ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ข้อมูลอ่อนไหว PDPA

สรุปคำตอบสั้น

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2565 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีฐานการประมวลผลที่ชอบด้วยกฎหมาย แจ้งวัตถุประสงค์ จัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม องค์กรที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

จัดทำ Data Inventory → ระบุฐานการประมวลผลของแต่ละกิจกรรม → ปรับนโยบายและเอกสารแจ้ง → วางกระบวนการรับคำขอใช้สิทธิและแจ้งเหตุละเมิด → อบรมและทบทวนประจำปี

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • รายการระบบและฐานข้อมูลที่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
  • นโยบายความเป็นส่วนตัวและเอกสารแจ้งวัตถุประสงค์ฉบับปัจจุบัน
  • สัญญากับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement)
  • ขั้นตอนรับคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลและระยะเวลาตอบกลับ
  • แผนรับมือเหตุละเมิดข้อมูลและช่องทางแจ้งเหตุภายใน

ขอบเขตงานของ “ข้อมูลอ่อนไหว PDPA”

ข้อมูลอ่อนไหว PDPA อยู่ในกลุ่มงาน PDPA และการกำกับดูแลข้อมูล ซึ่งมีฐานอำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เต็มฉบับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565

ความยินยอมเป็นเพียงหนึ่งในฐานการประมวลผล องค์กรควรพิจารณาฐานอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น การปฏิบัติตามสัญญาหรือหน้าที่ตามกฎหมาย

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามกฎหมาย เช่น สิทธิเข้าถึง สิทธิขอให้ลบ สิทธิคัดค้าน และสิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูล

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

การประมวลผลข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา หรือประวัติอาชญากรรม มีเงื่อนไขเข้มงวดกว่าข้อมูลทั่วไป

การส่งข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เต็มฉบับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565

ความยินยอมเป็นเพียงหนึ่งในฐานการประมวลผล องค์กรควรพิจารณาฐานอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น การปฏิบัติตามสัญญาหรือหน้าที่ตามกฎหมาย

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามกฎหมาย เช่น สิทธิเข้าถึง สิทธิขอให้ลบ สิทธิคัดค้าน และสิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูล

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

จัดทำ Data Inventory → ระบุฐานการประมวลผลของแต่ละกิจกรรม → ปรับนโยบายและเอกสารแจ้ง → วางกระบวนการรับคำขอใช้สิทธิและแจ้งเหตุละเมิด → อบรมและทบทวนประจำปี

ความยินยอมเป็นเพียงหนึ่งในฐานการประมวลผล องค์กรควรพิจารณาฐานอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น การปฏิบัติตามสัญญาหรือหน้าที่ตามกฎหมาย

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามกฎหมาย เช่น สิทธิเข้าถึง สิทธิขอให้ลบ สิทธิคัดค้าน และสิทธิขอให้โอนย้ายข้อมูล

กรณีเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะทำได้

การประมวลผลข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา หรือประวัติอาชญากรรม มีเงื่อนไขเข้มงวดกว่าข้อมูลทั่วไป

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • เริ่มจากการทำ Data Inventory ให้ครบก่อน แล้วจึงร่างนโยบาย
  • กำหนดผู้รับผิดชอบและระยะเวลาตอบคำขอใช้สิทธิไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ซ้อมแผนรับมือเหตุละเมิดข้อมูลอย่างน้อยปีละครั้ง
  • ทบทวนสัญญากับผู้ให้บริการคลาวด์และผู้ประมวลผลภายนอกเป็นประจำ

ข้อควรระวัง

  • การคัดลอกนโยบายความเป็นส่วนตัวจากองค์กรอื่นโดยไม่ตรงกับกิจกรรมจริง
  • การเก็บข้อมูลไว้นานเกินความจำเป็นโดยไม่มีนโยบายระยะเวลาจัดเก็บ

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ใช้ความยินยอมเป็นฐานเดียวกับทุกกิจกรรม ทั้งที่บางกิจกรรมมีฐานอื่นที่เหมาะสมกว่า
  • ไม่มีบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลตามที่กฎหมายกำหนด
  • เอกสารแจ้งวัตถุประสงค์ไม่ครอบคลุมการเปิดเผยข้อมูลให้บุคคลภายนอกจริง
  • ไม่มีสัญญากับผู้ประมวลผลภายนอกที่กำหนดหน้าที่ด้านความปลอดภัย

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

ค่าชดเชย
เงินที่นายจ้างต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ผู้จัดการมรดก
บุคคลที่ศาลตั้งให้มีอำนาจรวบรวมและแบ่งทรัพย์มรดกให้ทายาท
สินสมรส
ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5
ภาระจำยอม
สิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของตน เช่น ทางเข้าออก
ROPA
บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดทำ
อนุญาโตตุลาการ
การระงับข้อพิพาทนอกศาลโดยผู้ชี้ขาดที่คู่พิพาทตกลงกัน ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
อายุความ
ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ใช้สิทธิเรียกร้อง หากพ้นกำหนดอาจถูกยกขึ้นต่อสู้ได้
Apostille
การรับรองเอกสารระหว่างรัฐภาคี ซึ่งประเทศไทยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. รับข้อเท็จจริงและเป้าหมายของลูกค้า พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ต้องการ
  2. ตรวจเอกสารและหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดก่อนให้ความเห็น
  3. ระบุฐานกฎหมาย อายุความ และเวทีระงับข้อพิพาทที่ใช้ได้จริง
  4. เสนอทางเลือกพร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละเส้นทาง โดยไม่รับประกันผลคดี
  5. จัดทำเอกสารทางกฎหมายและตรวจทานร่วมกับลูกค้า
  6. ดำเนินการต่อหน่วยงานหรือศาล พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ
  7. ประสานงานแปลและรับรองเอกสารเมื่อคดีมีเอกสารต่างประเทศ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล