ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ร่างสัญญาสองภาษา

สรุปคำตอบสั้น

งานร่างและตรวจสัญญาคือการทำให้ข้อตกลงทางธุรกิจมีผลผูกพันและบังคับได้จริงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จุดสำคัญไม่ใช่ความยาวของสัญญา แต่คือความชัดเจนของหน้าที่คู่สัญญา เงื่อนไขการเลิกสัญญา ค่าเสียหาย กฎหมายที่ใช้บังคับ และเวทีระงับข้อพิพาท สัญญาสองภาษาควรระบุเสมอว่าฉบับภาษาใดใช้บังคับเมื่อถ้อยคำไม่ตรงกัน

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

รับโจทย์ธุรกรรมและเอกสารเดิม → วิเคราะห์ความเสี่ยงและอำนาจลงนาม → ร่าง/แก้ไขข้อสัญญา → ทบทวนร่วมกับคู่สัญญา → ลงนามและจัดเก็บฉบับที่ใช้บังคับ

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
2. ตรวจเอกสารตรวจสัญญา ทะเบียน และหลักฐานที่มีอยู่ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
2. ตรวจเอกสารตรวจสัญญา ทะเบียน และหลักฐานที่มีอยู่ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
2. ตรวจเอกสารตรวจสัญญา ทะเบียน และหลักฐานที่มีอยู่ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
2. ตรวจเอกสารตรวจสัญญา ทะเบียน และหลักฐานที่มีอยู่ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
2. ตรวจเอกสารตรวจสัญญา ทะเบียน และหลักฐานที่มีอยู่ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
2. ตรวจเอกสารตรวจสัญญา ทะเบียน และหลักฐานที่มีอยู่ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • หนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดของทุกฝ่าย พร้อมตรวจอำนาจลงนาม
  • ร่างสัญญาเดิมหรือข้อตกลงทางอีเมลที่ใช้เจรจากันไว้
  • รายละเอียดขอบเขตงาน กำหนดส่งมอบ และเงื่อนไขการชำระเงิน
  • เอกสารสิทธิ ใบอนุญาต หรือทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อกำหนดภายในองค์กรเรื่องการอนุมัติและวงเงิน

ขอบเขตงานของ “ร่างสัญญาสองภาษา”

ร่างสัญญาสองภาษา อยู่ในกลุ่มงาน ร่างและตรวจสัญญา ซึ่งมีฐานอำนาจตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยนิติกรรมสัญญาและเอกเทศสัญญา การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมอาจถูกศาลปรับลดผลบังคับตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

การตรวจอำนาจลงนามจากหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดสำคัญเท่ากับเนื้อหาสัญญา เพราะการลงนามโดยผู้ไม่มีอำนาจทำให้เกิดข้อโต้แย้งเรื่องผลผูกพัน

สัญญาที่มีคู่สัญญาต่างประเทศควรระบุกฎหมายที่ใช้บังคับและเวทีระงับข้อพิพาทให้ชัด เพื่อลดข้อพิพาทเรื่องเขตอำนาจศาล

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดว่านิติกรรมบางประเภทต้องทำเป็นหนังสือหรือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะสมบูรณ์ เช่น การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

สัญญาบางประเภทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ การมีเพียงข้อความสนทนาอาจไม่เพียงพอในบางกรณี

ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมอาจถูกศาลปรับลดผลบังคับตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

การตรวจอำนาจลงนามจากหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดสำคัญเท่ากับเนื้อหาสัญญา เพราะการลงนามโดยผู้ไม่มีอำนาจทำให้เกิดข้อโต้แย้งเรื่องผลผูกพัน

สัญญาที่มีคู่สัญญาต่างประเทศควรระบุกฎหมายที่ใช้บังคับและเวทีระงับข้อพิพาทให้ชัด เพื่อลดข้อพิพาทเรื่องเขตอำนาจศาล

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

รับโจทย์ธุรกรรมและเอกสารเดิม → วิเคราะห์ความเสี่ยงและอำนาจลงนาม → ร่าง/แก้ไขข้อสัญญา → ทบทวนร่วมกับคู่สัญญา → ลงนามและจัดเก็บฉบับที่ใช้บังคับ

การตรวจอำนาจลงนามจากหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดสำคัญเท่ากับเนื้อหาสัญญา เพราะการลงนามโดยผู้ไม่มีอำนาจทำให้เกิดข้อโต้แย้งเรื่องผลผูกพัน

สัญญาที่มีคู่สัญญาต่างประเทศควรระบุกฎหมายที่ใช้บังคับและเวทีระงับข้อพิพาทให้ชัด เพื่อลดข้อพิพาทเรื่องเขตอำนาจศาล

เอกสารประกอบสัญญาที่ออกจากต่างประเทศ หากต้องใช้ต่อหน่วยงานไทย มักต้องผ่านการรับรองตามช่องทางที่กำหนด ซึ่งไทยใช้ระบบ Apostille ได้ตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดว่านิติกรรมบางประเภทต้องทำเป็นหนังสือหรือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะสมบูรณ์ เช่น การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • ส่งเอกสารประกอบให้ครบตั้งแต่ต้น ช่วยลดรอบการแก้ไขและระยะเวลาปิดดีล
  • ระบุ KPI หรือเกณฑ์ตรวจรับงานเป็นตัวเลขที่วัดได้ แทนถ้อยคำเชิงคุณภาพ
  • แยกข้อรักษาความลับและข้อจำกัดความรับผิดออกเป็นข้อเฉพาะ เพื่อให้บังคับใช้ชัดเจน
  • เก็บฉบับลงนามจริงและไฟล์ต้นฉบับไว้ที่เดียว พร้อมบันทึกวันที่แก้ไขทุกครั้ง

ข้อควรระวัง

  • การคัดลอกแม่แบบสัญญาต่างประเทศมาใช้ทั้งฉบับ อาจขัดกับกฎหมายบังคับของไทย
  • การไม่ระบุเวทีระงับข้อพิพาททำให้ต้นทุนและเวลาในการดำเนินคดีเพิ่มขึ้นมาก

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ลงนามโดยผู้ที่ไม่มีอำนาจตามหนังสือรับรอง ทำให้คู่สัญญาอีกฝ่ายโต้แย้งผลผูกพัน
  • สัญญาสองภาษาไม่ระบุฉบับที่ใช้บังคับ เกิดข้อพิพาทเรื่องการตีความ
  • ไม่กำหนดเงื่อนไขการเลิกสัญญาและผลหลังเลิกสัญญา ทำให้ยุติความสัมพันธ์ไม่ได้
  • อ้างอิงเอกสารแนบท้ายที่ไม่มีอยู่จริงหรือไม่ได้ลงนามกำกับ

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

DPO
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรตามเงื่อนไขกฎหมายต้องแต่งตั้ง
ค่าชดเชย
เงินที่นายจ้างต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ผู้จัดการมรดก
บุคคลที่ศาลตั้งให้มีอำนาจรวบรวมและแบ่งทรัพย์มรดกให้ทายาท
สินสมรส
ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5
ภาระจำยอม
สิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของตน เช่น ทางเข้าออก
ROPA
บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดทำ
อนุญาโตตุลาการ
การระงับข้อพิพาทนอกศาลโดยผู้ชี้ขาดที่คู่พิพาทตกลงกัน ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
อายุความ
ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ใช้สิทธิเรียกร้อง หากพ้นกำหนดอาจถูกยกขึ้นต่อสู้ได้

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. รับข้อเท็จจริงและเป้าหมายของลูกค้า พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ต้องการ
  2. ตรวจเอกสารและหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดก่อนให้ความเห็น
  3. ระบุฐานกฎหมาย อายุความ และเวทีระงับข้อพิพาทที่ใช้ได้จริง
  4. เสนอทางเลือกพร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละเส้นทาง โดยไม่รับประกันผลคดี
  5. จัดทำเอกสารทางกฎหมายและตรวจทานร่วมกับลูกค้า
  6. ดำเนินการต่อหน่วยงานหรือศาล พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ
  7. ประสานงานแปลและรับรองเอกสารเมื่อคดีมีเอกสารต่างประเทศ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล