ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

สรุปคำตอบสั้น

งานกฎหมายแรงงานครอบคลุมตั้งแต่การจัดทำสัญญาจ้างและข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ไปจนถึงการเลิกจ้างและคดีในศาลแรงงาน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดสิทธิขั้นต่ำที่ตกลงให้ต่ำกว่าไม่ได้ เช่น ค่าชดเชยตามอายุงาน วันหยุด และการบอกกล่าวล่วงหน้า การมีเอกสารและกระบวนการภายในที่ครบถ้วนคือหลักฐานสำคัญที่สุดเมื่อเกิดข้อพิพาท

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

ตรวจสัญญาจ้างและข้อบังคับ → ประเมินข้อเท็จจริงและหลักฐาน → เจรจา/ไกล่เกลี่ยกับพนักงานหรือพนักงานตรวจแรงงาน → หากตกลงไม่ได้จึงเข้าสู่ศาลแรงงาน

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ
4. วางทางเลือกเปรียบเทียบเจรจา ไกล่เกลี่ย อนุญาโตตุลาการ และการฟ้องคดีทีมกฎหมาย2–5 วันทำการ

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และเอกสารประกาศภายใน
  • สลิปเงินเดือนย้อนหลังและหลักฐานการจ่ายค่าจ้าง
  • บันทึกการตักเตือน รายงานการสอบสวน และหนังสือเลิกจ้าง (ถ้ามี)
  • หลักฐานเวลาทำงาน วันหยุด และการทำงานล่วงเวลา
  • สำหรับลูกจ้างต่างชาติ: ใบอนุญาตทำงานและเอกสารการตรวจลงตรา

ขอบเขตงานของ “ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน”

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน อยู่ในกลุ่มงาน กฎหมายแรงงานและการจ้างงาน ซึ่งมีฐานอำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด โดยอัตราเพิ่มขึ้นตามอายุงานที่กฎหมายกำหนด

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่จำนวนที่กฎหมายกำหนดต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและประกาศให้ลูกจ้างทราบ

คดีแรงงานพิจารณาที่ศาลแรงงานตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ พ.ศ. 2522 ซึ่งเน้นการไกล่เกลี่ยและใช้ระบบไต่สวนเพื่อความรวดเร็ว

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

การเลิกจ้างด้วยเหตุความผิดร้ายแรงต้องมีหลักฐานและกระบวนการสอบสวนภายในที่ตรวจสอบได้ มิฉะนั้นอาจถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ลูกจ้างต่างชาติต้องมีใบอนุญาตทำงานที่ตรงกับนายจ้างและลักษณะงานจริง การเปลี่ยนนายจ้างต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกรมการจัดหางาน

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิด โดยอัตราเพิ่มขึ้นตามอายุงานที่กฎหมายกำหนด

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่จำนวนที่กฎหมายกำหนดต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและประกาศให้ลูกจ้างทราบ

คดีแรงงานพิจารณาที่ศาลแรงงานตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ พ.ศ. 2522 ซึ่งเน้นการไกล่เกลี่ยและใช้ระบบไต่สวนเพื่อความรวดเร็ว

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

ตรวจสัญญาจ้างและข้อบังคับ → ประเมินข้อเท็จจริงและหลักฐาน → เจรจา/ไกล่เกลี่ยกับพนักงานหรือพนักงานตรวจแรงงาน → หากตกลงไม่ได้จึงเข้าสู่ศาลแรงงาน

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่จำนวนที่กฎหมายกำหนดต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและประกาศให้ลูกจ้างทราบ

คดีแรงงานพิจารณาที่ศาลแรงงานตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ พ.ศ. 2522 ซึ่งเน้นการไกล่เกลี่ยและใช้ระบบไต่สวนเพื่อความรวดเร็ว

ลูกจ้างสามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อเรียกร้องเงินตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานได้ เป็นช่องทางคู่ขนานกับการฟ้องศาล

การเลิกจ้างด้วยเหตุความผิดร้ายแรงต้องมีหลักฐานและกระบวนการสอบสวนภายในที่ตรวจสอบได้ มิฉะนั้นอาจถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • ทบทวนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานทุกครั้งที่กฎหมายแรงงานมีการแก้ไข
  • เก็บบันทึกการประเมินผลและการตักเตือนอย่างเป็นระบบตั้งแต่วันแรก
  • ใช้ช่องทางไกล่เกลี่ยก่อนเสมอ เพราะคดีแรงงานเน้นการประนีประนอม
  • แยกเอกสารของลูกจ้างต่างชาติออกเป็นชุดเฉพาะ เพื่อตรวจวันหมดอายุได้ง่าย

ข้อควรระวัง

  • ข้อตกลงให้ลูกจ้างสละสิทธิที่กฎหมายคุ้มครองไว้ล่วงหน้า มักไม่มีผลบังคับ
  • การสื่อสารเลิกจ้างทางแชตโดยไม่มีหนังสือ ทำให้พิสูจน์เหตุผลการเลิกจ้างได้ยาก

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • เลิกจ้างโดยอ้างความผิดร้ายแรงแต่ไม่มีบันทึกสอบสวนหรือหนังสือตักเตือนรองรับ
  • ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดสิทธิต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งบังคับไม่ได้
  • จ่ายค่าจ้างไม่ตรงตามหลักฐานเวลาทำงาน ทำให้เกิดคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน
  • ให้ลูกจ้างต่างชาติทำงานไม่ตรงกับที่ระบุในใบอนุญาตทำงาน

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

ค่าชดเชย
เงินที่นายจ้างต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
ผู้จัดการมรดก
บุคคลที่ศาลตั้งให้มีอำนาจรวบรวมและแบ่งทรัพย์มรดกให้ทายาท
สินสมรส
ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5
ภาระจำยอม
สิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของตน เช่น ทางเข้าออก
ROPA
บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดทำ
อนุญาโตตุลาการ
การระงับข้อพิพาทนอกศาลโดยผู้ชี้ขาดที่คู่พิพาทตกลงกัน ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545
อายุความ
ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ใช้สิทธิเรียกร้อง หากพ้นกำหนดอาจถูกยกขึ้นต่อสู้ได้
Apostille
การรับรองเอกสารระหว่างรัฐภาคี ซึ่งประเทศไทยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. รับข้อเท็จจริงและเป้าหมายของลูกค้า พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ต้องการ
  2. ตรวจเอกสารและหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดก่อนให้ความเห็น
  3. ระบุฐานกฎหมาย อายุความ และเวทีระงับข้อพิพาทที่ใช้ได้จริง
  4. เสนอทางเลือกพร้อมข้อดีข้อเสียของแต่ละเส้นทาง โดยไม่รับประกันผลคดี
  5. จัดทำเอกสารทางกฎหมายและตรวจทานร่วมกับลูกค้า
  6. ดำเนินการต่อหน่วยงานหรือศาล พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ
  7. ประสานงานแปลและรับรองเอกสารเมื่อคดีมีเอกสารต่างประเทศ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล