ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

จดทะเบียนหย่า

สรุปคำตอบสั้น

งานคดีครอบครัวและมรดกครอบคลุมการสมรส การหย่า อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดู การจัดการสินสมรส และการตั้งผู้จัดการมรดก กฎหมายไทยแยกทรัพย์สินเป็นสินส่วนตัวและสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ส่วนการจัดการทรัพย์มรดกในทางปฏิบัติมักต้องมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกก่อน ธนาคารและสำนักงานที่ดินจึงจะดำเนินการให้

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

รวบรวมทะเบียนราษฎรและเอกสารทรัพย์สิน → ประเมินสถานะทรัพย์สินและสิทธิ → เจรจา/ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ → หากจำเป็นจึงยื่นคำร้องหรือฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
7. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา และการบังคับคดีทีมกฎหมายต่อเนื่อง
7. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา และการบังคับคดีทีมกฎหมายต่อเนื่อง
7. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา และการบังคับคดีทีมกฎหมายต่อเนื่อง
7. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา และการบังคับคดีทีมกฎหมายต่อเนื่อง
7. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา และการบังคับคดีทีมกฎหมายต่อเนื่อง
7. ติดตามผลติดตามคำสั่ง คำพิพากษา และการบังคับคดีทีมกฎหมายต่อเนื่อง

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหนังสือเดินทางของผู้เกี่ยวข้อง
  • ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า หรือคำพิพากษา (พร้อมคำแปลหากออกจากต่างประเทศ)
  • สูติบัตรบุตร และเอกสารการรับรองบุตร (ถ้ามี)
  • เอกสารสิทธิในทรัพย์สิน เช่น โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถ สมุดบัญชีธนาคาร
  • มรณบัตร บัญชีเครือญาติ และพินัยกรรม (สำหรับคดีมรดก)

ขอบเขตงานของ “จดทะเบียนหย่า”

จดทะเบียนหย่า อยู่ในกลุ่มงาน คดีครอบครัวและมรดก ซึ่งมีฐานอำนาจตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 (ครอบครัว) และ บรรพ 6 (มรดก) การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

พินัยกรรมมีหลายแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น แบบธรรมดาที่ต้องมีพยานสองคน และแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่ทำต่อเจ้าพนักงาน

เอกสารครอบครัวที่ออกจากต่างประเทศ เช่น ทะเบียนสมรสหรือคำพิพากษาหย่า ต้องผ่านการรับรองและแปลตามที่หน่วยงานไทยกำหนดก่อนใช้

การหย่ามีสองแบบ คือ หย่าโดยความยินยอมที่จดทะเบียนต่อนายทะเบียน และหย่าโดยคำพิพากษาของศาลเมื่อมีเหตุหย่าตามกฎหมาย

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

ข้อตกลงเรื่องอำนาจปกครองบุตรและค่าอุปการะเลี้ยงดูควรทำเป็นหนังสือและให้ศาลรับรองในกรณีที่มีข้อพิพาท เพื่อให้บังคับได้

การตั้งผู้จัดการมรดกต้องยื่นคำร้องต่อศาล และผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวม จัดทำบัญชีทรัพย์ และแบ่งทรัพย์ให้ทายาทตามกฎหมาย

พินัยกรรมมีหลายแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น แบบธรรมดาที่ต้องมีพยานสองคน และแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่ทำต่อเจ้าพนักงาน

เอกสารครอบครัวที่ออกจากต่างประเทศ เช่น ทะเบียนสมรสหรือคำพิพากษาหย่า ต้องผ่านการรับรองและแปลตามที่หน่วยงานไทยกำหนดก่อนใช้

การหย่ามีสองแบบ คือ หย่าโดยความยินยอมที่จดทะเบียนต่อนายทะเบียน และหย่าโดยคำพิพากษาของศาลเมื่อมีเหตุหย่าตามกฎหมาย

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

รวบรวมทะเบียนราษฎรและเอกสารทรัพย์สิน → ประเมินสถานะทรัพย์สินและสิทธิ → เจรจา/ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ → หากจำเป็นจึงยื่นคำร้องหรือฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว

เอกสารครอบครัวที่ออกจากต่างประเทศ เช่น ทะเบียนสมรสหรือคำพิพากษาหย่า ต้องผ่านการรับรองและแปลตามที่หน่วยงานไทยกำหนดก่อนใช้

การหย่ามีสองแบบ คือ หย่าโดยความยินยอมที่จดทะเบียนต่อนายทะเบียน และหย่าโดยคำพิพากษาของศาลเมื่อมีเหตุหย่าตามกฎหมาย

ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสโดยหลักเป็นสินสมรส ส่วนทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนสมรสหรือได้มาโดยมรดก/ให้โดยเสน่หาเป็นสินส่วนตัวตามที่กฎหมายกำหนด

ข้อตกลงเรื่องอำนาจปกครองบุตรและค่าอุปการะเลี้ยงดูควรทำเป็นหนังสือและให้ศาลรับรองในกรณีที่มีข้อพิพาท เพื่อให้บังคับได้

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • ตรวจชื่อ-สกุลและวันเดือนปีเกิดในเอกสารทุกฉบับให้ตรงกันก่อนยื่น
  • หากมีทรัพย์สินหรือทายาทอยู่ต่างประเทศ ควรวางแผนเอกสารรับรองล่วงหน้า
  • ทำข้อตกลงเรื่องบุตรเป็นหนังสือเสมอ แม้ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้ด้วยดี
  • เก็บหลักฐานการโอนเงินค่าอุปการะเลี้ยงดูทุกครั้งเพื่อใช้อ้างอิงภายหลัง

ข้อควรระวัง

  • การโอนทรัพย์สินก่อนแบ่งมรดกโดยไม่ได้รับความยินยอมจากทายาทอาจนำไปสู่คดี
  • การใช้คำแปลที่ไม่ตรงกับต้นฉบับทำให้เอกสารถูกปฏิเสธที่สำนักงานเขตหรือที่ดิน

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกโดยบัญชีทายาทไม่ครบหรือขัดกับทะเบียนราษฎร
  • เอกสารต่างประเทศไม่ผ่านการรับรองและแปลตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
  • ข้อตกลงหย่าไม่ระบุรายละเอียดค่าอุปการะเลี้ยงดูและการพบบุตรอย่างชัดเจน
  • พินัยกรรมทำผิดแบบตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้มีข้อโต้แย้งเรื่องความสมบูรณ์

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

ROPA
บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดทำ
อนุญาโตตุลาการ
การระงับข้อพิพาทนอกศาลโดยผู้ชี้ขาดที่คู่พิพาทตกลงกัน ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
อายุความ
ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ใช้สิทธิเรียกร้อง หากพ้นกำหนดอาจถูกยกขึ้นต่อสู้ได้
Apostille
การรับรองเอกสารระหว่างรัฐภาคี ซึ่งประเทศไทยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
DPO
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรตามเงื่อนไขกฎหมายต้องแต่งตั้ง
ค่าชดเชย
เงินที่นายจ้างต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ผู้จัดการมรดก
บุคคลที่ศาลตั้งให้มีอำนาจรวบรวมและแบ่งทรัพย์มรดกให้ทายาท
สินสมรส
ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. รับข้อเท็จจริงและเป้าหมายของลูกค้า พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ต้องการ
  2. ตรวจเอกสารและหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดก่อนให้ความเห็น
  3. ระบุฐานกฎหมาย อายุความ และเวทีระงับข้อพิพาทที่ใช้ได้จริง
  4. เสนอทางเลือกพร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละเส้นทาง โดยไม่รับประกันผลคดี
  5. จัดทำเอกสารทางกฎหมายและตรวจทานร่วมกับลูกค้า
  6. ดำเนินการต่อหน่วยงานหรือศาล พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ
  7. ประสานงานแปลและรับรองเอกสารเมื่อคดีมีเอกสารต่างประเทศ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล