ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ต้องขอความยินยอมทุกกรณีหรือไม่

คำตอบโดยสรุป

ความยินยอมเป็นเพียงหนึ่งในฐานการประมวลผล และหลายกิจกรรมมีฐานอื่นที่เหมาะสมกว่า

การประมวลผลข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา หรือประวัติอาชญากรรม มีเงื่อนไขเข้มงวดกว่าข้อมูลทั่วไป

การส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เต็มฉบับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565

ในทางปฏิบัติ การคัดลอกนโยบายความเป็นส่วนตัวจากองค์กรอื่นโดยไม่ตรงกับกิจกรรมจริง และ การเก็บข้อมูลไว้นานเกินความจำเป็นโดยไม่มีนโยบายระยะเวลาจัดเก็บ จึงเป็นจุดที่ควรตรวจก่อนยื่นทุกครั้ง

หากไม่แน่ใจว่าชุดเอกสารของคุณตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ สอบถามเจ้าหน้าที่ IVC ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น

สรุปคำตอบสั้น

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีฐานการประมวลผลที่ชอบด้วยกฎหมาย แจ้งวัตถุประสงค์ จัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม องค์กรที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

จัดทำ Data Inventory → ระบุฐานการประมวลผลของแต่ละกิจกรรม → ปรับนโยบายและเอกสารแจ้ง → วางกระบวนการรับคำขอใช้สิทธิและแจ้งเหตุละเมิด → อบรมและทบทวนประจำปี

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
7. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา และการบังคับคดีทีมกฎหมายต่อเนื่อง
7. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา และการบังคับคดีทีมกฎหมายต่อเนื่อง
7. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา และการบังคับคดีทีมกฎหมายต่อเนื่อง
7. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา และการบังคับคดีทีมกฎหมายต่อเนื่อง
7. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา และการบังคับคดีทีมกฎหมายต่อเนื่อง
7. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา และการบังคับคดีทีมกฎหมายต่อเนื่อง

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • รายการระบบและฐานข้อมูลที่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
  • นโยบายความเป็นส่วนตัวและเอกสารแจ้งวัตถุประสงค์ฉบับปัจจุบัน
  • สัญญากับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement)
  • ขั้นตอนรับคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลและระยะเวลาตอบกลับ
  • แผนรับมือเหตุละเมิดข้อมูลและช่องทางแจ้งเหตุภายใน

ขอบเขตงานของ “ต้องขอความยินยอมทุกกรณีหรือไม่”

ต้องขอความยินยอมทุกกรณีหรือไม่ อยู่ในกลุ่มงาน PDPA และการกำกับดูแลข้อมูล ซึ่งมีฐานอำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

การส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เต็มฉบับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565

ความยินยอมเป็นเพียงหนึ่งในฐานการประมวลผล องค์กรควรพิจารณาฐานอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น การปฏิบัติตามสัญญาหรือหน้าที่ตามกฎหมาย

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

กรณีเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะทำได้

การประมวลผลข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา หรือประวัติอาชญากรรม มีเงื่อนไขเข้มงวดกว่าข้อมูลทั่วไป

การส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เต็มฉบับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565

ความยินยอมเป็นเพียงหนึ่งในฐานการประมวลผล องค์กรควรพิจารณาฐานอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น การปฏิบัติตามสัญญาหรือหน้าที่ตามกฎหมาย

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

จัดทำ Data Inventory → ระบุฐานการประมวลผลของแต่ละกิจกรรม → ปรับนโยบายและเอกสารแจ้ง → วางกระบวนการรับคำขอใช้สิทธิและแจ้งเหตุละเมิด → อบรมและทบทวนประจำปี

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เต็มฉบับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565

ความยินยอมเป็นเพียงหนึ่งในฐานการประมวลผล องค์กรควรพิจารณาฐานอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น การปฏิบัติตามสัญญาหรือหน้าที่ตามกฎหมาย

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามกฎหมาย เช่น สิทธิเข้าถึง สิทธิขอให้ลบ สิทธิคัดค้าน และสิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูล

กรณีเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะทำได้

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • เริ่มจากการทำ Data Inventory ให้ครบก่อน แล้วจึงร่างนโยบาย
  • กำหนดผู้รับผิดชอบและระยะเวลาตอบคำขอใช้สิทธิไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ซ้อมแผนรับมือเหตุละเมิดข้อมูลอย่างน้อยปีละครั้ง
  • ทบทวนสัญญากับผู้ให้บริการคลาวด์และผู้ประมวลผลภายนอกเป็นประจำ

ข้อควรระวัง

  • การคัดลอกนโยบายความเป็นส่วนตัวจากองค์กรอื่นโดยไม่ตรงกับกิจกรรมจริง
  • การเก็บข้อมูลไว้นานเกินความจำเป็นโดยไม่มีนโยบายระยะเวลาจัดเก็บ

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ใช้ความยินยอมเป็นฐานเดียวกับทุกกิจกรรม ทั้งที่บางกิจกรรมมีฐานอื่นที่เหมาะสมกว่า
  • ไม่มีบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลตามที่กฎหมายกำหนด
  • เอกสารแจ้งวัตถุประสงค์ไม่ครอบคลุมการเปิดเผยข้อมูลให้บุคคลภายนอกจริง
  • ไม่มีสัญญากับผู้ประมวลผลภายนอกที่กำหนดหน้าที่ด้านความปลอดภัย

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

DPO
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรตามเงื่อนไขกฎหมายต้องแต่งตั้ง
ค่าชดเชย
เงินที่นายจ้างต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ผู้จัดการมรดก
บุคคลที่ศาลตั้งให้มีอำนาจรวบรวมและแบ่งทรัพย์มรดกให้ทายาท
สินสมรส
ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5
ภาระจำยอม
สิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของตน เช่น ทางเข้าออก
ROPA
บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดทำ
อนุญาโตตุลาการ
การระงับข้อพิพาทนอกศาลโดยผู้ชี้ขาดที่คู่พิพาทตกลงกัน ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
อายุความ
ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ใช้สิทธิเรียกร้อง หากพ้นกำหนดอาจถูกยกขึ้นต่อสู้ได้

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล