ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

โอนข้อมูลไปต่างประเทศ

สรุปคำตอบสั้น

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีฐานการประมวลผลที่ชอบด้วยกฎหมาย แจ้งวัตถุประสงค์ จัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม องค์กรที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

จัดทำ Data Inventory → ระบุฐานการประมวลผลของแต่ละกิจกรรม → ปรับนโยบายและเอกสารแจ้ง → วางกระบวนการรับคำขอใช้สิทธิและแจ้งเหตุละเมิด → อบรมและทบทวนประจำปี

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
5. จัดทำเอกสารร่างสัญญา หนังสือบอกกล่าว หรือคำฟ้อง/คำร้องทีมกฎหมาย3–10 วันทำการ
5. จัดทำเอกสารร่างสัญญา หนังสือบอกกล่าว หรือคำฟ้อง/คำร้องทีมกฎหมาย3–10 วันทำการ
5. จัดทำเอกสารร่างสัญญา หนังสือบอกกล่าว หรือคำฟ้อง/คำร้องทีมกฎหมาย3–10 วันทำการ
5. จัดทำเอกสารร่างสัญญา หนังสือบอกกล่าว หรือคำฟ้อง/คำร้องทีมกฎหมาย3–10 วันทำการ
5. จัดทำเอกสารร่างสัญญา หนังสือบอกกล่าว หรือคำฟ้อง/คำร้องทีมกฎหมาย3–10 วันทำการ
5. จัดทำเอกสารร่างสัญญา หนังสือบอกกล่าว หรือคำฟ้อง/คำร้องทีมกฎหมาย3–10 วันทำการ

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • รายการระบบและฐานข้อมูลที่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
  • นโยบายความเป็นส่วนตัวและเอกสารแจ้งวัตถุประสงค์ฉบับปัจจุบัน
  • สัญญากับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement)
  • ขั้นตอนรับคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลและระยะเวลาตอบกลับ
  • แผนรับมือเหตุละเมิดข้อมูลและช่องทางแจ้งเหตุภายใน

ขอบเขตงานของ “โอนข้อมูลไปต่างประเทศ”

โอนข้อมูลไปต่างประเทศ อยู่ในกลุ่มงาน PDPA และการกำกับดูแลข้อมูล ซึ่งมีฐานอำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

การส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เต็มฉบับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565

ความยินยอมเป็นเพียงหนึ่งในฐานการประมวลผล องค์กรควรพิจารณาฐานอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น การปฏิบัติตามสัญญาหรือหน้าที่ตามกฎหมาย

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

กรณีเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะทำได้

การประมวลผลข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา หรือประวัติอาชญากรรม มีเงื่อนไขเข้มงวดกว่าข้อมูลทั่วไป

การส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เต็มฉบับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565

ความยินยอมเป็นเพียงหนึ่งในฐานการประมวลผล องค์กรควรพิจารณาฐานอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น การปฏิบัติตามสัญญาหรือหน้าที่ตามกฎหมาย

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

จัดทำ Data Inventory → ระบุฐานการประมวลผลของแต่ละกิจกรรม → ปรับนโยบายและเอกสารแจ้ง → วางกระบวนการรับคำขอใช้สิทธิและแจ้งเหตุละเมิด → อบรมและทบทวนประจำปี

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เต็มฉบับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565

ความยินยอมเป็นเพียงหนึ่งในฐานการประมวลผล องค์กรควรพิจารณาฐานอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น การปฏิบัติตามสัญญาหรือหน้าที่ตามกฎหมาย

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามกฎหมาย เช่น สิทธิเข้าถึง สิทธิขอให้ลบ สิทธิคัดค้าน และสิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูล

กรณีเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะทำได้

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • เริ่มจากการทำ Data Inventory ให้ครบก่อน แล้วจึงร่างนโยบาย
  • กำหนดผู้รับผิดชอบและระยะเวลาตอบคำขอใช้สิทธิไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ซ้อมแผนรับมือเหตุละเมิดข้อมูลอย่างน้อยปีละครั้ง
  • ทบทวนสัญญากับผู้ให้บริการคลาวด์และผู้ประมวลผลภายนอกเป็นประจำ

ข้อควรระวัง

  • การคัดลอกนโยบายความเป็นส่วนตัวจากองค์กรอื่นโดยไม่ตรงกับกิจกรรมจริง
  • การเก็บข้อมูลไว้นานเกินความจำเป็นโดยไม่มีนโยบายระยะเวลาจัดเก็บ

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ใช้ความยินยอมเป็นฐานเดียวกับทุกกิจกรรม ทั้งที่บางกิจกรรมมีฐานอื่นที่เหมาะสมกว่า
  • ไม่มีบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลตามที่กฎหมายกำหนด
  • เอกสารแจ้งวัตถุประสงค์ไม่ครอบคลุมการเปิดเผยข้อมูลให้บุคคลภายนอกจริง
  • ไม่มีสัญญากับผู้ประมวลผลภายนอกที่กำหนดหน้าที่ด้านความปลอดภัย

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

อนุญาโตตุลาการ
การระงับข้อพิพาทนอกศาลโดยผู้ชี้ขาดที่คู่พิพาทตกลงกัน ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
อายุความ
ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ใช้สิทธิเรียกร้อง หากพ้นกำหนดอาจถูกยกขึ้นต่อสู้ได้
Apostille
การรับรองเอกสารระหว่างรัฐภาคี ซึ่งประเทศไทยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
DPO
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรตามเงื่อนไขกฎหมายต้องแต่งตั้ง
ค่าชดเชย
เงินที่นายจ้างต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ผู้จัดการมรดก
บุคคลที่ศาลตั้งให้มีอำนาจรวบรวมและแบ่งทรัพย์มรดกให้ทายาท
สินสมรส
ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5
ภาระจำยอม
สิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของตน เช่น ทางเข้าออก

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. รับข้อเท็จจริงและเป้าหมายของลูกค้า พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ต้องการ
  2. ตรวจเอกสารและหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดก่อนให้ความเห็น
  3. ระบุฐานกฎหมาย อายุความ และเวทีระงับข้อพิพาทที่ใช้ได้จริง
  4. เสนอทางเลือกพร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละเส้นทาง โดยไม่รับประกันผลคดี
  5. จัดทำเอกสารทางกฎหมายและตรวจทานร่วมกับลูกค้า
  6. ดำเนินการต่อหน่วยงานหรือศาล พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ
  7. ประสานงานแปลและรับรองเอกสารเมื่อคดีมีเอกสารต่างประเทศ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล