ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เทียบวุฒิการศึกษาต่างประเทศทำที่ไหน

คำตอบโดยสรุป

การเทียบวุฒิเป็นอำนาจของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยเงื่อนไขต่างกันตามระดับการศึกษาและระบบการศึกษาต้นทาง

โรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยต้องได้รับอนุญาตและรับรองวิทยฐานะตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ผู้ปกครองสามารถขอดูหลักฐานการอนุญาตของโรงเรียนได้

การย้ายโรงเรียนระหว่างปีการศึกษาต้องขอเอกสารส่งตัวและระเบียนผลการเรียนสะสมจากโรงเรียนเดิมให้ครบก่อนออก

เอกสารการศึกษาที่ออกโดยโรงเรียนในไทยเพื่อใช้ต่างประเทศต้องผ่านการรับรองของหน่วยงานต้นสังกัดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนนิติกรณ์หรือ Apostille

ในทางปฏิบัติ ไม่ตรวจสอบว่าโรงเรียนได้รับการรับรองวิทยฐานะหรือไม่ และ แปลเอกสารก่อนยืนยันรายการที่ปลายทางต้องการจริง จึงเป็นจุดที่ควรตรวจก่อนยื่นทุกครั้ง

หากไม่แน่ใจว่าชุดเอกสารของคุณตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ สอบถามเจ้าหน้าที่ IVC ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น

สรุปคำตอบสั้น

การนำบุตรเข้าเรียนในประเทศไทยต้องเตรียมเอกสารสองชุดคู่กัน คือชุดที่โรงเรียนใช้พิจารณารับเข้าเรียน เช่น ระเบียนผลการเรียนและหนังสือรับรองจากโรงเรียนเดิม และชุดที่ใช้กับทางราชการ เช่น สูติบัตรและเอกสารสถานะครอบครัวที่ผ่านการแปลและรับรอง หากต้องใช้วุฒิจากต่างประเทศเพื่อศึกษาต่อหรือสมัครงาน จะต้องผ่านการเทียบวุฒิตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการ

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

รวบรวมระเบียนผลการเรียนและหนังสือรับรองจากโรงเรียนเดิม → แปลเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษตามที่ปลายทางกำหนด → รับรองเอกสารตามช่องทางนิติกรณ์หรือ Apostille → ยื่นสมัครเข้าเรียน → ยื่นเทียบวุฒิเมื่อจำเป็น → ปรับปรุงเอกสารวีซ่าผู้ติดตามให้สอดคล้อง

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
6. ติดตามและตอบข้อสอบถามติดตามผลและจัดทำเอกสารเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอIVCตามดุลพินิจของหน่วยงาน
6. ติดตามและตอบข้อสอบถามติดตามผลและจัดทำเอกสารเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอIVCตามดุลพินิจของหน่วยงาน
6. ติดตามและตอบข้อสอบถามติดตามผลและจัดทำเอกสารเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอIVCตามดุลพินิจของหน่วยงาน
6. ติดตามและตอบข้อสอบถามติดตามผลและจัดทำเอกสารเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอIVCตามดุลพินิจของหน่วยงาน
6. ติดตามและตอบข้อสอบถามติดตามผลและจัดทำเอกสารเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอIVCตามดุลพินิจของหน่วยงาน
6. ติดตามและตอบข้อสอบถามติดตามผลและจัดทำเอกสารเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอIVCตามดุลพินิจของหน่วยงาน

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • สูติบัตรของบุตรพร้อมคำแปลและการรับรอง
  • ระเบียนผลการเรียนย้อนหลังตามที่โรงเรียนใหม่กำหนด
  • หนังสือรับรองการเป็นนักเรียนหรือเอกสารส่งตัวจากโรงเรียนเดิม
  • หนังสือเดินทางของบุตรและเอกสารการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
  • เอกสารสถานะครอบครัว เช่น ทะเบียนสมรสหรือคำสั่งศาลเรื่องอำนาจปกครอง หากเกี่ยวข้อง

ขอบเขตงานของ “เทียบวุฒิการศึกษาต่างประเทศทำที่ไหน”

เทียบวุฒิการศึกษาต่างประเทศทำที่ไหน อยู่ในกลุ่มงาน การศึกษาของบุตรและการเทียบวุฒิ ซึ่งมีฐานอำนาจตาม กฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนและระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการเทียบวุฒิการศึกษา การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

หนังสือรับรองสถานภาพนักเรียนจากโรงเรียนเป็นเอกสารที่มักใช้ประกอบการยื่นขออยู่ต่อของผู้ติดตาม

บุตรผู้ติดตามที่พำนักในไทยยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายคนเข้าเมืองเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ รวมถึงการแจ้งที่พักอาศัยและการรายงานตัวตามรอบที่กำหนด

การสะกดชื่อบุตรในระเบียนผลการเรียน สูติบัตร และหนังสือเดินทาง ต้องตรงกัน มิฉะนั้นโรงเรียนหรือหน่วยงานจะขอเอกสารยืนยันเพิ่ม

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

หนังสือรับรองสถานภาพนักเรียนจากโรงเรียนเป็นเอกสารที่มักใช้ประกอบการยื่นขออยู่ต่อของผู้ติดตาม

บุตรผู้ติดตามที่พำนักในไทยยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายคนเข้าเมืองเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ รวมถึงการแจ้งที่พักอาศัยและการรายงานตัวตามรอบที่กำหนด

การสะกดชื่อบุตรในระเบียนผลการเรียน สูติบัตร และหนังสือเดินทาง ต้องตรงกัน มิฉะนั้นโรงเรียนหรือหน่วยงานจะขอเอกสารยืนยันเพิ่ม

เอกสารการศึกษาจากต่างประเทศต้องผ่านการรับรองตามช่องทางที่หน่วยงานปลายทางกำหนด ซึ่งตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567 อาจใช้ Apostille ได้หากประเทศต้นทางเป็นภาคีอนุสัญญา

การเทียบวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศเป็นอำนาจของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และมีเงื่อนไขต่างกันตามระดับการศึกษาและระบบการศึกษาต้นทาง

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

รวบรวมระเบียนผลการเรียนและหนังสือรับรองจากโรงเรียนเดิม → แปลเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษตามที่ปลายทางกำหนด → รับรองเอกสารตามช่องทางนิติกรณ์หรือ Apostille → ยื่นสมัครเข้าเรียน → ยื่นเทียบวุฒิเมื่อจำเป็น → ปรับปรุงเอกสารวีซ่าผู้ติดตามให้สอดคล้อง

โรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยต้องได้รับอนุญาตและรับรองวิทยฐานะตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ผู้ปกครองสามารถขอดูหลักฐานการอนุญาตของโรงเรียนได้

การย้ายโรงเรียนระหว่างปีการศึกษาต้องขอเอกสารส่งตัวและระเบียนผลการเรียนสะสมจากโรงเรียนเดิมให้ครบก่อนออก

เอกสารการศึกษาที่ออกโดยโรงเรียนในไทยเพื่อใช้ต่างประเทศต้องผ่านการรับรองของหน่วยงานต้นสังกัดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนนิติกรณ์หรือ Apostille

หนังสือรับรองสถานภาพนักเรียนจากโรงเรียนเป็นเอกสารที่มักใช้ประกอบการยื่นขออยู่ต่อของผู้ติดตาม

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • ขอรายการเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากโรงเรียนปลายทางก่อนเริ่มแปลและรับรอง
  • ขอเอกสารจากโรงเรียนเดิมเผื่อจำนวนชุด เพราะการขอย้อนหลังหลังย้ายประเทศทำได้ยาก
  • ตรวจสอบว่าปลายทางต้องการคำแปลภาษาไทยหรืออังกฤษ ก่อนสั่งแปลทั้งชุด
  • หากไม่แน่ใจเรื่องเส้นทางการรับรองเอกสารการศึกษา สอบถามเจ้าหน้าที่ IVC ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ข้อควรระวัง

  • แปลเอกสารก่อนยืนยันรายการที่ปลายทางต้องการจริง
  • ลืมขอเอกสารส่งตัวก่อนออกจากโรงเรียนเดิม
  • ไม่ตรวจสอบว่าโรงเรียนได้รับการรับรองวิทยฐานะหรือไม่

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ระเบียนผลการเรียนไม่มีตราประทับหรือลายมือชื่อผู้มีอำนาจของโรงเรียนเดิม
  • คำแปลไม่ครบทุกหน้า หรือไม่ได้แปลหมายเหตุท้ายเอกสาร
  • เอกสารยังไม่ผ่านการรับรองตามช่องทางที่ปลายทางกำหนด
  • ชื่อบุตรในเอกสารแต่ละฉบับสะกดไม่ตรงกัน

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

Apostille
หนังสือรับรองตามอนุสัญญา Hague ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตระหว่างประเทศภาคี มีผลกับไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
อนุสัญญาภาษีซ้อน
ความตกลงระหว่างประเทศเพื่อขจัดการเก็บภาษีซ้ำซ้อน โดยมีเงื่อนไขต่างกันในแต่ละฉบับ
หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่
เอกสารรับรองที่อยู่ที่ออกโดยสถานทูตหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ใช้ประกอบคำขอหลายเรื่อง เช่น ใบอนุญาตขับรถ
Re-entry permit
การขออนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อรักษาสิทธิการอยู่ต่อเดิมเมื่อต้องเดินทางออกนอกประเทศ
ตม.30
การแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าบ้านหรือผู้ครอบครองเคหสถานตามกฎหมายคนเข้าเมือง
เทียบวุฒิ
การพิจารณาเทียบระดับการศึกษาจากต่างประเทศให้เทียบเท่าระบบการศึกษาไทยตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการ
ผู้อยู่ในประเทศไทย (ทางภาษี)
ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันถึง 180 วันในปีภาษี ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 41
ท.ร.13
ทะเบียนบ้านสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล