ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

จดทะเบียนสมรสกับชาวอิตาลี

แต่ละสัญชาติมีรูปแบบหนังสือรับรองสถานภาพ ภาษาเอกสาร และเงื่อนไขการรับรองในประเทศต้นทางต่างกัน หน้านี้ไล่เงื่อนไขเฉพาะของสัญชาตินั้นตั้งแต่สถานทูตจนถึงการนำใบสำคัญการสมรสกลับไปใช้

จดทะเบียนสมรสแยกตามสัญชาติของคู่สมรส

สรุปคำตอบสั้น

จดทะเบียนสมรสกับชาวอิตาลี: การสมรสในประเทศไทยมีผลตามกฎหมายเมื่อนายทะเบียนบันทึกการสมรสที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตเท่านั้น คู่ที่มีฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติต้องยื่นหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูตของตนในประเทศไทย แปลเป็นภาษาไทย และรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนจดทะเบียน เมื่อจดเสร็จจึงนำใบสำคัญการสมรสไปแปลและผ่าน Apostille หรือรับรองสถานทูตปลายทางตามเส้นทางของประเทศที่จะใช้

เส้นทางเอกสารของกรณีนี้

หนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูตฝ่ายต่างชาติ → แปลเป็นภาษาไทย → นิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → จดทะเบียนสมรสที่อำเภอ/เขตพร้อมพยาน → คัดสำเนารับรอง → แปลและ Apostille สำหรับใช้ต่างประเทศ

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ตรวจคุณสมบัติยืนยันอายุ สถานะการสมรสเดิม สัญชาติ และประเทศที่จะใช้เอกสารต่อIVC + คู่สมรสภายในวันทำการเดียวกัน
2. นัดสถานทูตจองคิวและเตรียมเอกสารเพื่อขอหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสของฝ่ายต่างชาติคู่สมรส (เราจัดเช็กลิสต์ให้)ตามคิวของแต่ละสถานทูต
3. แปลเอกสารแปลหนังสือรับรองสถานภาพและเอกสารประกอบเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองผู้แปลIVCตามปริมาณเอกสาร
4. รับรองกรมการกงสุลยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศ (ปกติ 200 บาท/ฉบับ · ด่วน 400 บาท/ฉบับ)IVC (มอบอำนาจ)ตามรอบบริการของกรมการกงสุล
5. จดทะเบียนสมรสคู่สมรสแสดงตนต่อนายทะเบียนพร้อมพยาน และจดแจ้งสัญญาก่อนสมรส (ถ้ามี)คู่สมรสภายในวันนัดที่อำเภอ/เขต
6. คัดสำเนารับรองคัดสำเนาทะเบียนสมรสฉบับรับรองตามจำนวนหน่วยงานที่ต้องยื่นIVC + คู่สมรสหลังจดทะเบียน
7. รับรองเพื่อใช้ต่างประเทศแปลใบสำคัญการสมรสและยื่น Apostille หรือนิติกรณ์ + สถานทูตปลายทางตามเส้นทางของประเทศนั้นIVCตามรอบของหน่วยงานผู้รับรอง

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านฉบับจริงของฝ่ายสัญชาติไทย
  • หนังสือรับรองสถานภาพการสมรส (Affirmation of Freedom to Marry) จากสถานทูตของฝ่ายต่างชาติในประเทศไทย
  • คำแปลภาษาไทยของหนังสือรับรองสถานภาพ พร้อมการรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  • หลักฐานการสิ้นสุดการสมรสเดิม เช่น ใบสำคัญการหย่า คำพิพากษาถึงที่สุด หรือใบมรณบัตร พร้อมคำแปล
  • พยานสองคนพร้อมบัตรประจำตัวที่ใช้ได้จริงในวันจดทะเบียน
  • ใบเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนนามสกุล หากชื่อในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน
  • ล่าม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจภาษาไทย ตามที่นายทะเบียนกำหนด
  • ร่างสัญญาก่อนสมรส หากต้องการจดแจ้งพร้อมการจดทะเบียนสมรส (ทำภายหลังไม่ได้)

ความแตกต่างตามสัญชาติของคู่สมรสฝ่ายต่างชาติ

ขั้นตอนฝั่งไทยเหมือนกันทุกสัญชาติ แต่ขั้นตอนฝั่งสถานทูตต่างกันมาก ทั้งวิธีจองคิว เอกสารประกอบ ระยะเวลารอ และภาษาที่ออกเอกสาร บางสถานทูตออกหนังสือรับรองให้ในวันเดียวหลังนัดหมาย บางแห่งต้องตรวจสอบทะเบียนราษฎรของประเทศตนก่อนจึงใช้เวลาหลายสัปดาห์ และบางแห่งไม่ออกหนังสือรับรองแต่ให้ใช้เอกสารทะเบียนราษฎรของประเทศตนแทน

สำหรับประเทศที่ไม่มีสถานทูตในประเทศไทย ต้องใช้เอกสารที่ออกในประเทศต้นทางแล้วผ่านการรับรองมาแล้ว โดยรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกใช้ Apostille ส่วนประเทศนอกภาคีต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นและสถานเอกอัครราชทูตไทยที่ดูแลเขตนั้น จากนั้นจึงนำมาแปลและรับรองในประเทศไทย

เราจึงเริ่มงานทุกเคสด้วยการยืนยันสัญชาติ สถานะการสมรสเดิม และประเทศที่จะใช้เอกสารต่อ เพราะสามข้อนี้กำหนดเส้นทางเอกสารทั้งหมด

คุณสมบัติของผู้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 กำหนดให้บุคคลสองคนที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์สมรสกันได้ โดยไม่จำกัดเพศ หากอายุน้อยกว่านั้นต้องได้รับอนุญาตจากศาลเมื่อมีเหตุอันสมควร

เงื่อนไขสำคัญอื่นคือ ทั้งสองฝ่ายต้องยินยอมโดยสมัครใจ ต้องไม่เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่นอยู่ในขณะนั้น ต้องไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงหรือพี่น้องร่วมบิดามารดา/ร่วมแต่บิดาหรือมารดา และผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมสมรสกันไม่ได้ นายทะเบียนจะตรวจเงื่อนไขเหล่านี้จากเอกสารที่ยื่น ไม่ใช่จากคำบอกเล่า

หากฝ่ายใดเคยสมรสมาก่อน ต้องแสดงหลักฐานการสิ้นสุดการสมรส เช่น ใบสำคัญการหย่า คำพิพากษาที่ถึงที่สุด หรือใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิม พร้อมคำแปลและการรับรองตามเส้นทางเดียวกับเอกสารต่างประเทศฉบับอื่น

สมรสเท่าเทียม — สิ่งที่เปลี่ยนไปตั้งแต่ 22 มกราคม 2025

กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลใช้บังคับวันที่ 22 มกราคม 2025 ทำให้บุคคลสองคนไม่ว่าเพศใดจดทะเบียนสมรสกันได้ตามกฎหมายไทย ถ้อยคำในประมวลกฎหมายเปลี่ยนจาก “สามีและภริยา” เป็น “คู่สมรส” และสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายครอบครัว เช่น สินสมรส การจัดการทรัพย์สิน สิทธิรับมรดกในฐานะคู่สมรส และการให้ความยินยอมทางการแพทย์ ใช้กับคู่สมรสทุกคู่เท่ากัน

สำหรับคู่ที่มีฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ ขั้นตอนเอกสารเหมือนคู่ต่างเพศทุกประการ คือขอหนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูต แปล รับรองที่กรมการกงสุล แล้วจึงจดทะเบียนที่อำเภอ อย่างไรก็ตามการยอมรับผลของการสมรสในประเทศของฝ่ายต่างชาติเป็นเรื่องของกฎหมายประเทศนั้น บางประเทศรับรองเต็มที่ บางประเทศรับรองเป็นความสัมพันธ์รูปแบบอื่น จึงควรตรวจกับสถานทูตของประเทศนั้นก่อนวางแผนย้ายถิ่นฐาน

เราไม่ให้คำรับรองว่าประเทศปลายทางจะรับรองการสมรสหรือออกวีซ่าให้ สิ่งที่ยืนยันได้คือชุดเอกสารไทยจะถูกต้อง ครบถ้วน และผ่านการรับรองตามเส้นทางที่ปลายทางกำหนด

หนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูต (Affirmation of Freedom to Marry)

หัวใจของเคสคู่ไทย–ต่างชาติคือหนังสือรับรองว่าฝ่ายต่างชาติมีสิทธิสมรสได้ ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลของประเทศนั้นในประเทศไทย แต่ละสถานทูตกำหนดรูปแบบและวิธีนัดหมายของตนเอง บางแห่งให้ผู้ร้องสาบานตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่กงสุล บางแห่งรับรองลายมือชื่อบนแบบฟอร์มที่ผู้ร้องกรอกเอง และบางแห่งกำหนดให้แสดงหลักฐานการหย่าหรือใบมรณบัตรประกอบ

หนังสือฉบับนี้มักออกเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาของประเทศนั้น จึงต้องแปลเป็นภาษาไทยและนำไปรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนยื่นต่อนายทะเบียน ค่าธรรมเนียมนิติกรณ์ตามประกาศคือ 200 บาทต่อฉบับสำหรับบริการปกติ และ 400 บาทต่อฉบับสำหรับบริการด่วน

ข้อควรระวังที่พบบ่อยคือ นายทะเบียนหลายแห่งกำหนดอายุเอกสารของหนังสือรับรองสถานภาพ (มักนับจากวันที่สถานทูตออก) จึงไม่ควรขอเอกสารล่วงหน้านานเกินไป และควรยืนยันกำหนดวันจดทะเบียนก่อนเริ่มเดินเรื่องรับรอง

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • ใช้สำเนาถ่ายเอกสารแทนฉบับคัดรับรองใหม่จากสำนักทะเบียน
  • หลักฐานการสิ้นสุดการสมรสเดิมไม่ครบ หรือทะเบียนราษฎรยังแสดงสถานะสมรสเดิมอยู่
  • เคลือบพลาสติกใบสำคัญการสมรส ทำให้ตรวจสอบตราประทับและลายน้ำไม่ได้
  • ส่งเอกสารไปรับรองที่สถานทูตปลายทางทั้งที่ประเทศนั้นเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกและจบที่ Apostille แล้ว
  • ทำสัญญาก่อนสมรสหลังจดทะเบียนแล้ว ซึ่งไม่มีผลตามกฎหมายไทย
  • แปลเป็นภาษาที่หน่วยงานปลายทางไม่ยอมรับ ทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด

อภิธานศัพท์งานทะเบียนครอบครัว

นิติกรณ์ (Legalization)
การรับรองลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่ผู้ลงนาม ดำเนินการโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
Apostille
ตรารับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตเมื่อปลายทางเป็นรัฐภาคี
สมรสเท่าเทียม
ผลของพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลวันที่ 22 มกราคม 2025 ให้บุคคลสองคนไม่ว่าเพศใดสมรสกันได้
สินสมรส
ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด ต่างจากสินส่วนตัวที่มีอยู่ก่อนสมรส
สัญญาก่อนสมรส
ข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินที่ต้องทำเป็นหนังสือและจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมการจดทะเบียน จึงจะมีผลตามกฎหมายไทย

แหล่งอ้างอิงทางการ

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอนงานทะเบียนและเอกสาร ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายรายกรณี และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของนายทะเบียน สถานทูต หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองใด กรุณายืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการทุกครั้ง

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต สถานทูต หรือหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่นทุกครั้ง

การทำงานร่วมกับ IVC

  1. แจ้งสัญชาติคู่สมรส ประเทศปลายทางที่จะใช้เอกสาร และกำหนดวันที่ต้องการ
  2. เราสรุปรายการเอกสารและรูปแบบการรับรองที่นายทะเบียนกับปลายทางกำหนด
  3. ประสานคิวสถานทูตสำหรับหนังสือรับรองสถานภาพ
  4. แปลเอกสารและตรวจทานโดยผู้ตรวจอิสระเทียบต้นฉบับทีละบรรทัด
  5. ยื่นนิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  6. เข้าสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต พร้อมล่าม แล้วส่งมอบ คร.2 / คร.3 พร้อมสรุปตราประทับ

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

สอบถามเงื่อนไขเฉพาะสัญชาติของคู่คุณ

สอบถามรายละเอียดและขอบเขตงานกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล