ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เอกสารขอวีซ่าติดตามคู่สมรสเนเธอร์แลนด์

หลังจดทะเบียนสมรส ชาวต่างชาติที่ต้องการอยู่กับคู่สมรสไทยมักใช้ Non-Immigrant O (ผู้ติดตาม/คู่สมรสไทย) แล้วขออยู่ต่อรายปีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมีหลักเกณฑ์ทางการเงินและการรายงานตัวชัดเจน

วีซ่าคู่สมรสและการอยู่ต่อในราชอาณาจักร

สรุปคำตอบสั้น

เอกสารขอวีซ่าติดตามคู่สมรสเนเธอร์แลนด์: การสมรสในประเทศไทยมีผลตามกฎหมายเมื่อนายทะเบียนบันทึกการสมรสที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตเท่านั้น คู่ที่มีฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติต้องยื่นหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูตของตนในประเทศไทย แปลเป็นภาษาไทย และรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนจดทะเบียน เมื่อจดเสร็จจึงนำใบสำคัญการสมรสไปแปลและผ่าน Apostille หรือรับรองสถานทูตปลายทางตามเส้นทางของประเทศที่จะใช้

เส้นทางเอกสารของกรณีนี้

จดทะเบียนสมรสที่อำเภอ/เขต → คัดสำเนาทะเบียนสมรสฉบับรับรอง → แปลเป็นภาษาที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ → Apostille หรือนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → (เฉพาะปลายทางนอกภาคีกรุงเฮก) รับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง → ยื่นคำขอวีซ่าตามเกณฑ์ของหน่วยงานปลายทาง

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ตรวจคุณสมบัติยืนยันอายุ สถานะการสมรสเดิม สัญชาติ และประเทศที่จะใช้เอกสารต่อIVC + คู่สมรสภายในวันทำการเดียวกัน
2. นัดสถานทูตจองคิวและเตรียมเอกสารเพื่อขอหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสของฝ่ายต่างชาติคู่สมรส (เราจัดเช็กลิสต์ให้)ตามคิวของแต่ละสถานทูต
3. แปลเอกสารแปลหนังสือรับรองสถานภาพและเอกสารประกอบเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองผู้แปลIVCตามปริมาณเอกสาร
4. รับรองกรมการกงสุลยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศ (ปกติ 200 บาท/ฉบับ · ด่วน 400 บาท/ฉบับ)IVC (มอบอำนาจ)ตามรอบบริการของกรมการกงสุล
5. จดทะเบียนสมรสคู่สมรสแสดงตนต่อนายทะเบียนพร้อมพยาน และจดแจ้งสัญญาก่อนสมรส (ถ้ามี)คู่สมรสภายในวันนัดที่อำเภอ/เขต
6. คัดสำเนารับรองคัดสำเนาทะเบียนสมรสฉบับรับรองตามจำนวนหน่วยงานที่ต้องยื่นIVC + คู่สมรสหลังจดทะเบียน
7. รับรองเพื่อใช้ต่างประเทศแปลใบสำคัญการสมรสและยื่น Apostille หรือนิติกรณ์ + สถานทูตปลายทางตามเส้นทางของประเทศนั้นIVCตามรอบของหน่วยงานผู้รับรอง

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หลักฐานการสิ้นสุดการสมรสเดิม เช่น ใบสำคัญการหย่า คำพิพากษาถึงที่สุด หรือใบมรณบัตร พร้อมคำแปล
  • พยานสองคนพร้อมบัตรประจำตัวที่ใช้ได้จริงในวันจดทะเบียน
  • ใบเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนนามสกุล หากชื่อในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน
  • ล่าม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจภาษาไทย ตามที่นายทะเบียนกำหนด
  • ร่างสัญญาก่อนสมรส หากต้องการจดแจ้งพร้อมการจดทะเบียนสมรส (ทำภายหลังไม่ได้)
  • ชื่อประเทศและหน่วยงานที่จะใช้เอกสารต่อ เพื่อกำหนดเส้นทาง Apostille หรือรับรองสถานทูต
  • สูติบัตรบุตร (ถ้ามี) พร้อมคำแปล สำหรับการยื่นวีซ่าครอบครัวในภายหลัง
  • วันเป้าหมายที่ต้องการจดทะเบียน เพื่อนับถอยหลังจัดคิวสถานทูตและคิวรับรองเอกสาร

จากทะเบียนสมรสสู่วีซ่าคู่สมรส

ทะเบียนสมรสเป็นเพียงหลักฐานความสัมพันธ์ ไม่ใช่สิทธิในการเข้าเมือง แต่ละประเทศกำหนดประเภทวีซ่า เอกสาร และเกณฑ์ของตนเอง เช่น เกณฑ์รายได้หรือเงินฝาก หลักฐานที่พักอาศัย หลักฐานความสัมพันธ์ที่แท้จริง และการตรวจสุขภาพหรือประวัติอาชญากรรม เกณฑ์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงบ่อย จึงต้องตรวจจากเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองปลายทางในวันที่ยื่นจริง

สิ่งที่เหมือนกันแทบทุกปลายทางคือ ชุดเอกสารไทยต้องแปลเป็นภาษาที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ และผ่านการรับรองตามชั้นที่กำหนด เอกสารที่มักถูกขอ ได้แก่ ใบสำคัญการสมรส ทะเบียนสมรสฉบับคัดรับรอง ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน สูติบัตรบุตร (ถ้ามี) และหลักฐานการหย่าหรือมรณบัตรของการสมรสครั้งก่อน

สำหรับชาวต่างชาติที่จะอยู่ในประเทศไทยกับคู่สมรสสัญชาติไทย ช่องทางปกติคือวีซ่า Non-Immigrant ประเภท O แล้วยื่นขออยู่ต่อรายปีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยเกณฑ์ทางการเงินและเอกสารประกอบเป็นไปตามระเบียบและคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ใช้บังคับในขณะยื่น

การหย่าและการสมรสใหม่

ผู้ที่เคยสมรสต้องพิสูจน์ว่าการสมรสเดิมสิ้นสุดแล้วจริง เอกสารที่ใช้คือใบสำคัญการหย่าและทะเบียนหย่าสำหรับการหย่าโดยความยินยอมที่จดทะเบียนในไทย หรือคำพิพากษาที่ถึงที่สุดพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดสำหรับการหย่าโดยคำพิพากษา ส่วนกรณีคู่สมรสเดิมเสียชีวิตใช้ใบมรณบัตร

เอกสารการหย่าที่ออกในต่างประเทศต้องผ่านการรับรองจากต้นทางและแปลเป็นภาษาไทยก่อนใช้กับนายทะเบียนไทย และหากเป็นคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ นายทะเบียนอาจขอเอกสารเพิ่มเพื่อยืนยันว่าคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว

กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดระยะเวลารอคอยหลังหย่าสำหรับคู่สมรสทั่วไปตามประมวลกฎหมายที่แก้ไขแล้ว แต่ประเทศปลายทางบางแห่งมีเงื่อนไขของตนเองเกี่ยวกับระยะห่างของการสมรส จึงควรตรวจกับหน่วยงานปลายทางก่อนวางแผน

สัญญาก่อนสมรสและการจัดการทรัพย์สิน

สัญญาก่อนสมรส (Prenuptial Agreement) ตามกฎหมายไทยต้องทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อคู่สมรสและพยานสองคน และต้องจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส หากทำหลังจดทะเบียนแล้วจะไม่มีผลตามกฎหมายไทย ข้อนี้เป็นกำหนดเวลาที่ย้อนกลับไม่ได้ จึงต้องเตรียมล่วงหน้า

เนื้อหาของสัญญาต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี และไม่สามารถยกเว้นหน้าที่ตามกฎหมายบางประการได้ หากคู่สมรสมีทรัพย์สินในหลายประเทศ ควรตรวจสอบผลบังคับในแต่ละเขตอำนาจศาลด้วย เพราะสัญญาที่มีผลในไทยอาจไม่ผูกพันศาลต่างประเทศโดยอัตโนมัติ

บทบาทของเราคือการจัดเตรียมคำแปลสองภาษาที่ตรงกันคำต่อคำ และประสานการรับรองลายมือชื่อ ไม่ใช่การให้ความเห็นทางกฎหมายแทนทนายความประจำคดี

ผลของการสมรสต่อทรัพย์สินและเอกสารทะเบียน

เมื่อสมรสแล้ว ทรัพย์สินแบ่งเป็นสินส่วนตัวและสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การทำนิติกรรมสำคัญบางประเภทต้องได้รับความยินยอมของคู่สมรส หน่วยงานเช่นกรมที่ดินจึงมักขอเอกสารแสดงสถานะสมรสและหนังสือให้ความยินยอมพร้อมคำแปลเมื่อคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ

การเปลี่ยนคำนำหน้าหรือนามสกุลหลังสมรสเป็นสิทธิ ไม่ใช่หน้าที่ หากเปลี่ยน ต้องปรับปรุงบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือเดินทาง และเอกสารทางการเงินให้ตรงกันทั้งชุด มิฉะนั้นชื่อที่ไม่ตรงกันจะทำให้เอกสารถูกตีกลับเมื่อยื่นวีซ่า

งานทะเบียนที่ตามมาภายหลัง เช่น การรับรองบุตร การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม หรือการจัดการมรดก ล้วนอ้างอิงเอกสารการสมรสชุดเดียวกัน การเก็บชุดเอกสารที่ผ่านการรับรองไว้อย่างครบถ้วนจึงประหยัดเวลาในอนาคต

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • หนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูตเกินอายุที่นายทะเบียนหรือหน่วยงานปลายทางกำหนด
  • นำเอกสารไปยื่นที่อำเภอโดยยังไม่ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  • แปลไม่ครบทุกองค์ประกอบ เช่น ตกตราประทับ ลายมือชื่อ หรือข้อความท้ายเอกสาร
  • ใช้สำเนาถ่ายเอกสารแทนฉบับคัดรับรองใหม่จากสำนักทะเบียน
  • หลักฐานการสิ้นสุดการสมรสเดิมไม่ครบ หรือทะเบียนราษฎรยังแสดงสถานะสมรสเดิมอยู่
  • เคลือบพลาสติกใบสำคัญการสมรส ทำให้ตรวจสอบตราประทับและลายน้ำไม่ได้

อภิธานศัพท์งานทะเบียนครอบครัว

นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่ผู้ลงนาม ดำเนินการโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
Apostille
ตรารับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตเมื่อปลายทางเป็นรัฐภาคี
สมรสเท่าเทียม
ผลของพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลวันที่ 22 มกราคม 2025 ให้บุคคลสองคนไม่ว่าเพศใดสมรสกันได้
สินสมรส
ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด ต่างจากสินส่วนตัวที่มีอยู่ก่อนสมรส
สัญญาก่อนสมรส
ข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินที่ต้องทำเป็นหนังสือและจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมการจดทะเบียน จึงจะมีผลตามกฎหมายไทย

แหล่งอ้างอิงทางการ

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอนงานทะเบียนและเอกสาร ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายรายกรณี และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของนายทะเบียน สถานทูต หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองใด กรุณายืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการทุกครั้ง

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต สถานทูต หรือหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่นทุกครั้ง

การทำงานร่วมกับ IVC

  1. แจ้งสัญชาติคู่สมรส ประเทศปลายทางที่จะใช้เอกสาร และกำหนดวันที่ต้องการ
  2. เราสรุปรายการเอกสารและรูปแบบการรับรองที่นายทะเบียนกับปลายทางกำหนด
  3. ประสานคิวสถานทูตสำหรับหนังสือรับรองสถานภาพ
  4. แปลเอกสารและตรวจทานโดยผู้ตรวจอิสระเทียบต้นฉบับทีละบรรทัด
  5. ยื่นนิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  6. เข้าสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต พร้อมล่าม แล้วส่งมอบ คร.2 / คร.3 พร้อมสรุปตราประทับ

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ตรวจชุดเอกสารก่อนยื่น ตม.

สอบถามรายละเอียดและขอบเขตงานกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล