ทะเบียนสมรส (คร.2) ใช้ทำอะไรบ้าง
คร.2 คือใบสำคัญการสมรสที่มอบให้คู่สมรส ส่วน คร.3 คือสำเนาทะเบียนสมรสที่คัดจากสำนักทะเบียน หน่วยงานต่างประเทศส่วนใหญ่ขอ คร.3 เพราะมีรายละเอียดครบกว่า
ใบสำคัญการสมรส คร.2 / ทะเบียนสมรส คร.3 และการคัดสำเนา
- ตรวจให้ชัดว่าปลายทางขอ คร.2 หรือ คร.3 ก่อนสั่งแปล เพื่อไม่ต้องทำซ้ำ
- คัดสำเนาทะเบียนสมรสได้ที่สำนักทะเบียนที่จดทะเบียน หรือผ่านระบบที่กรมการปกครองกำหนด
- สำเนาที่จะนำไปรับรองต่างประเทศควรเป็นฉบับคัดใหม่ เพราะบางปลายทางกำหนดอายุเอกสาร
- เราไม่รับประกันผลการพิจารณาของนายทะเบียนหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง — สิ่งที่เรารับผิดชอบคือความถูกต้องและครบถ้วนของชุดเอกสาร
สรุปคำตอบสั้น
ทะเบียนสมรส (คร.2) ใช้ทำอะไรบ้าง: การสมรสในประเทศไทยมีผลตามกฎหมายเมื่อนายทะเบียนบันทึกการสมรสที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตเท่านั้น คู่ที่มีฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติต้องยื่นหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูตของตนในประเทศไทย แปลเป็นภาษาไทย และรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนจดทะเบียน เมื่อจดเสร็จจึงนำใบสำคัญการสมรสไปแปลและผ่าน Apostille หรือรับรองสถานทูตปลายทางตามเส้นทางของประเทศที่จะใช้
เส้นทางเอกสารของกรณีนี้
หนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูตฝ่ายต่างชาติ → แปลเป็นภาษาไทย → นิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → จดทะเบียนสมรสที่อำเภอ/เขตพร้อมพยาน → คัดสำเนารับรอง → แปลและ Apostille สำหรับใช้ต่างประเทศ
ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น
| ขั้นตอน | รายละเอียด | ผู้รับผิดชอบ | กรอบเวลา |
|---|---|---|---|
| 1. ตรวจคุณสมบัติ | ยืนยันอายุ สถานะการสมรสเดิม สัญชาติ และประเทศที่จะใช้เอกสารต่อ | IVC + คู่สมรส | ภายในวันทำการเดียวกัน |
| 2. นัดสถานทูต | จองคิวและเตรียมเอกสารเพื่อขอหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสของฝ่ายต่างชาติ | คู่สมรส (เราจัดเช็กลิสต์ให้) | ตามคิวของแต่ละสถานทูต |
| 3. แปลเอกสาร | แปลหนังสือรับรองสถานภาพและเอกสารประกอบเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองผู้แปล | IVC | ตามปริมาณเอกสาร |
| 4. รับรองกรมการกงสุล | ยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศ (ปกติ 200 บาท/ฉบับ · ด่วน 400 บาท/ฉบับ) | IVC (มอบอำนาจ) | ตามรอบบริการของกรมการกงสุล |
| 5. จดทะเบียนสมรส | คู่สมรสแสดงตนต่อนายทะเบียนพร้อมพยาน และจดแจ้งสัญญาก่อนสมรส (ถ้ามี) | คู่สมรส | ภายในวันนัดที่อำเภอ/เขต |
| 6. คัดสำเนารับรอง | คัดสำเนาทะเบียนสมรสฉบับรับรองตามจำนวนหน่วยงานที่ต้องยื่น | IVC + คู่สมรส | หลังจดทะเบียน |
| 7. รับรองเพื่อใช้ต่างประเทศ | แปลใบสำคัญการสมรสและยื่น Apostille หรือนิติกรณ์ + สถานทูตปลายทางตามเส้นทางของประเทศนั้น | IVC | ตามรอบของหน่วยงานผู้รับรอง |
เอกสารที่ต้องเตรียม
- สูติบัตรบุตร (ถ้ามี) พร้อมคำแปล สำหรับการยื่นวีซ่าครอบครัวในภายหลัง
- วันเป้าหมายที่ต้องการจดทะเบียน เพื่อนับถอยหลังจัดคิวสถานทูตและคิวรับรองเอกสาร
- หนังสือเดินทางของฝ่ายต่างชาติ (เล่มจริง) พร้อมสำเนาหน้าข้อมูลและหน้าตราประทับเข้าเมืองล่าสุด
- บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านฉบับจริงของฝ่ายสัญชาติไทย
- หนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (Affirmation of Freedom to Marry) จากสถานทูตของฝ่ายต่างชาติในประเทศไทย
- คำแปลภาษาไทยของหนังสือรับรองสถานภาพ พร้อมการรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- หลักฐานการสิ้นสุดการสมรสเดิม เช่น ใบสำคัญการหย่า คำพิพากษาถึงที่สุด หรือใบมรณบัตร พร้อมคำแปล
- พยานสองคนพร้อมบัตรประจำตัวที่ใช้ได้จริงในวันจดทะเบียน
ใบสำคัญการสมรสและการคัดสำเนาเพื่อใช้ต่อ
เมื่อจดทะเบียนเสร็จ นายทะเบียนออกใบสำคัญการสมรส (คร.3) ให้คู่สมรส และเก็บทะเบียนสมรส (คร.2) ไว้ในระบบ เอกสารที่หน่วยงานต่างประเทศขอส่วนใหญ่คือใบสำคัญการสมรส บางแห่งขอสำเนาทะเบียนสมรสฉบับคัดรับรองเพิ่มเติมเพื่อดูรายละเอียดการบันทึก
การคัดสำเนาฉบับรับรองทำได้ที่สำนักทะเบียนที่จดหรือสำนักทะเบียนอื่นตามระบบทะเบียนกลาง ควรคัดหลายชุดในคราวเดียวหากทราบว่าจะต้องยื่นหลายหน่วยงาน เพราะแต่ละหน่วยงานมักเก็บต้นฉบับที่รับรองไว้
อย่าเคลือบพลาสติกใบสำคัญการสมรส เพราะทำให้ตรวจสอบลายน้ำและตราประทับไม่ได้ และมักถูกปฏิเสธในชั้นรับรองเอกสาร
สมรสเท่าเทียม — สิ่งที่เปลี่ยนไปตั้งแต่ 22 มกราคม 2025
กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลใช้บังคับวันที่ 22 มกราคม 2025 ทำให้บุคคลสองคนไม่ว่าเพศใดจดทะเบียนสมรสกันได้ตามกฎหมายไทย ถ้อยคำในประมวลกฎหมายเปลี่ยนจาก “สามีและภริยา” เป็น “คู่สมรส” และสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายครอบครัว เช่น สินสมรส การจัดการทรัพย์สิน สิทธิรับมรดกในฐานะคู่สมรส และการให้ความยินยอมทางการแพทย์ ใช้กับคู่สมรสทุกคู่เท่ากัน
สำหรับคู่ที่มีฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ ขั้นตอนเอกสารเหมือนคู่ต่างเพศทุกประการ คือขอหนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูต แปล รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงจดทะเบียนที่อำเภอ อย่างไรก็ตามการยอมรับผลของการสมรสในประเทศของฝ่ายต่างชาติเป็นเรื่องของกฎหมายประเทศนั้น บางประเทศรับรองเต็มที่ บางประเทศรับรองเป็นความสัมพันธ์รูปแบบอื่น จึงควรตรวจกับสถานทูตของประเทศนั้นก่อนวางแผนย้ายถิ่นฐาน
เราไม่ให้คำรับรองว่าประเทศปลายทางจะรับรองการสมรสหรือออกวีซ่าให้ สิ่งที่ยืนยันได้คือชุดเอกสารไทยจะถูกต้อง ครบถ้วน และผ่านการรับรองตามเส้นทางที่ปลายทางกำหนด
หนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูต (Affirmation of Freedom to Marry)
หัวใจของเคสคู่ไทย–ต่างชาติคือหนังสือรับรองว่าฝ่ายต่างชาติมีสิทธิสมรสได้ ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้นในประเทศไทย แต่ละสถานทูตกำหนดรูปแบบและวิธีนัดหมายของตนเอง บางแห่งให้ผู้ร้องสาบานตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่กงสุล บางแห่งรับรองลายมือชื่อบนแบบฟอร์มที่ผู้ร้องกรอกเอง และบางแห่งกำหนดให้แสดงหลักฐานการหย่าหรือใบมรณบัตรประกอบ
หนังสือฉบับนี้มักออกเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาของประเทศนั้น จึงต้องแปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนยื่นต่อนายทะเบียน ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ตามประกาศคือ 200 บาทต่อฉบับสำหรับบริการปกติ และ 400 บาทต่อฉบับสำหรับบริการด่วน
ข้อควรระวังที่พบบ่อยคือ นายทะเบียนหลายแห่งกำหนดอายุเอกสารของหนังสือรับรองสถานภาพ (มักนับจากวันที่สถานทูตออก) จึงไม่ควรขอเอกสารล่วงหน้านานเกินไป และควรยืนยันกำหนดวันจดทะเบียนก่อนเริ่มเดินเรื่องรับรอง
ความแตกต่างตามสัญชาติของคู่สมรสฝ่ายต่างชาติ
ขั้นตอนฝั่งไทยเหมือนกันทุกสัญชาติ แต่ขั้นตอนฝั่งสถานทูตต่างกันมาก ทั้งวิธีจองคิว เอกสารประกอบ ระยะเวลารอ และภาษาที่ออกเอกสาร บางสถานทูตออกหนังสือรับรองให้ในวันเดียวหลังนัดหมาย บางแห่งต้องตรวจสอบทะเบียนราษฎรของประเทศตนก่อนจึงใช้เวลาหลายสัปดาห์ และบางแห่งไม่ออกหนังสือรับรองแต่ให้ใช้เอกสารทะเบียนราษฎรของประเทศตนแทน
สำหรับประเทศที่ไม่มีสถานทูตในประเทศไทย ต้องใช้เอกสารที่ออกในประเทศต้นทางแล้วผ่านการรับรองมาแล้ว โดยรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกใช้ Apostille ส่วนประเทศนอกภาคีต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นและสถานเอกอัครราชทูตไทยที่ดูแลเขตนั้น จากนั้นจึงนำมาแปลและรับรองในประเทศไทย
เราจึงเริ่มงานทุกเคสด้วยการยืนยันสัญชาติ สถานะการสมรสเดิม และประเทศที่จะใช้เอกสารต่อ เพราะสามข้อนี้กำหนดเส้นทางเอกสารทั้งหมด
สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด
- หลักฐานการสิ้นสุดการสมรสเดิมไม่ครบ หรือทะเบียนราษฎรยังแสดงสถานะสมรสเดิมอยู่
- เคลือบพลาสติกใบสำคัญการสมรส ทำให้ตรวจสอบตราประทับและลายน้ำไม่ได้
- ส่งเอกสารไปรับรองที่สถานทูตปลายทางทั้งที่ประเทศนั้นเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกและจบที่ Apostille แล้ว
- ทำสัญญาก่อนสมรสหลังจดทะเบียนแล้ว ซึ่งไม่มีผลตามกฎหมายไทย
- แปลเป็นภาษาที่หน่วยงานปลายทางไม่ยอมรับ ทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด
- ชื่อ-นามสกุลในคำแปลสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทางหรือทะเบียนราษฎร แม้ต่างเพียงตัวอักษรเดียว
อภิธานศัพท์งานทะเบียนครอบครัว
- ทะเบียนสมรส (คร.2)
- บันทึกการสมรสที่นายทะเบียนจัดทำและเก็บไว้ในระบบทะเบียน คัดสำเนาฉบับรับรองได้ที่สำนักทะเบียน
- ใบสำคัญการสมรส (คร.3)
- เอกสารที่นายทะเบียนออกให้คู่สมรสเป็นหลักฐานการสมรส และเป็นฉบับที่หน่วยงานต่างประเทศขอมากที่สุด
- Affirmation of Freedom to Marry
- หนังสือรับรองว่าผู้ร้องมีสิทธิสมรสได้ ออกโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศฝ่ายต่างชาติในประเทศไทย
- นิติกรณ์ (Legalization)
- การรับรองลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่ผู้ลงนาม ดำเนินการโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- Apostille
- ตรารับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตเมื่อปลายทางเป็นรัฐภาคี
แหล่งอ้างอิงทางการ
- HCCH — Apostille Convention — status table (Convention 12)
- ราชกิจจานุเบกษา — พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง — การขออยู่ต่อในราชอาณาจักรและวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว
- กระทรวงการต่างประเทศ — ข้อมูลสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ
- กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย — งานทะเบียนครอบครัวและทะเบียนราษฎร
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอนงานทะเบียนและเอกสาร ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายรายกรณี และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของนายทะเบียน สถานทูต หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองใด กรุณายืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการทุกครั้ง
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต สถานทูต หรือหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่นทุกครั้ง
การทำงานร่วมกับ IVC
- แจ้งสัญชาติคู่สมรส ประเทศปลายทางที่จะใช้เอกสาร และกำหนดวันที่ต้องการ
- เราสรุปรายการเอกสารและรูปแบบการรับรองที่นายทะเบียนกับปลายทางกำหนด
- ประสานคิวสถานทูตสำหรับหนังสือรับรองสถานภาพ
- แปลเอกสารและตรวจทานโดยผู้ตรวจอิสระเทียบต้นฉบับทีละบรรทัด
- ยื่นนิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- เข้าสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต พร้อมล่าม แล้วส่งมอบ คร.2 / คร.3 พร้อมสรุปตราประทับ
หัวข้อที่เกี่ยวข้องในกลุ่ม “ใบสำคัญการสมรส คร.2 / คร.3 และคัดสำเนา”
กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน
- จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ(ภาพรวมการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ)
- ขั้นตอนจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ(ภาพรวมการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ)
- จดทะเบียนสมรสขณะถือวีซ่าท่องเที่ยว(คุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้จดทะเบียน)
- อายุขั้นต่ำในการจดทะเบียนสมรส(คุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้จดทะเบียน)
- สมรสเท่าเทียมกับสิทธิด้านวีซ่า(สมรสเท่าเทียมและคู่สมรสเพศเดียวกัน)
- คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนแล้วขอวีซ่าติดตามได้ไหม(สมรสเท่าเทียมและคู่สมรสเพศเดียวกัน)
สอบถามการคัดสำเนาและแปล
สอบถามรายละเอียดและขอบเขตงานกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล