ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ใช้เครื่องแปลกับเอกสารสัญญาได้หรือไม่

คำตอบโดยสรุป

ไม่ควรใช้โดยลำพัง เพราะเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายต้องผ่านผู้เชี่ยวชาญตรวจตามกรอบของ ISO 18587

ISO 17100 กำหนดให้งานแปลผ่านการตรวจทานโดยบุคคลที่สองซึ่งไม่ใช่ผู้แปลคนเดิม

สัญญาสองภาษาควรระบุไว้ชัดเจนว่าฉบับภาษาใดเป็นฉบับที่ใช้บังคับเมื่อข้อความขัดกัน

รูปแบบตัวเลข วันที่ และสกุลเงินต่างกันในแต่ละประเทศ การแปลจึงต้องคงค่าตัวเลขและระบุหน่วยให้ชัด

ในทางปฏิบัติ การแปลจากไฟล์ร่างที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติ และ การใช้เครื่องแปลกับข้อความที่มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญตรวจ จึงเป็นจุดที่ควรตรวจก่อนยื่นทุกครั้ง

หากไม่แน่ใจว่าชุดเอกสารของคุณตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ สอบถามเจ้าหน้าที่ IVC ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น

สรุปคำตอบสั้น

งานแปลสัญญาและเอกสารการเงินต้องรักษาความหมายทางกฎหมายและตัวเลขให้ตรงกับต้นฉบับทุกจุด ควรกำหนดภาษาที่ใช้บังคับของสัญญาไว้ให้ชัดเจน และใช้ glossary เดียวกันทั้งชุด เพื่อไม่ให้คำนิยามเดียวกันถูกแปลต่างกันในเอกสารคนละฉบับ

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

กำหนดขอบเขตและ glossary → แปลโดยผู้เชี่ยวชาญสาขานั้น → ตรวจทานคู่ขนานกับต้นฉบับ → ตรวจตัวเลขและวันที่ → ส่งมอบพร้อมบันทึกคำศัพท์

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
5. ยื่นรับรองคำแปลยื่นรับรองตามช่องทางที่ปลายทางกำหนด เช่น นิติกรณ์ Apostille หรือคำแปลรับรองโดยผู้แปลIVCตามกรอบเวลาของหน่วยงาน
5. ยื่นรับรองคำแปลยื่นรับรองตามช่องทางที่ปลายทางกำหนด เช่น นิติกรณ์ Apostille หรือคำแปลรับรองโดยผู้แปลIVCตามกรอบเวลาของหน่วยงาน
5. ยื่นรับรองคำแปลยื่นรับรองตามช่องทางที่ปลายทางกำหนด เช่น นิติกรณ์ Apostille หรือคำแปลรับรองโดยผู้แปลIVCตามกรอบเวลาของหน่วยงาน
5. ยื่นรับรองคำแปลยื่นรับรองตามช่องทางที่ปลายทางกำหนด เช่น นิติกรณ์ Apostille หรือคำแปลรับรองโดยผู้แปลIVCตามกรอบเวลาของหน่วยงาน
5. ยื่นรับรองคำแปลยื่นรับรองตามช่องทางที่ปลายทางกำหนด เช่น นิติกรณ์ Apostille หรือคำแปลรับรองโดยผู้แปลIVCตามกรอบเวลาของหน่วยงาน
5. ยื่นรับรองคำแปลยื่นรับรองตามช่องทางที่ปลายทางกำหนด เช่น นิติกรณ์ Apostille หรือคำแปลรับรองโดยผู้แปลIVCตามกรอบเวลาของหน่วยงาน

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • ไฟล์ต้นฉบับที่แก้ไขได้พร้อมเวอร์ชันล่าสุดที่ยืนยันแล้ว
  • glossary หรือคำศัพท์เฉพาะที่องค์กรใช้อยู่
  • ชื่อคู่สัญญาและตำแหน่งผู้ลงนามตามหนังสือรับรองบริษัท
  • กำหนดส่งมอบและรูปแบบไฟล์ที่ต้องการ

ขอบเขตงานของ “ใช้เครื่องแปลกับเอกสารสัญญาได้หรือไม่”

ใช้เครื่องแปลกับเอกสารสัญญาได้หรือไม่ อยู่ในกลุ่มงาน แปลเอกสารธุรกิจ สัญญา และเอกสารการเงิน ซึ่งมีฐานอำนาจตาม มาตรฐานวิชาชีพการแปล ISO 17100 และข้อกำหนดของคู่สัญญาหรือหน่วยงานผู้รับเอกสาร การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

ISO 18587 กำหนดกรอบการตรวจแก้ผลลัพธ์จากเครื่องแปล ซึ่งไม่ควรใช้กับเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญตรวจ

ISO 17100 กำหนดให้งานแปลผ่านการตรวจทานโดยบุคคลที่สองซึ่งไม่ใช่ผู้แปลคนเดิม

สัญญาสองภาษาควรระบุไว้ชัดเจนว่าฉบับภาษาใดเป็นฉบับที่ใช้บังคับเมื่อข้อความขัดกัน

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

เอกสารงบการเงินควรแปลควบคู่กับหมายเหตุประกอบงบ เพราะตัวเลขจำนวนมากอธิบายไว้ในหมายเหตุ

ข้อมูลส่วนบุคคลในเอกสารธุรกิจอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จึงต้องควบคุมการเข้าถึงไฟล์งานแปล

ISO 18587 กำหนดกรอบการตรวจแก้ผลลัพธ์จากเครื่องแปล ซึ่งไม่ควรใช้กับเอกสารที่มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญตรวจ

ISO 17100 กำหนดให้งานแปลผ่านการตรวจทานโดยบุคคลที่สองซึ่งไม่ใช่ผู้แปลคนเดิม

สัญญาสองภาษาควรระบุไว้ชัดเจนว่าฉบับภาษาใดเป็นฉบับที่ใช้บังคับเมื่อข้อความขัดกัน

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

กำหนดขอบเขตและ glossary → แปลโดยผู้เชี่ยวชาญสาขานั้น → ตรวจทานคู่ขนานกับต้นฉบับ → ตรวจตัวเลขและวันที่ → ส่งมอบพร้อมบันทึกคำศัพท์

ISO 17100 กำหนดให้งานแปลผ่านการตรวจทานโดยบุคคลที่สองซึ่งไม่ใช่ผู้แปลคนเดิม

สัญญาสองภาษาควรระบุไว้ชัดเจนว่าฉบับภาษาใดเป็นฉบับที่ใช้บังคับเมื่อข้อความขัดกัน

รูปแบบตัวเลข วันที่ และสกุลเงินต่างกันในแต่ละประเทศ การแปลจึงต้องคงค่าตัวเลขและระบุหน่วยให้ชัด

เอกสารงบการเงินควรแปลควบคู่กับหมายเหตุประกอบงบ เพราะตัวเลขจำนวนมากอธิบายไว้ในหมายเหตุ

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • ยืนยันเวอร์ชันสุดท้ายของต้นฉบับก่อนเริ่มแปล เพื่อลดการแก้ซ้ำ
  • จัดทำ glossary ขององค์กรไว้ใช้ต่อเนื่องในงานรอบถัดไป
  • ควบคุมสิทธิ์เข้าถึงไฟล์ที่มีข้อมูลส่วนบุคคลตลอดกระบวนการ

ข้อควรระวัง

  • การแปลจากไฟล์ร่างที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติ
  • การใช้เครื่องแปลกับข้อความที่มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญตรวจ

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • คำนิยามเดียวกันถูกแปลต่างกันในเอกสารคนละฉบับของชุดเดียวกัน
  • ตัวเลขหรือวันที่คลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ
  • ชื่อนิติบุคคลไม่ตรงกับหนังสือรับรองที่นายทะเบียนออกให้

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

Legalization chain
ลำดับการรับรองเอกสารต่อเนื่องจากหน่วยงานผู้ออก ไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตปลายทางเมื่อจำเป็น
นิติกรณ์
งานรับรองเอกสารของกรมการกงสุล ครอบคลุมการรับรองคำแปลและการรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสาร
ฉบับคัดรับรอง
สำเนาเอกสารที่หน่วยงานผู้ออกรับรองความถูกต้อง ใช้เป็นต้นทางของคำแปลได้เมื่อยังอยู่ในอายุที่ปลายทางกำหนด
ISO 17100
มาตรฐานสากลด้านบริการแปล ซึ่งกำหนดให้มีการตรวจทานโดยบุคคลที่สองนอกเหนือจากผู้แปล
NAATI
หน่วยงานรับรองคุณสมบัตินักแปลและล่ามของออสเตรเลีย ซึ่งหน่วยงานออสเตรเลียหลายแห่งอ้างอิงเป็นเงื่อนไขของคำแปล
Apostille
หนังสือรับรองตามอนุสัญญา Hague ค.ศ. 1961 ใช้ระหว่างรัฐภาคี มีผลใช้บังคับกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
คำแปลรับรอง
คำแปลที่ผ่านการรับรองตามช่องทางที่หน่วยงานผู้รับเอกสารกำหนด ไม่ใช่คำแปลที่ผู้แปลรับรองตนเองเสมอไป
glossary
บัญชีคำศัพท์และการสะกดชื่อที่ใช้ร่วมกันทั้งชุดเอกสาร เพื่อให้คำเดียวกันถูกแปลตรงกันทุกฉบับ

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล