ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

คดีทรัพย์สินทางปัญญา

สรุปคำตอบสั้น

การระงับข้อพิพาททางธุรกิจในไทยมีสามเส้นทางหลัก คือ การเจรจา/ไกล่เกลี่ย การอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 และการฟ้องคดีต่อศาล การเลือกเส้นทางขึ้นอยู่กับข้อสัญญาที่ตกลงไว้ล่วงหน้า มูลค่าข้อพิพาท และความจำเป็นในการรักษาความลับทางธุรกิจ ทุกเส้นทางมีอายุความที่ต้องตรวจสอบตั้งแต่วันแรก

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

ตรวจข้อสัญญาระงับข้อพิพาทและอายุความ → รวบรวมพยานหลักฐาน → ออกหนังสือบอกกล่าว → ไกล่เกลี่ย/อนุญาโตตุลาการ → หากจำเป็นจึงฟ้องหรือบังคับตามคำชี้ขาด

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • สัญญาฉบับลงนามและเอกสารแนบท้ายทั้งหมด
  • หนังสือโต้ตอบ อีเมล และบันทึกการประชุมที่เกี่ยวข้อง
  • หลักฐานความเสียหายและการชำระเงิน เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ สเตทเมนต์
  • หนังสือรับรองนิติบุคคลของคู่พิพาทและข้อมูลทรัพย์สินสำหรับการบังคับคดี
  • คำแปลภาษาไทยของเอกสารต่างประเทศที่จะใช้เป็นพยานหลักฐาน

ขอบเขตงานของ “คดีทรัพย์สินทางปัญญา”

คดีทรัพย์สินทางปัญญา อยู่ในกลุ่มงาน ข้อพิพาททางธุรกิจและอนุญาโตตุลาการ ซึ่งมีฐานอำนาจตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และ พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

คดีแพ่งมีอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งแตกต่างกันตามประเภทมูลหนี้ การปล่อยให้ขาดอายุความทำให้สิทธิเรียกร้องถูกยกขึ้นต่อสู้ได้

ศาลไทยส่งเสริมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนและระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายของคู่ความ

คำพิพากษาถึงที่สุดต้องดำเนินการบังคับคดีภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นสิทธิบังคับคดีจะสิ้นไป

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

เอกสารภาษาต่างประเทศที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลไทยต้องมีคำแปลภาษาไทยประกอบตามที่ศาลกำหนด

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 รองรับการบังคับตามคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ และไทยเป็นภาคีอนุสัญญานิวยอร์กว่าด้วยการยอมรับและบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ

คดีแพ่งมีอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งแตกต่างกันตามประเภทมูลหนี้ การปล่อยให้ขาดอายุความทำให้สิทธิเรียกร้องถูกยกขึ้นต่อสู้ได้

ศาลไทยส่งเสริมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนและระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายของคู่ความ

คำพิพากษาถึงที่สุดต้องดำเนินการบังคับคดีภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นสิทธิบังคับคดีจะสิ้นไป

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

ตรวจข้อสัญญาระงับข้อพิพาทและอายุความ → รวบรวมพยานหลักฐาน → ออกหนังสือบอกกล่าว → ไกล่เกลี่ย/อนุญาโตตุลาการ → หากจำเป็นจึงฟ้องหรือบังคับตามคำชี้ขาด

ศาลไทยส่งเสริมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนและระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายของคู่ความ

คำพิพากษาถึงที่สุดต้องดำเนินการบังคับคดีภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด มิฉะนั้นสิทธิบังคับคดีจะสิ้นไป

การส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถามอย่างถูกต้องเป็นเงื่อนไขก่อนฟ้องในหลายกรณี และเป็นหลักฐานสำคัญเรื่องการผิดนัด

เอกสารภาษาต่างประเทศที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลไทยต้องมีคำแปลภาษาไทยประกอบตามที่ศาลกำหนด

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • ประเมินอายุความเป็นสิ่งแรกเสมอ ก่อนวางกลยุทธ์เจรจาหรือฟ้องคดี
  • รวบรวมหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์พร้อมข้อมูลเวลาและผู้ส่งอย่างเป็นระบบ
  • พิจารณาไกล่เกลี่ยเมื่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจยังต้องดำเนินต่อ
  • ตรวจทรัพย์สินของลูกหนี้ตั้งแต่ต้น เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการบังคับคดี

ข้อควรระวัง

  • การเจรจาโดยยอมรับข้อเท็จจริงเป็นลายลักษณ์อักษรโดยไม่ระวัง อาจถูกใช้เป็นพยานปรักปรำ
  • การชนะคดีไม่เท่ากับได้รับชำระหนี้ หากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินให้บังคับคดี

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ฟ้องคดีทั้งที่สัญญากำหนดให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ ทำให้ถูกโต้แย้งเขตอำนาจ
  • ยื่นฟ้องเมื่อสิทธิเรียกร้องขาดอายุความแล้ว
  • พยานเอกสารต่างประเทศไม่มีคำแปลไทยตามที่ศาลกำหนด
  • ไม่มีหลักฐานการบอกกล่าวทวงถามก่อนฟ้องในกรณีที่กฎหมายหรือสัญญากำหนดไว้

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

Apostille
การรับรองเอกสารระหว่างรัฐภาคี ซึ่งประเทศไทยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
DPO
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่องค์กรตามเงื่อนไขกฎหมายต้องแต่งตั้ง
ค่าชดเชย
เงินที่นายจ้างต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ผู้จัดการมรดก
บุคคลที่ศาลตั้งให้มีอำนาจรวบรวมและแบ่งทรัพย์มรดกให้ทายาท
สินสมรส
ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5
ภาระจำยอม
สิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของตน เช่น ทางเข้าออก
ROPA
บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดทำ
อนุญาโตตุลาการ
การระงับข้อพิพาทนอกศาลโดยผู้ชี้ขาดที่คู่พิพาทตกลงกัน ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. รับข้อเท็จจริงและเป้าหมายของลูกค้า พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ต้องการ
  2. ตรวจเอกสารและหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดก่อนให้ความเห็น
  3. ระบุฐานกฎหมาย อายุความ และเวทีระงับข้อพิพาทที่ใช้ได้จริง
  4. เสนอทางเลือกพร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละเส้นทาง โดยไม่รับประกันผลคดี
  5. จัดทำเอกสารทางกฎหมายและตรวจทานร่วมกับลูกค้า
  6. ดำเนินการต่อหน่วยงานหรือศาล พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ
  7. ประสานงานแปลและรับรองเอกสารเมื่อคดีมีเอกสารต่างประเทศ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล