วีซ่าคู่สมรสสวีเดน
หลังจดทะเบียนสมรส ชาวต่างชาติที่ต้องการอยู่กับคู่สมรสไทยมักใช้ Non-Immigrant O (ผู้ติดตาม/คู่สมรสไทย) แล้วขออยู่ต่อรายปีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมีหลักเกณฑ์ทางการเงินและการรายงานตัวชัดเจน
วีซ่าคู่สมรสและการอยู่ต่อในราชอาณาจักร
- ขออยู่ต่อรายปีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตามเขตที่พักอาศัย พร้อมหลักฐานความสัมพันธ์และที่พัก
- ต้องรายงานตัวทุก 90 วัน และแจ้ง TM.30 เมื่อมีการเปลี่ยนที่พัก
- การขอกลับเข้ามาใหม่ต้องทำ re-entry permit ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ
- เราไม่รับประกันผลการพิจารณาของนายทะเบียนหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง — สิ่งที่เรารับผิดชอบคือความถูกต้องและครบถ้วนของชุดเอกสาร
สรุปคำตอบสั้น
วีซ่าคู่สมรสสวีเดน: การสมรสในประเทศไทยมีผลตามกฎหมายเมื่อนายทะเบียนบันทึกการสมรสที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตเท่านั้น คู่ที่มีฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติต้องยื่นหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูตของตนในประเทศไทย แปลเป็นภาษาไทย และรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนจดทะเบียน เมื่อจดเสร็จจึงนำใบสำคัญการสมรสไปแปลและผ่าน Apostille หรือรับรองสถานทูตปลายทางตามเส้นทางของประเทศที่จะใช้
เส้นทางเอกสารของกรณีนี้
จดทะเบียนสมรสที่อำเภอ/เขต → คัดสำเนาทะเบียนสมรสฉบับรับรอง → แปลเป็นภาษาที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ → Apostille หรือนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → (เฉพาะปลายทางนอกภาคีกรุงเฮก) รับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง → ยื่นคำขอวีซ่าตามเกณฑ์ของหน่วยงานปลายทาง
ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น
| ขั้นตอน | รายละเอียด | ผู้รับผิดชอบ | กรอบเวลา |
|---|---|---|---|
| 1. ตรวจคุณสมบัติ | ยืนยันอายุ สถานะการสมรสเดิม สัญชาติ และประเทศที่จะใช้เอกสารต่อ | IVC + คู่สมรส | ภายในวันทำการเดียวกัน |
| 2. นัดสถานทูต | จองคิวและเตรียมเอกสารเพื่อขอหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสของฝ่ายต่างชาติ | คู่สมรส (เราจัดเช็กลิสต์ให้) | ตามคิวของแต่ละสถานทูต |
| 3. แปลเอกสาร | แปลหนังสือรับรองสถานภาพและเอกสารประกอบเป็นภาษาไทยพร้อมคำรับรองผู้แปล | IVC | ตามปริมาณเอกสาร |
| 4. รับรองกรมการกงสุล | ยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศ (ปกติ 200 บาท/ฉบับ · ด่วน 400 บาท/ฉบับ) | IVC (มอบอำนาจ) | ตามรอบบริการของกรมการกงสุล |
| 5. จดทะเบียนสมรส | คู่สมรสแสดงตนต่อนายทะเบียนพร้อมพยาน และจดแจ้งสัญญาก่อนสมรส (ถ้ามี) | คู่สมรส | ภายในวันนัดที่อำเภอ/เขต |
| 6. คัดสำเนารับรอง | คัดสำเนาทะเบียนสมรสฉบับรับรองตามจำนวนหน่วยงานที่ต้องยื่น | IVC + คู่สมรส | หลังจดทะเบียน |
| 7. รับรองเพื่อใช้ต่างประเทศ | แปลใบสำคัญการสมรสและยื่น Apostille หรือนิติกรณ์ + สถานทูตปลายทางตามเส้นทางของประเทศนั้น | IVC | ตามรอบของหน่วยงานผู้รับรอง |
เอกสารที่ต้องเตรียม
- หลักฐานการสิ้นสุดการสมรสเดิม เช่น ใบสำคัญการหย่า คำพิพากษาถึงที่สุด หรือใบมรณบัตร พร้อมคำแปล
- พยานสองคนพร้อมบัตรประจำตัวที่ใช้ได้จริงในวันจดทะเบียน
- ใบเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนนามสกุล หากชื่อในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน
- ล่าม หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจภาษาไทย ตามที่นายทะเบียนกำหนด
- ร่างสัญญาก่อนสมรส หากต้องการจดแจ้งพร้อมการจดทะเบียนสมรส (ทำภายหลังไม่ได้)
- ชื่อประเทศและหน่วยงานที่จะใช้เอกสารต่อ เพื่อกำหนดเส้นทาง Apostille หรือรับรองสถานทูต
- สูติบัตรบุตร (ถ้ามี) พร้อมคำแปล สำหรับการยื่นวีซ่าครอบครัวในภายหลัง
- วันเป้าหมายที่ต้องการจดทะเบียน เพื่อนับถอยหลังจัดคิวสถานทูตและคิวรับรองเอกสาร
จากทะเบียนสมรสสู่วีซ่าคู่สมรส
ทะเบียนสมรสเป็นเพียงหลักฐานความสัมพันธ์ ไม่ใช่สิทธิในการเข้าเมือง แต่ละประเทศกำหนดประเภทวีซ่า เอกสาร และเกณฑ์ของตนเอง เช่น เกณฑ์รายได้หรือเงินฝาก หลักฐานที่พักอาศัย หลักฐานความสัมพันธ์ที่แท้จริง และการตรวจสุขภาพหรือประวัติอาชญากรรม เกณฑ์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงบ่อย จึงต้องตรวจจากเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองปลายทางในวันที่ยื่นจริง
สิ่งที่เหมือนกันแทบทุกปลายทางคือ ชุดเอกสารไทยต้องแปลเป็นภาษาที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ และผ่านการรับรองตามชั้นที่กำหนด เอกสารที่มักถูกขอ ได้แก่ ใบสำคัญการสมรส ทะเบียนสมรสฉบับคัดรับรอง ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน สูติบัตรบุตร (ถ้ามี) และหลักฐานการหย่าหรือมรณบัตรของการสมรสครั้งก่อน
สำหรับชาวต่างชาติที่จะอยู่ในประเทศไทยกับคู่สมรสสัญชาติไทย ช่องทางปกติคือวีซ่า Non-Immigrant ประเภท O แล้วยื่นขออยู่ต่อรายปีที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยเกณฑ์ทางการเงินและเอกสารประกอบเป็นไปตามระเบียบและคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ใช้บังคับในขณะยื่น
ความแตกต่างตามสัญชาติของคู่สมรสฝ่ายต่างชาติ
ขั้นตอนฝั่งไทยเหมือนกันทุกสัญชาติ แต่ขั้นตอนฝั่งสถานทูตต่างกันมาก ทั้งวิธีจองคิว เอกสารประกอบ ระยะเวลารอ และภาษาที่ออกเอกสาร บางสถานทูตออกหนังสือรับรองให้ในวันเดียวหลังนัดหมาย บางแห่งต้องตรวจสอบทะเบียนราษฎรของประเทศตนก่อนจึงใช้เวลาหลายสัปดาห์ และบางแห่งไม่ออกหนังสือรับรองแต่ให้ใช้เอกสารทะเบียนราษฎรของประเทศตนแทน
สำหรับประเทศที่ไม่มีสถานทูตในประเทศไทย ต้องใช้เอกสารที่ออกในประเทศต้นทางแล้วผ่านการรับรองมาแล้ว โดยรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกใช้ Apostille ส่วนประเทศนอกภาคีต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นและสถานเอกอัครราชทูตไทยที่ดูแลเขตนั้น จากนั้นจึงนำมาแปลและรับรองในประเทศไทย
เราจึงเริ่มงานทุกเคสด้วยการยืนยันสัญชาติ สถานะการสมรสเดิม และประเทศที่จะใช้เอกสารต่อ เพราะสามข้อนี้กำหนดเส้นทางเอกสารทั้งหมด
การแปลเอกสารสมรสให้ผ่านทั้งอำเภอและปลายทางต่างประเทศ
คำแปลที่ใช้กับงานทะเบียนต้องยึดการสะกดชื่อให้ตรงกับหนังสือเดินทางและเอกสารทะเบียนราษฎรทุกฉบับในชุดเดียวกัน ชื่อที่สะกดต่างกันเพียงตัวอักษรเดียวระหว่างคำแปลหนังสือเดินทางกับคำแปลหนังสือรับรองสถานภาพ เป็นสาเหตุการตีกลับที่พบมากที่สุด
ประเทศไทยไม่มีทะเบียน “นักแปลสาบานตน” ตามกฎหมาย คำแปลจึงได้รับการยอมรับด้วยคำรับรองของผู้แปลที่ระบุตัวตนและข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบย้อนได้ ประกอบกับการรับรองของกรมการกงสุลเมื่อหน่วยงานผู้รับกำหนด
เมื่อจดทะเบียนเสร็จและต้องนำใบสำคัญการสมรสไปใช้ต่างประเทศ ลำดับที่ถูกต้องคือ คัดสำเนาที่อำเภอรับรองถูกต้อง → แปลเป็นภาษาปลายทาง → รับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุล → (เฉพาะปลายทางนอกภาคีกรุงเฮก) รับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง
นิติกรณ์และ Apostille สำหรับเอกสารการสมรส
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานเดียวในประเทศไทยที่ออกนิติกรณ์และ Apostille อนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ทำให้เอกสารที่ส่งไปยังรัฐภาคีจบขั้นตอนที่ Apostille โดยไม่ต้องรับรองซ้ำที่สถานทูตปลายทาง
เอกสารที่มักต้องรับรองในงานสมรส ได้แก่ คำแปลหนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูต (ขาเข้า) และคำแปลใบสำคัญการสมรส ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน หรือใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ขาออก) ค่าธรรมเนียมตามประกาศกระทรวงการต่างประเทศคือ 200 บาทต่อฉบับ (ปกติ) และ 400 บาทต่อฉบับ (ด่วน) ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมของราชการ แยกจากค่าบริการดำเนินการ
ควรตรวจสถานะรัฐภาคีจากตารางสถานะของ HCCH ในวันที่ดำเนินการจริง เพราะรายชื่อรัฐภาคีและข้อคัดค้านระหว่างรัฐเปลี่ยนแปลงได้ และการรับรองผิดชั้นทำให้ต้องเดินเรื่องใหม่ทั้งชุด
สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด
- ส่งเอกสารไปรับรองที่สถานทูตปลายทางทั้งที่ประเทศนั้นเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกและจบที่ Apostille แล้ว
- ทำสัญญาก่อนสมรสหลังจดทะเบียนแล้ว ซึ่งไม่มีผลตามกฎหมายไทย
- แปลเป็นภาษาที่หน่วยงานปลายทางไม่ยอมรับ ทำให้ต้องแปลใหม่ทั้งชุด
- ชื่อ-นามสกุลในคำแปลสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทางหรือทะเบียนราษฎร แม้ต่างเพียงตัวอักษรเดียว
- หนังสือรับรองสถานภาพจากสถานทูตเกินอายุที่นายทะเบียนหรือหน่วยงานปลายทางกำหนด
- นำเอกสารไปยื่นที่อำเภอโดยยังไม่ผ่านการรับรองที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
อภิธานศัพท์งานทะเบียนครอบครัว
- นิติกรณ์ (Legalization)
- การรับรองลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่ผู้ลงนาม ดำเนินการโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- Apostille
- ตรารับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตเมื่อปลายทางเป็นรัฐภาคี
- สมรสเท่าเทียม
- ผลของพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลวันที่ 22 มกราคม 2025 ให้บุคคลสองคนไม่ว่าเพศใดสมรสกันได้
- สินสมรส
- ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด ต่างจากสินส่วนตัวที่มีอยู่ก่อนสมรส
- สัญญาก่อนสมรส
- ข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินที่ต้องทำเป็นหนังสือและจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมการจดทะเบียน จึงจะมีผลตามกฎหมายไทย
แหล่งอ้างอิงทางการ
- กระทรวงการต่างประเทศ — ข้อมูลสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ
- กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย — งานทะเบียนครอบครัวและทะเบียนราษฎร
- สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง — บริการงานทะเบียนสำหรับประชาชน
- กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ — การรับรองเอกสาร / นิติกรณ์ และ Apostille
- HCCH — Apostille Convention — status table (Convention 12)
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอนงานทะเบียนและเอกสาร ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายรายกรณี และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของนายทะเบียน สถานทูต หรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองใด กรุณายืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนดำเนินการทุกครั้ง
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต สถานทูต หรือหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่นทุกครั้ง
การทำงานร่วมกับ IVC
- แจ้งสัญชาติคู่สมรส ประเทศปลายทางที่จะใช้เอกสาร และกำหนดวันที่ต้องการ
- เราสรุปรายการเอกสารและรูปแบบการรับรองที่นายทะเบียนกับปลายทางกำหนด
- ประสานคิวสถานทูตสำหรับหนังสือรับรองสถานภาพ
- แปลเอกสารและตรวจทานโดยผู้ตรวจอิสระเทียบต้นฉบับทีละบรรทัด
- ยื่นนิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- เข้าสำนักทะเบียนอำเภอ/เขต พร้อมล่าม แล้วส่งมอบ คร.2 / คร.3 พร้อมสรุปตราประทับ
หัวข้อที่เกี่ยวข้องในกลุ่ม “วีซ่าคู่สมรสและการอยู่ต่อในประเทศไทย/ต่างประเทศ”
- หนังสือรับรองรายได้ ใช้ทำอะไรบ้าง
- เอกสารขอวีซ่าติดตามคู่สมรสออสเตรเลีย
- Germany spouse visa from Thailand — document checklist
- วีซ่าคู่สมรสนอร์เวย์
- เอกสารขอวีซ่าติดตามคู่สมรสสวิตเซอร์แลนด์
- Ireland spouse visa from Thailand — document checklist
- วีซ่าคู่สมรสเกาหลีใต้
- เอกสารขอวีซ่าติดตามคู่สมรสสิงคโปร์
- ขอวีซ่าคู่สมรสสหรัฐอเมริกาต้องใช้เอกสารสมรสรูปแบบใด
- ขอวีซ่าคู่สมรสเนเธอร์แลนด์ต้องใช้เอกสารสมรสรูปแบบใด
- ขอวีซ่าคู่สมรสเบลเยียมต้องใช้เอกสารสมรสรูปแบบใด
- ขอวีซ่าคู่สมรสไต้หวันต้องใช้เอกสารสมรสรูปแบบใด
กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ร่วมกัน
- จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ(ภาพรวมการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ)
- ขั้นตอนจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ(ภาพรวมการจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ)
- จดทะเบียนสมรสขณะถือวีซ่าท่องเที่ยว(คุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้จดทะเบียน)
- อายุขั้นต่ำในการจดทะเบียนสมรส(คุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้จดทะเบียน)
- สมรสเท่าเทียมกับสิทธิด้านวีซ่า(สมรสเท่าเทียมและคู่สมรสเพศเดียวกัน)
- คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนแล้วขอวีซ่าติดตามได้ไหม(สมรสเท่าเทียมและคู่สมรสเพศเดียวกัน)
ตรวจชุดเอกสารก่อนยื่น ตม.
สอบถามรายละเอียดและขอบเขตงานกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล