ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

แปลเอกสารสมัครเรียนออสเตรเลีย

สรุปคำตอบสั้น

เอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานออสเตรเลียมักกำหนดให้แปลโดยนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI พร้อมประทับตราและระบุหมายเลขผู้แปล คำแปลต้องครบทุกหน้า ตรงกับต้นฉบับ และแนบสำเนาต้นฉบับที่ใช้แปล การเลือกช่องทางที่ผิดทำให้ต้องยื่นใหม่ทั้งชุด

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

ยืนยันว่าปลายทางต้องการ NAATI → เตรียมต้นฉบับให้ครบหน้า → แปลโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรอง → ตรวจตราประทับและหมายเลข → ส่งมอบพร้อมสำเนาต้นฉบับ

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ยืนยันข้อกำหนดปลายทางตรวจว่าหน่วยงานผู้รับต้องการภาษาใด ช่องทางรับรองแบบใด และลำดับขั้นตอนอย่างไรลูกค้า + IVC1–2 วันทำการ
1. ยืนยันข้อกำหนดปลายทางตรวจว่าหน่วยงานผู้รับต้องการภาษาใด ช่องทางรับรองแบบใด และลำดับขั้นตอนอย่างไรลูกค้า + IVC1–2 วันทำการ
1. ยืนยันข้อกำหนดปลายทางตรวจว่าหน่วยงานผู้รับต้องการภาษาใด ช่องทางรับรองแบบใด และลำดับขั้นตอนอย่างไรลูกค้า + IVC1–2 วันทำการ
1. ยืนยันข้อกำหนดปลายทางตรวจว่าหน่วยงานผู้รับต้องการภาษาใด ช่องทางรับรองแบบใด และลำดับขั้นตอนอย่างไรลูกค้า + IVC1–2 วันทำการ
1. ยืนยันข้อกำหนดปลายทางตรวจว่าหน่วยงานผู้รับต้องการภาษาใด ช่องทางรับรองแบบใด และลำดับขั้นตอนอย่างไรลูกค้า + IVC1–2 วันทำการ
1. ยืนยันข้อกำหนดปลายทางตรวจว่าหน่วยงานผู้รับต้องการภาษาใด ช่องทางรับรองแบบใด และลำดับขั้นตอนอย่างไรลูกค้า + IVC1–2 วันทำการ

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • สแกนต้นฉบับความละเอียดสูงครบทุกหน้ารวมด้านหลัง
  • สำเนาหนังสือเดินทางเพื่อยึดการสะกดชื่อ
  • ชื่อหน่วยงานผู้รับเอกสารในออสเตรเลียและข้อกำหนดที่ประกาศไว้
  • รายการเอกสารที่ต้องยื่นพร้อมกันทั้งชุด

ขอบเขตงานของ “แปลเอกสารสมัครเรียนออสเตรเลีย”

แปลเอกสารสมัครเรียนออสเตรเลีย อยู่ในกลุ่มงาน คำแปล NAATI และเอกสารสำหรับออสเตรเลีย ซึ่งมีฐานอำนาจตาม มาตรฐานผู้แปลรับรองของ NAATI และข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับเอกสารในออสเตรเลีย การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

คำแปลรับรอง NAATI ต้องแสดงตราประทับของผู้แปลพร้อมหมายเลขผู้ปฏิบัติงานและวันที่ ซึ่งหน่วยงานใช้ตรวจสอบย้อนกลับได้

คำแปลต้องสะท้อนรูปแบบของต้นฉบับ รวมถึงหัวกระดาษ ตราครุฑ และข้อความในตราประทับ

การขอเอกสารจากหน่วยงานไทยควรทำก่อนแปล เพราะข้อมูลที่แก้ไขภายหลังจะทำให้คำแปลเดิมใช้ไม่ได้

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

คำแปลต้องสะท้อนรูปแบบของต้นฉบับ รวมถึงหัวกระดาษ ตราครุฑ และข้อความในตราประทับ

การขอเอกสารจากหน่วยงานไทยควรทำก่อนแปล เพราะข้อมูลที่แก้ไขภายหลังจะทำให้คำแปลเดิมใช้ไม่ได้

หน่วยงานออสเตรเลียบางแห่งรับคำแปลที่รับรองโดยหน่วยงานราชการของประเทศต้นทางได้ จึงควรอ่านประกาศของหน่วยงานนั้นก่อน

เอกสารการศึกษาต้องแปลทั้งใบปริญญาและใบแสดงผลการเรียนให้สอดคล้องกัน หากยื่นไม่ครบจะถือว่าชุดเอกสารไม่สมบูรณ์

คำแปลรับรอง NAATI ต้องแสดงตราประทับของผู้แปลพร้อมหมายเลขผู้ปฏิบัติงานและวันที่ ซึ่งหน่วยงานใช้ตรวจสอบย้อนกลับได้

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

ยืนยันว่าปลายทางต้องการ NAATI → เตรียมต้นฉบับให้ครบหน้า → แปลโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรอง → ตรวจตราประทับและหมายเลข → ส่งมอบพร้อมสำเนาต้นฉบับ

คำแปลรับรอง NAATI ต้องแสดงตราประทับของผู้แปลพร้อมหมายเลขผู้ปฏิบัติงานและวันที่ ซึ่งหน่วยงานใช้ตรวจสอบย้อนกลับได้

คำแปลต้องสะท้อนรูปแบบของต้นฉบับ รวมถึงหัวกระดาษ ตราครุฑ และข้อความในตราประทับ

การขอเอกสารจากหน่วยงานไทยควรทำก่อนแปล เพราะข้อมูลที่แก้ไขภายหลังจะทำให้คำแปลเดิมใช้ไม่ได้

หน่วยงานออสเตรเลียบางแห่งรับคำแปลที่รับรองโดยหน่วยงานราชการของประเทศต้นทางได้ จึงควรอ่านประกาศของหน่วยงานนั้นก่อน

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • ตรวจสอบข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับก่อนเลือกช่องทางรับรอง
  • ยื่นเอกสารการศึกษาเป็นชุดเดียวกันเพื่อลดการสอบถามเพิ่มเติม

ข้อควรระวัง

  • การใช้คำแปลเก่าที่ทำไว้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น
  • การแปลจากภาพถ่ายที่อ่านตราประทับไม่ชัด

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • คำแปลขาดตราประทับหรือหมายเลขผู้แปลที่ตรวจสอบได้
  • แปลไม่ครบทุกหน้าหรือข้ามข้อความในตราประทับ
  • ชื่อและวันเดือนปีในคำแปลไม่ตรงกับต้นฉบับ

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

ISO 17100
มาตรฐานสากลด้านบริการแปล ซึ่งกำหนดให้มีการตรวจทานโดยบุคคลที่สองนอกเหนือจากผู้แปล
NAATI
หน่วยงานรับรองคุณสมบัตินักแปลและล่ามของออสเตรเลีย ซึ่งหน่วยงานออสเตรเลียหลายแห่งอ้างอิงเป็นเงื่อนไขของคำแปล
Apostille
หนังสือรับรองตามอนุสัญญา Hague ค.ศ. 1961 ใช้ระหว่างรัฐภาคี มีผลใช้บังคับกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
คำแปลรับรอง
คำแปลที่ผ่านการรับรองตามช่องทางที่หน่วยงานผู้รับเอกสารกำหนด ไม่ใช่คำแปลที่ผู้แปลรับรองตนเองเสมอไป
glossary
บัญชีคำศัพท์และการสะกดชื่อที่ใช้ร่วมกันทั้งชุดเอกสาร เพื่อให้คำเดียวกันถูกแปลตรงกันทุกฉบับ
นักแปลสาบานตน
ผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนกับศาลหรือหน่วยงานของประเทศปลายทาง มีอำนาจรับรองคำแปลในระบบกฎหมายของประเทศนั้น
Legalization chain
ลำดับการรับรองเอกสารต่อเนื่องจากหน่วยงานผู้ออก ไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตปลายทางเมื่อจำเป็น
นิติกรณ์
งานรับรองเอกสารของกรมการกงสุล ครอบคลุมการรับรองคำแปลและการรับรองลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสาร

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. สอบถามปลายทางที่จะใช้เอกสารก่อนเสมอ แล้วจึงกำหนดช่องทางรับรองที่ถูกต้อง
  2. ตรวจความครบถ้วนของเอกสารต้นทางทุกหน้าก่อนเริ่มแปล
  3. ยึดการสะกดชื่อตามหนังสือเดินทางและเอกสารเดิมที่เคยยื่นไว้
  4. แปลโดยผู้แปลที่มีพื้นฐานตรงกับประเภทเอกสาร แล้วตรวจทานโดยบุคคลที่สอง
  5. ยื่นรับรองตามลำดับที่ปลายทางกำหนด ไม่ข้ามขั้นตอน
  6. ส่งมอบพร้อมไฟล์สำรองและบันทึก glossary ไว้ใช้ต่อเนื่อง

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล