ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

แปลเอกสารอนุญาโตตุลาการ เป็นภาษาญี่ปุ่น

การบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศอยู่ภายใต้อนุสัญญานิวยอร์ก ค.ศ. 1958 ซึ่งกำหนดให้ยื่นคำชี้ขาดและสัญญาอนุญาโตตุลาการพร้อมคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศที่ขอบังคับ

อนุญาโตตุลาการและคำชี้ขาด

สรุปคำตอบสั้น

แปลเอกสารอนุญาโตตุลาการ เป็นภาษาญี่ปุ่น: งานนี้ทำได้จริงในประเทศไทย โดยใช้คำแปลที่ผู้แปลลงนามรับรองความถูกต้อง และหากต้องใช้ต่างประเทศจึงนำไปผ่านนิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ประเทศไทยไม่มีทะเบียนนักแปลสาบานตนตามกฎหมาย ความน่าเชื่อถือจึงมาจากคำรับรองที่ตรวจสอบย้อนได้ บวกกับการรับรองของหน่วยงานราชการตามเส้นทางของประเทศปลายทาง

เส้นทางเอกสารของกรณีนี้

ต้นฉบับ/สำเนารับรองถูกต้อง → แปลและตรวจทาน → รับรองคำแปล → นิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุล → (เฉพาะปลายทางนอกภาคีกรุงเฮก) รับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ประเมินงานตรวจชนิดเอกสาร จำนวนหน้า ภาษาปลายทาง หน่วยงานผู้รับ และวันครบกำหนดIVCภายในวันทำการเดียวกัน
2. คัด/รับรองต้นฉบับขอสำเนาที่รับรองถูกต้องจากศาลหรือหน่วยงานผู้ออกเอกสารศาล / หน่วยงานผู้ออกเอกสารตามรอบบริการของหน่วยงาน
3. แปลและตรวจทานแปลโดยผู้แปลสายกฎหมาย แล้วตรวจทานศัพท์ ตัวเลข และชื่อเฉพาะอีกชั้นIVCตามปริมาณงานที่ตกลงกัน
4. รับรองคำแปลลงนามรับรองความถูกต้องพร้อมข้อมูลผู้แปลและเลขอ้างอิงงานIVCหลังตรวจทานเสร็จ
5. นิติกรณ์ / Apostilleยื่นรับรองที่กรมการกงสุล (ปกติ 200 บาท/ฉบับ, ด่วน 400 บาท/ฉบับ)กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศตามรอบบริการของกรม
6. รับรองสถานทูต (ถ้าจำเป็น)เฉพาะปลายทางที่ไม่ใช่รัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกสถานเอกอัครราชทูตปลายทางตามระเบียบของสถานทูตนั้น
7. ส่งมอบส่งมอบชุดเอกสารพร้อมสรุปตราประทับและใบเสร็จของหน่วยงานราชการIVCทันทีที่ได้รับเอกสารคืน

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ชื่อหน่วยงานผู้รับปลายทาง และภาษาที่หน่วยงานนั้นยอมรับ
  • วันนัดศาลหรือวันครบกำหนดยื่น เพื่อวางแผนเวลาย้อนกลับ
  • จำนวนชุดที่ต้องยื่น รวมชุดสำรองสำหรับคู่ความอีกฝ่าย
  • รายการเอกสารแนบทั้งหมดในสำนวน พร้อมหมายเลขเอกสารหมาย
  • ตารางคำศัพท์เฉพาะคดี หากเคยมีคำแปลเดิมที่ต้องคงเส้นคงวา
  • ข้อมูลว่าประเทศปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกหรือไม่
  • หนังสือมอบอำนาจ หากให้เราเดินเรื่องรับรองแทน

อนุญาโตตุลาการและคำชี้ขาด

คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่จะขอบังคับในอีกประเทศหนึ่งอยู่ภายใต้อนุสัญญานิวยอร์ก ค.ศ. 1958 ซึ่งกำหนดให้ยื่นต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองแล้วของคำชี้ขาดและสัญญาอนุญาโตตุลาการ พร้อมคำแปลเป็นภาษาราชการของประเทศที่ขอบังคับ

อนุสัญญาระบุด้วยว่าคำแปลต้องได้รับการรับรองโดยเจ้าหน้าที่ทางการหรือผู้แปลที่สาบานตน หรือโดยตัวแทนทางการทูตหรือกงสุล ในบริบทไทยจึงมักใช้คำรับรองของผู้แปลควบคู่กับการรับรองที่กรมการกงสุลหรือสถานทูตของประเทศปลายทาง

หนังสือรับรองสถานะทางคดีและงานตรวจสอบ

หนังสือรับรองว่าไม่มีคดีความหรือหนังสือรับรองความประพฤติ มักถูกขอในงานสมัครงาน ขอวีซ่า หรือขออนุญาตประกอบวิชาชีพในต่างประเทศ ต้องตรวจว่าอายุเอกสารที่ปลายทางยอมรับคือกี่เดือน เพราะหลายแห่งกำหนดไม่เกิน 3–6 เดือน

ควรวางแผนให้วันที่ออกเอกสาร วันที่แปล และวันที่รับรอง อยู่ในกรอบอายุที่ปลายทางกำหนด มิฉะนั้นอาจต้องคัดเอกสารใหม่ทั้งชุด

โครงสร้างการคิดงานแปลเอกสารคดี

งานแปลเอกสารคดีประเมินจากจำนวนคำหรือหน้า ความหนาแน่นของศัพท์เฉพาะ จำนวนชุดที่ต้องส่งมอบ และจำนวนขั้นการรับรองที่ต้องเดินเรื่องต่อ เราแจ้งขอบเขตงานและกรอบเวลาก่อนเริ่มเสมอ

ค่าธรรมเนียมของหน่วยงานราชการเป็นอัตราตามประกาศของหน่วยงานนั้น และแยกจากค่าบริการแปล เรานำส่งใบเสร็จของหน่วยงานให้ผู้ว่าจ้างทุกครั้งที่เดินเรื่องแทน

การแปลและรับรองคำแปลในกระบวนการยุติธรรมไทยทำงานอย่างไร

ประเทศไทยไม่มีระบบ “นักแปลสาบานตน” (sworn translator) ที่จดทะเบียนตามกฎหมายเหมือนหลายประเทศในยุโรป การทำให้คำแปลมีน้ำหนักจึงอาศัยสองกลไกร่วมกัน คือ (1) ผู้แปลหรือสำนักงานแปลลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของคำแปลพร้อมระบุตัวตนและข้อมูลติดต่อ และ (2) เมื่อต้องใช้ในต่างประเทศ นำคำแปลไปผ่านนิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวที่ออกตราดังกล่าวในประเทศไทย

สำหรับการใช้ภายในประเทศ กฎหมายวิธีพิจารณาความกำหนดให้เอกสารภาษาต่างประเทศที่อ้างเป็นพยานหลักฐานต้องมีคำแปลภาษาไทยแนบ และศาลอาจให้ผู้แปลมายืนยันความถูกต้องได้ ดังนั้นคำแปลที่ดีจึงต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ ระบุผู้แปล วันที่ และอ้างอิงต้นฉบับหน้าต่อหน้า

เราจึงจัดรูปแบบงานแปลเอกสารคดีให้มีหน้าแสดงคำรับรองของผู้แปล เลขอ้างอิงงาน การจับคู่หน้าเอกสารต้นฉบับกับคำแปล และตารางคำศัพท์เฉพาะคดี เพื่อให้ทนายความ ศาล หรือหน่วยงานปลายทางตรวจสอบได้ทันทีโดยไม่ต้องย้อนถามผู้แปล

สาเหตุที่คำแปลถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • ลำดับการรับรองผิด เช่น รับรองก่อนแปล หรือข้ามชั้นกรมการกงสุล
  • ใช้สำเนาที่ไม่มีการรับรองสำเนาถูกต้องจากหน่วยงานผู้ออกเอกสาร
  • เอกสารเกินอายุที่หน่วยงานผู้รับกำหนด ณ วันยื่น
  • แปลเป็นภาษาที่หน่วยงานผู้รับปลายทางไม่ยอมรับ
  • คำศัพท์เฉพาะไม่คงเส้นคงวาระหว่างเอกสารหลายฉบับในสำนวนเดียวกัน
  • สะกดชื่อบุคคลในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทางหรือเอกสารทะเบียนราษฎร

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในกระบวนการยุติธรรม

คดีถึงที่สุด
สถานะที่ไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกาต่อไปแล้ว ศาลออกหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดเพื่อใช้ประกอบการบังคับคดีหรือใช้ในต่างประเทศ
เอกสารหมาย จ./ล.
หมายเลขอ้างอิงพยานเอกสารของฝ่ายโจทก์ (จ.) และฝ่ายจำเลย (ล.) ในสำนวนคดีของศาลไทย
อนุสัญญานิวยอร์ก ค.ศ. 1958
อนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับและบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ซึ่งกำหนดให้ยื่นคำแปลที่ได้รับการรับรองพร้อมคำชี้ขาด
ผู้ประสานงานกลาง (Central Authority)
หน่วยงานที่รับ-ส่งคำร้องความร่วมมือระหว่างประเทศ ในคดีอาญาของไทยคือสำนักงานอัยการสูงสุด
ข้อมูลอ่อนไหว
ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนดให้ประมวลผลได้จำกัด เช่น ประวัติอาชญากรรมและข้อมูลสุขภาพ

แหล่งอ้างอิงทางการ

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอนเอกสาร ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายรายกรณี และไม่ใช่การรับประกันผลของคดีหรือการพิจารณาของหน่วยงานใด กรุณายืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับศาลหรือหน่วยงานผู้รับก่อนดำเนินการ

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันข้อกำหนดล่าสุดกับศาลหรือหน่วยงานผู้รับเอกสารก่อนยื่นทุกครั้ง

การทำงานร่วมกับ IVC

  1. ส่งไฟล์สแกนเอกสาร พร้อมระบุศาลหรือหน่วยงานผู้รับปลายทาง
  2. เรายืนยันรูปแบบคำรับรองและลำดับการรับรองที่ปลายทางกำหนด
  3. จัดทำ glossary ศัพท์เฉพาะของสำนวน แล้วเริ่มแปล
  4. ตรวจทานโดยผู้ตรวจอิสระเทียบกับต้นฉบับทีละบรรทัด
  5. ออกคำรับรองคำแปลพร้อมลายมือชื่อผู้แปลที่ตรวจสอบย้อนได้
  6. ยื่นนิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุลเมื่อต้องใช้ต่างประเทศ แล้วส่งคืนพร้อมสรุปตราประทับ

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ต่อเนื่องกัน

สอบถามชุดเอกสารตามอนุสัญญานิวยอร์ก

สอบถามรายละเอียดและขอบเขตงานกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล