ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ทนายคดีครอบครัว

สรุปคำตอบสั้น

งานคดีครอบครัวและมรดกครอบคลุมการสมรส การหย่า อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดู การจัดการสินสมรส และการตั้งผู้จัดการมรดก กฎหมายไทยแยกทรัพย์สินเป็นสินส่วนตัวและสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ส่วนการจัดการทรัพย์มรดกในทางปฏิบัติมักต้องมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกก่อน ธนาคารและสำนักงานที่ดินจึงจะดำเนินการให้

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

รวบรวมทะเบียนราษฎรและเอกสารทรัพย์สิน → ประเมินสถานะทรัพย์สินและสิทธิ → เจรจา/ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ → หากจำเป็นจึงยื่นคำร้องหรือฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
2. ตรวจเอกสารตรวจสัญญา ทะเบียน และหลักฐานที่มีอยู่ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
2. ตรวจเอกสารตรวจสัญญา ทะเบียน และหลักฐานที่มีอยู่ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
2. ตรวจเอกสารตรวจสัญญา ทะเบียน และหลักฐานที่มีอยู่ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
2. ตรวจเอกสารตรวจสัญญา ทะเบียน และหลักฐานที่มีอยู่ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
2. ตรวจเอกสารตรวจสัญญา ทะเบียน และหลักฐานที่มีอยู่ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
2. ตรวจเอกสารตรวจสัญญา ทะเบียน และหลักฐานที่มีอยู่ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหนังสือเดินทางของผู้เกี่ยวข้อง
  • ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า หรือคำพิพากษา (พร้อมคำแปลหากออกจากต่างประเทศ)
  • สูติบัตรบุตร และเอกสารการรับรองบุตร (ถ้ามี)
  • เอกสารสิทธิในทรัพย์สิน เช่น โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถ สมุดบัญชีธนาคาร
  • มรณบัตร บัญชีเครือญาติ และพินัยกรรม (สำหรับคดีมรดก)

ขอบเขตงานของ “ทนายคดีครอบครัว”

ทนายคดีครอบครัว อยู่ในกลุ่มงาน คดีครอบครัวและมรดก ซึ่งมีฐานอำนาจตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 (ครอบครัว) และ บรรพ 6 (มรดก) การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

ข้อตกลงเรื่องอำนาจปกครองบุตรและค่าอุปการะเลี้ยงดูควรทำเป็นหนังสือและให้ศาลรับรองในกรณีที่มีข้อพิพาท เพื่อให้บังคับได้

การตั้งผู้จัดการมรดกต้องยื่นคำร้องต่อศาล และผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวม จัดทำบัญชีทรัพย์ และแบ่งทรัพย์ให้ทายาทตามกฎหมาย

พินัยกรรมมีหลายแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น แบบธรรมดาที่ต้องมีพยานสองคน และแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่ทำต่อเจ้าพนักงาน

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

การหย่ามีสองแบบ คือ หย่าโดยความยินยอมที่จดทะเบียนต่อนายทะเบียน และหย่าโดยคำพิพากษาของศาลเมื่อมีเหตุหย่าตามกฎหมาย

ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสโดยหลักเป็นสินสมรส ส่วนทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนสมรสหรือได้มาโดยมรดก/ให้โดยเสน่หาเป็นสินส่วนตัวตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อตกลงเรื่องอำนาจปกครองบุตรและค่าอุปการะเลี้ยงดูควรทำเป็นหนังสือและให้ศาลรับรองในกรณีที่มีข้อพิพาท เพื่อให้บังคับได้

การตั้งผู้จัดการมรดกต้องยื่นคำร้องต่อศาล และผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวม จัดทำบัญชีทรัพย์ และแบ่งทรัพย์ให้ทายาทตามกฎหมาย

พินัยกรรมมีหลายแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น แบบธรรมดาที่ต้องมีพยานสองคน และแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่ทำต่อเจ้าพนักงาน

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

รวบรวมทะเบียนราษฎรและเอกสารทรัพย์สิน → ประเมินสถานะทรัพย์สินและสิทธิ → เจรจา/ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ → หากจำเป็นจึงยื่นคำร้องหรือฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว

การตั้งผู้จัดการมรดกต้องยื่นคำร้องต่อศาล และผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวม จัดทำบัญชีทรัพย์ และแบ่งทรัพย์ให้ทายาทตามกฎหมาย

พินัยกรรมมีหลายแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น แบบธรรมดาที่ต้องมีพยานสองคน และแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่ทำต่อเจ้าพนักงาน

เอกสารครอบครัวที่ออกจากต่างประเทศ เช่น ทะเบียนสมรสหรือคำพิพากษาหย่า ต้องผ่านการรับรองและแปลตามที่หน่วยงานไทยกำหนดก่อนใช้

การหย่ามีสองแบบ คือ หย่าโดยความยินยอมที่จดทะเบียนต่อนายทะเบียน และหย่าโดยคำพิพากษาของศาลเมื่อมีเหตุหย่าตามกฎหมาย

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • ตรวจชื่อ-สกุลและวันเดือนปีเกิดในเอกสารทุกฉบับให้ตรงกันก่อนยื่น
  • หากมีทรัพย์สินหรือทายาทอยู่ต่างประเทศ ควรวางแผนเอกสารรับรองล่วงหน้า
  • ทำข้อตกลงเรื่องบุตรเป็นหนังสือเสมอ แม้ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้ด้วยดี
  • เก็บหลักฐานการโอนเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูทุกครั้งเพื่อใช้อ้างอิงภายหลัง

ข้อควรระวัง

  • การโอนทรัพย์สินก่อนแบ่งมรดกโดยไม่ได้รับความยินยอมจากทายาทอาจนำไปสู่คดี
  • การใช้คำแปลที่ไม่ตรงกับต้นฉบับทำให้เอกสารถูกปฏิเสธที่สำนักงานเขตหรือที่ดิน

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกโดยบัญชีทายาทไม่ครบหรือขัดกับทะเบียนราษฎร
  • เอกสารต่างประเทศไม่ผ่านการรับรองและแปลตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
  • ข้อตกลงหย่าไม่ระบุรายละเอียดค่าอุปการะเลี้ยงดูและการพบบุตรอย่างชัดเจน
  • พินัยกรรมทำผิดแบบตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้มีข้อโต้แย้งเรื่องความสมบูรณ์

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

อนุญาโตตุลาการ
การระงับข้อพิพาทนอกศาลโดยผู้ชี้ขาดที่คู่พิพาทตกลงกัน ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
อายุความ
ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ใช้สิทธิเรียกร้อง หากพ้นกำหนดอาจถูกยกขึ้นต่อสู้ได้
Apostille
การรับรองเอกสารระหว่างรัฐภาคี ซึ่งประเทศไทยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
DPO
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรตามเงื่อนไขกฎหมายต้องแต่งตั้ง
ค่าชดเชย
เงินที่นายจ้างต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ผู้จัดการมรดก
บุคคลที่ศาลตั้งให้มีอำนาจรวบรวมและแบ่งทรัพย์มรดกให้ทายาท
สินสมรส
ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5
ภาระจำยอม
สิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของตน เช่น ทางเข้าออก

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. รับข้อเท็จจริงและเป้าหมายของลูกค้า พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ต้องการ
  2. ตรวจเอกสารและหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดก่อนให้ความเห็น
  3. ระบุฐานกฎหมาย อายุความ และเวทีระงับข้อพิพาทที่ใช้ได้จริง
  4. เสนอทางเลือกพร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละเส้นทาง โดยไม่รับประกันผลคดี
  5. จัดทำเอกสารทางกฎหมายและตรวจทานร่วมกับลูกค้า
  6. ดำเนินการต่อหน่วยงานหรือศาล พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ
  7. ประสานงานแปลและรับรองเอกสารเมื่อคดีมีเอกสารต่างประเทศ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล