ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

จดทะเบียนสมรสต้องใช้พาสปอร์ตไหม

สรุปคำตอบสั้น

การจดทะเบียนสมรสระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติในประเทศไทยทำที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักงานเขต โดยฝ่ายต่างชาติต้องนำหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูตหรือหน่วยงานของประเทศตนมาแสดง แปลเป็นภาษาไทยและผ่านการรับรองตามช่องทางที่กรมการกงสุลกำหนด นายทะเบียนจะตรวจคุณสมบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อนรับจดทะเบียน

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

ขอหนังสือรับรองสถานภาพจากประเทศของคู่สมรส → แปลเป็นไทย → รับรองนิติกรณ์/Apostille ตามกรณี → ยื่นต่อสำนักทะเบียน → จดทะเบียนสมรสและรับ คร.2 → นำ คร.2 ไปรับรองต่อเพื่อใช้ต่างประเทศ

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. รับเรื่องและตรวจสถานะตรวจสถานะการสมรส สถานะบุตร และเอกสารทะเบียนที่มีอยู่จริงลูกค้า + IVC1–3 วันทำการ
1. รับเรื่องและตรวจสถานะตรวจสถานะการสมรส สถานะบุตร และเอกสารทะเบียนที่มีอยู่จริงลูกค้า + IVC1–3 วันทำการ
1. รับเรื่องและตรวจสถานะตรวจสถานะการสมรส สถานะบุตร และเอกสารทะเบียนที่มีอยู่จริงลูกค้า + IVC1–3 วันทำการ
1. รับเรื่องและตรวจสถานะตรวจสถานะการสมรส สถานะบุตร และเอกสารทะเบียนที่มีอยู่จริงลูกค้า + IVC1–3 วันทำการ
1. รับเรื่องและตรวจสถานะตรวจสถานะการสมรส สถานะบุตร และเอกสารทะเบียนที่มีอยู่จริงลูกค้า + IVC1–3 วันทำการ
1. รับเรื่องและตรวจสถานะตรวจสถานะการสมรส สถานะบุตร และเอกสารทะเบียนที่มีอยู่จริงลูกค้า + IVC1–3 วันทำการ

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • หนังสือเดินทางของฝ่ายต่างชาติ พร้อมสำเนาหน้าที่มีตราประทับเข้าเมืองล่าสุด
  • หนังสือรับรองสถานภาพการสมรสของฝ่ายต่างชาติ พร้อมคำแปลภาษาไทย
  • บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของฝ่ายไทย
  • เอกสารการหย่าหรือใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิม หากเคยสมรสมาก่อน
  • พยานบุคคลตามจำนวนที่สำนักทะเบียนกำหนด พร้อมบัตรประจำตัว
  • ร่างสัญญาก่อนสมรส หากประสงค์ให้จดแจ้งพร้อมการจดทะเบียน

ขอบเขตงานของ “จดทะเบียนสมรสต้องใช้พาสปอร์ตไหม”

จดทะเบียนสมรสต้องใช้พาสปอร์ตไหม อยู่ในกลุ่มงาน จดทะเบียนสมรสไทย–ต่างชาติ ซึ่งมีฐานอำนาจตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. 2478 การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2567 ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารจากประเทศภาคีจึงอาจใช้ช่องทาง Apostille แทนการรับรองสองชั้นแบบเดิม ทั้งนี้ต้องตรวจสถานะภาคีของประเทศต้นทางเป็นรายกรณี

เอกสารภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลภาษาไทยและผ่านการรับรองตามช่องทางที่กรมการกงสุลกำหนดก่อนใช้กับสำนักทะเบียน

ฝ่ายต่างชาติโดยทั่วไปต้องแสดงหนังสือรับรองว่าเป็นโสดหรือมีสถานภาพที่สมรสได้ ออกโดยหน่วยงานของประเทศตนหรือสถานทูต/สถานกงสุลในประเทศไทย

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2567 ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารจากประเทศภาคีจึงอาจใช้ช่องทาง Apostille แทนการรับรองสองชั้นแบบเดิม ทั้งนี้ต้องตรวจสถานะภาคีของประเทศต้นทางเป็นรายกรณี

เอกสารภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลภาษาไทยและผ่านการรับรองตามช่องทางที่กรมการกงสุลกำหนดก่อนใช้กับสำนักทะเบียน

ฝ่ายต่างชาติโดยทั่วไปต้องแสดงหนังสือรับรองว่าเป็นโสดหรือมีสถานภาพที่สมรสได้ ออกโดยหน่วยงานของประเทศตนหรือสถานทูต/สถานกงสุลในประเทศไทย

นายทะเบียนตรวจเงื่อนไขการสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น อายุตามที่กฎหมายกำหนด ความยินยอม และการไม่มีคู่สมรสอยู่ก่อน

การสมรสมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายไทยเมื่อได้จดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พิธีทางศาสนาหรือประเพณีเพียงอย่างเดียวไม่ก่อให้เกิดผลทางกฎหมาย

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

ขอหนังสือรับรองสถานภาพจากประเทศของคู่สมรส → แปลเป็นไทย → รับรองนิติกรณ์/Apostille ตามกรณี → ยื่นต่อสำนักทะเบียน → จดทะเบียนสมรสและรับ คร.2 → นำ คร.2 ไปรับรองต่อเพื่อใช้ต่างประเทศ

สัญญาก่อนสมรสเกี่ยวกับทรัพย์สินต้องจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส จึงจะมีผลตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนด

การเลือกใช้ชื่อสกุลหลังสมรสเป็นสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยชื่อบุคคล และมีผลต่อการต้องแก้ไขบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และหนังสือเดินทางตามลำดับ

ทะเบียนสมรส (คร.2) และใบสำคัญการสมรส (คร.3) เป็นคนละเอกสาร หน่วยงานปลายทางในต่างประเทศมักขอคัดสำเนาทะเบียนสมรสที่นายทะเบียนรับรอง

ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2567 ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เอกสารจากประเทศภาคีจึงอาจใช้ช่องทาง Apostille แทนการรับรองสองชั้นแบบเดิม ทั้งนี้ต้องตรวจสถานะภาคีของประเทศต้นทางเป็นรายกรณี

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • ตรวจสถานะภาคี Apostille ของประเทศต้นทางก่อน เพราะช่องทางรับรองต่างกันคนละเส้นทางและใช้เวลาต่างกัน
  • สอบถามสำนักทะเบียนที่จะไปยื่นล่วงหน้า เพราะรายละเอียดปลีกย่อยเช่นจำนวนพยานและรูปแบบคำแปลอาจต่างกันในแต่ละพื้นที่
  • ถ้าจะนำทะเบียนสมรสไปใช้ต่างประเทศ ให้วางแผนขั้นตอนรับรองต่อทันทีหลังจดทะเบียน จะประหยัดรอบเดินทาง
  • ให้ใช้การสะกดชื่อภาษาอังกฤษเดียวกันทุกฉบับ ยึดตามหนังสือเดินทางเป็นหลัก
  • ปรึกษาเรื่องสินสมรสและสัญญาก่อนสมรสก่อนวันจดทะเบียน เพราะการจดแจ้งย้อนหลังทำไม่ได้

ข้อควรระวัง

  • เข้าใจว่าจัดพิธีแต่งงานแล้วถือว่าสมรสตามกฎหมาย ทั้งที่ยังไม่ได้จดทะเบียน
  • แปลเอกสารเองโดยไม่ผ่านช่องทางรับรองที่สำนักทะเบียนยอมรับ
  • ลืมว่าการสมรสในไทยต้องแจ้งหรือบันทึกต่อประเทศของคู่สมรสด้วยในบางประเทศ
  • เปลี่ยนชื่อสกุลแล้วไม่ไล่แก้เอกสารต่อเนื่อง ทำให้ชื่อในบัญชีธนาคารและวีซ่าไม่ตรงกัน

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • หนังสือรับรองสถานภาพหมดอายุตามที่สำนักทะเบียนหรือสถานทูตกำหนดช่วงเวลาการยอมรับ
  • คำแปลไม่ตรงกับต้นฉบับ เช่น สะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทางหรือทะเบียนบ้าน
  • ยังไม่ได้รับรองนิติกรณ์หรือยังไม่มี Apostille ตามช่องทางที่ประเทศต้นทางใช้
  • เอกสารหย่าฉบับต่างประเทศยังไม่ผ่านกระบวนการที่ทำให้ใช้อ้างในไทยได้
  • ข้อมูลวันเดือนปีเกิดในเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกันโดยไม่มีเอกสารอธิบาย

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

ทายาทโดยธรรม
ผู้มีสิทธิรับมรดกตามลำดับที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 กำหนด
รับรองบุตร
การดำเนินการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อให้บุตรเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดา
คร.6
ทะเบียนหย่าที่นายทะเบียนจัดทำเมื่อมีการจดทะเบียนหย่าโดยความยินยอม
คร.2
ทะเบียนสมรสที่นายทะเบียนจัดทำไว้ ใช้คัดสำเนารับรองเพื่ออ้างอิงสถานะการสมรส
ผู้จัดการมรดก
บุคคลที่ศาลมีคำสั่งตั้งให้จัดการรวบรวมและแบ่งทรัพย์มรดกตามกฎหมาย
อำนาจปกครอง
สิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ปกครองในการดูแลและให้ความยินยอมแทนผู้เยาว์
บันทึกฐานะแห่งครอบครัว
การบันทึกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะครอบครัวที่เกิดขึ้นในต่างประเทศไว้ในทะเบียนของไทย
คร.3
ใบสำคัญการสมรสที่มอบให้คู่สมรสเมื่อจดทะเบียนสมรสแล้ว

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. รับฟังข้อเท็จจริงและตรวจเอกสารสถานะที่มีอยู่ก่อนให้คำแนะนำใด ๆ
  2. ยืนยันข้อกำหนดกับหน่วยงานปลายทางว่าต้องการเอกสารรูปแบบใดและกี่ชุด
  3. จัดทำแผนเอกสารเดียวที่ใช้ได้กับทุกเรื่องที่ลูกค้าต้องดำเนินการพร้อมกัน
  4. จัดทำคำแปลโดยยึดการสะกดชื่อตามหนังสือเดินทางเป็นมาตรฐานเดียวทั้งชุด
  5. ดำเนินการรับรองตามช่องทางที่ถูกต้อง และแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ
  6. ส่งมอบเอกสารพร้อมไฟล์สแกนสำรอง และสรุปหน้าที่ที่ต้องทำต่อ เช่น การรายงานตัวหรือการต่ออายุ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล