ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ค่าล่วงเวลาไม่ได้รับ

สรุปคำตอบสั้น

งานกฎหมายแรงงานครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำสัญญาจ้างและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ไปจนถึงการเลิกจ้างและคดีในศาลแรงงาน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดสิทธิขั้นต่ำที่ตกลงให้ต่ำกว่าไม่ได้ เช่น ค่าชดเชยตามอายุงาน วันหยุด และการบอกกล่าวล่วงหน้า การมีเอกสารและกระบวนการภายในที่ครบถ้วนคือหลักฐานสำคัญที่สุดเมื่อเกิดข้อพิพาท

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

ตรวจสัญญาจ้างและข้อบังคับ → ประเมินข้อเท็จจริงและหลักฐาน → เจรจา/ไกล่เกลี่ยกับพนักงานหรือพนักงานตรวจแรงงาน → หากตกลงไม่ได้จึงเข้าสู่ศาลแรงงาน

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
3. ประเมินอายุความ/กรอบกฎหมายระบุฐานกฎหมาย อายุความ และเวทีที่ใช้ได้ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
3. ประเมินอายุความ/กรอบกฎหมายระบุฐานกฎหมาย อายุความ และเวทีที่ใช้ได้ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
3. ประเมินอายุความ/กรอบกฎหมายระบุฐานกฎหมาย อายุความ และเวทีที่ใช้ได้ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
3. ประเมินอายุความ/กรอบกฎหมายระบุฐานกฎหมาย อายุความ และเวทีที่ใช้ได้ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
3. ประเมินอายุความ/กรอบกฎหมายระบุฐานกฎหมาย อายุความ และเวทีที่ใช้ได้ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ
3. ประเมินอายุความ/กรอบกฎหมายระบุฐานกฎหมาย อายุความ และเวทีที่ใช้ได้ทีมกฎหมาย1–3 วันทำการ

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และเอกสารประกาศภายใน
  • สลิปเงินเดือนย้อนหลังและหลักฐานการจ่ายค่าจ้าง
  • บันทึกการตักเตือน รายงานการสอบสวน และหนังสือเลิกจ้าง (ถ้ามี)
  • หลักฐานเวลาทำงาน วันหยุด และการทำงานล่วงเวลา
  • สำหรับลูกจ้างต่างชาติ: ใบอนุญาตทำงานและเอกสารการตรวจลงตรา

ขอบเขตงานของ “ค่าล่วงเวลาไม่ได้รับ”

ค่าล่วงเวลาไม่ได้รับ อยู่ในกลุ่มงาน กฎหมายแรงงานและการจ้างงาน ซึ่งมีฐานอำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

ลูกจ้างต่างชาติต้องมีใบอนุญาตทำงานที่ตรงกับนายจ้างและลักษณะงานจริง การเปลี่ยนนายจ้างต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกรมการจัดหางาน

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด โดยอัตราเพิ่มขึ้นตามอายุงานที่กฎหมายกำหนด

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่จำนวนที่กฎหมายกำหนดต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและประกาศให้ลูกจ้างทราบ

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

ลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อเรียกร้องเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานได้ เป็นช่องทางคู่ขนานกับการฟ้องศาล

การเลิกจ้างด้วยเหตุความผิดร้ายแรงต้องมีหลักฐานและกระบวนการสอบสวนภายในที่ตรวจสอบได้ มิฉะนั้นอาจถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ลูกจ้างต่างชาติต้องมีใบอนุญาตทำงานที่ตรงกับนายจ้างและลักษณะงานจริง การเปลี่ยนนายจ้างต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกรมการจัดหางาน

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด โดยอัตราเพิ่มขึ้นตามอายุงานที่กฎหมายกำหนด

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่จำนวนที่กฎหมายกำหนดต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและประกาศให้ลูกจ้างทราบ

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

ตรวจสัญญาจ้างและข้อบังคับ → ประเมินข้อเท็จจริงและหลักฐาน → เจรจา/ไกล่เกลี่ยกับพนักงานหรือพนักงานตรวจแรงงาน → หากตกลงไม่ได้จึงเข้าสู่ศาลแรงงาน

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด โดยอัตราเพิ่มขึ้นตามอายุงานที่กฎหมายกำหนด

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่จำนวนที่กฎหมายกำหนดต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและประกาศให้ลูกจ้างทราบ

คดีแรงงานพิจารณาที่ศาลแรงงานตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ พ.ศ. 2522 ซึ่งเน้นการไกล่เกลี่ยและใช้ระบบไต่สวนเพื่อความรวดเร็ว

ลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อเรียกร้องเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานได้ เป็นช่องทางคู่ขนานกับการฟ้องศาล

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • ทบทวนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานทุกครั้งที่กฎหมายแรงงานมีการแก้ไข
  • เก็บบันทึกการประเมินผลและการตักเตือนอย่างเป็นระบบตั้งแต่วันแรก
  • ใช้ช่องทางไกล่เกลี่ยก่อนเสมอ เพราะคดีแรงงานเน้นการประนีประนอม
  • แยกเอกสารของลูกจ้างต่างชาติออกเป็นชุดเฉพาะ เพื่อตรวจวันหมดอายุได้ง่าย

ข้อควรระวัง

  • ข้อตกลงให้ลูกจ้างสละสิทธิที่กฎหมายคุ้มครองไว้ล่วงหน้า มักไม่มีผลบังคับ
  • การสื่อสารเลิกจ้างทางแชตโดยไม่มีหนังสือ ทำให้พิสูจน์เหตุผลการเลิกจ้างได้ยาก

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • เลิกจ้างโดยอ้างความผิดร้ายแรงแต่ไม่มีบันทึกสอบสวนหรือหนังสือตักเตือนรองรับ
  • ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดสิทธิต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งบังคับไม่ได้
  • จ่ายค่าจ้างไม่ตรงตามหลักฐานเวลาทำงาน ทำให้เกิดคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน
  • ให้ลูกจ้างต่างชาติทำงานไม่ตรงกับที่ระบุในใบอนุญาตทำงาน

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

สินสมรส
ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5
ภาระจำยอม
สิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของตน เช่น ทางเข้าออก
ROPA
บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดทำ
อนุญาโตตุลาการ
การระงับข้อพิพาทนอกศาลโดยผู้ชี้ขาดที่คู่พิพาทตกลงกัน ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
อายุความ
ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ใช้สิทธิเรียกร้อง หากพ้นกำหนดอาจถูกยกขึ้นต่อสู้ได้
Apostille
การรับรองเอกสารระหว่างรัฐภาคี ซึ่งประเทศไทยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
DPO
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรตามเงื่อนไขกฎหมายต้องแต่งตั้ง
ค่าชดเชย
เงินที่นายจ้างต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. รับข้อเท็จจริงและเป้าหมายของลูกค้า พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ต้องการ
  2. ตรวจเอกสารและหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดก่อนให้ความเห็น
  3. ระบุฐานกฎหมาย อายุความ และเวทีระงับข้อพิพาทที่ใช้ได้จริง
  4. เสนอทางเลือกพร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละเส้นทาง โดยไม่รับประกันผลคดี
  5. จัดทำเอกสารทางกฎหมายและตรวจทานร่วมกับลูกค้า
  6. ดำเนินการต่อหน่วยงานหรือศาล พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ
  7. ประสานงานแปลและรับรองเอกสารเมื่อคดีมีเอกสารต่างประเทศ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล