไทย
  • แปลเป็นภาษาที่หน่วยงานปลายทางไม่ยอมรับ ทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด
  • ชื่อ-นามสกุลในคำแปลสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทางหรือทะเบียนราษฎร แม้ต่างเพียงตัวอักษรเดียว
  • หนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูตเกินอายุที่นายทะเบียนหรือหน่วยงานปลายทางกำหนด

อภิธานศัพท์งานทะเบียนครอบครัว

Affirmation of Freedom to Marry
หนังสือรับรองว่าผู้ร้องมีสิทธิสมรสได้ ออกโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศฝ่ายต่างชาติในประเทศไทย
นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่ผู้ลงนาม ดำเนินการโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
Apostille
ตรารับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตเมื่อปลายทางเป็นรัฐภาคี
สมรสเท่าเทียม
ผลของพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลวันที่ 22 มกราคม 2025 ให้บุคคลสองคนไม่ว่าเพศใดสมรสกันได้
สินสมรส
ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด ต่างจากสินส่วนตัวที่มีอยู่ก่อนสมรส

แหล่งอ้างอิงทางการ

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอนงานทะเบียนและเอกสาร ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายรายกรณี และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของนายทะเบียน สถานทูต หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองใด กรุณายืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการทุกครั้ง

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต สถานทูต หรือหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่นทุกครั้ง

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ต้องการคำตอบเฉพาะเคสของคุณ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล