ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ถ้าจะเดินทางออกนอกประเทศระหว่างได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อ ต้องทำอะไร

คำตอบโดยสรุป

ต้องขออนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรก่อนเดินทางออก มิฉะนั้นการอนุญาตให้อยู่ต่อที่มีอยู่จะสิ้นผลเมื่อออกนอกประเทศ

เจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน รวมถึงผู้จัดการโรงแรม มีหน้าที่แจ้งการเข้าพักของคนต่างด้าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นคนละหน้าที่กับการรายงานตัว 90 วันของตัวคนต่างด้าวเอง

การเปลี่ยนที่พักอาศัยระหว่างพำนักทำให้เกิดหน้าที่แจ้งที่อยู่ใหม่ การเก็บใบรับแจ้งทุกครั้งไว้เป็นชุดช่วยลดปัญหาตอนยื่นขออยู่ต่อรอบถัดไป

เอกสารสถานะบุคคลที่ออกจากต่างประเทศ เช่น ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตร ต้องผ่านการรับรองตามช่องทางที่กรมการกงสุลกำหนด ซึ่งตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567 อาจใช้ช่องทาง Apostille ได้หากประเทศต้นทางเป็นภาคีอนุสัญญา

ในทางปฏิบัติ ย้ายที่พักแล้วไม่แจ้งที่อยู่ใหม่ และ เดินทางออกนอกประเทศระหว่างรอผลการพิจารณาโดยไม่ตรวจสอบผลกระทบก่อน จึงเป็นจุดที่ควรตรวจก่อนยื่นทุกครั้ง

หากไม่แน่ใจว่าชุดเอกสารของคุณตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ สอบถามเจ้าหน้าที่ IVC ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น

สรุปคำตอบสั้น

การย้ายมาพำนักในประเทศไทยระยะยาวมีหน้าที่ตามกฎหมายหลายชั้นที่แยกจากกัน ได้แก่ การถือวีซ่าที่ถูกประเภท การได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อ การแจ้งที่พักอาศัยโดยเจ้าบ้านหรือผู้ครอบครองเคหสถาน และการรายงานตัวทุก 90 วันเมื่ออยู่ต่อเนื่องครบกำหนด การวางลำดับงานให้ถูกตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการเปรียบเทียบปรับและปัญหาตอนต่ออายุ

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

ยืนยันประเภทวีซ่าและเหตุผลการพำนัก → เตรียมเอกสารสถานะบุคคลพร้อมคำแปลและการรับรอง → แจ้งที่พักอาศัย (ตม.30) → ยื่นขออยู่ต่อ → รายงานตัว 90 วันตามรอบ → จัดทำ re-entry permit ก่อนเดินทางออก

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
7. ส่งมอบและวางแผนรอบถัดไปส่งมอบเอกสารพร้อมไฟล์สำรอง และตั้งเตือนกำหนดเวลาในรอบถัดไปIVC1–3 วันทำการ
7. ส่งมอบและวางแผนรอบถัดไปส่งมอบเอกสารพร้อมไฟล์สำรอง และตั้งเตือนกำหนดเวลาในรอบถัดไปIVC1–3 วันทำการ
7. ส่งมอบและวางแผนรอบถัดไปส่งมอบเอกสารพร้อมไฟล์สำรอง และตั้งเตือนกำหนดเวลาในรอบถัดไปIVC1–3 วันทำการ
7. ส่งมอบและวางแผนรอบถัดไปส่งมอบเอกสารพร้อมไฟล์สำรอง และตั้งเตือนกำหนดเวลาในรอบถัดไปIVC1–3 วันทำการ
7. ส่งมอบและวางแผนรอบถัดไปส่งมอบเอกสารพร้อมไฟล์สำรอง และตั้งเตือนกำหนดเวลาในรอบถัดไปIVC1–3 วันทำการ
7. ส่งมอบและวางแผนรอบถัดไปส่งมอบเอกสารพร้อมไฟล์สำรอง และตั้งเตือนกำหนดเวลาในรอบถัดไปIVC1–3 วันทำการ

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือเพียงพอ พร้อมสำเนาหน้าวีซ่าและตราประทับล่าสุด
  • สัญญาเช่าหรือหลักฐานสิทธิในที่พัก พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน
  • ใบรับแจ้งที่พักอาศัยและใบรับรายงานตัว 90 วันฉบับล่าสุด
  • เอกสารสถานะบุคคลจากต่างประเทศ พร้อมคำแปลและการรับรองตามช่องทางที่ถูกต้อง
  • แผนการเดินทางออกนอกประเทศในช่วงถัดไป เพื่อประเมินความจำเป็นของ re-entry permit

ขอบเขตงานของ “ถ้าจะเดินทางออกนอกประเทศระหว่างได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อ ต้องทำอะไร”

ถ้าจะเดินทางออกนอกประเทศระหว่างได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อ ต้องทำอะไร อยู่ในกลุ่มงาน การย้ายถิ่นฐานและตั้งหลักในไทย ซึ่งมีฐานอำนาจตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

เมื่อได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อแล้ว หากเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ได้ขออนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักร (re-entry permit) การอนุญาตให้อยู่ต่อที่มีอยู่เดิมจะสิ้นผล

การรายงานตัว 90 วันไม่ใช่การต่ออายุวีซ่า และไม่ทำให้ระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรขยายออกไปแต่อย่างใด

คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและอยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วัน ต้องแจ้งที่พักอาศัยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามรอบที่กฎหมายกำหนด และแจ้งซ้ำทุก 90 วันตลอดระยะเวลาที่ยังพำนักต่อเนื่อง

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

เมื่อได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อแล้ว หากเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ได้ขออนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักร (re-entry permit) การอนุญาตให้อยู่ต่อที่มีอยู่เดิมจะสิ้นผล

การรายงานตัว 90 วันไม่ใช่การต่ออายุวีซ่า และไม่ทำให้ระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรขยายออกไปแต่อย่างใด

คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและอยู่ต่อเนื่องเกิน 90 วัน ต้องแจ้งที่พักอาศัยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามรอบที่กฎหมายกำหนด และแจ้งซ้ำทุก 90 วันตลอดระยะเวลาที่ยังพำนักต่อเนื่อง

เจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน รวมถึงผู้จัดการโรงแรม มีหน้าที่แจ้งการเข้าพักของคนต่างด้าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นคนละหน้าที่กับการรายงานตัว 90 วันของตัวคนต่างด้าวเอง

การเปลี่ยนที่พักอาศัยระหว่างพำนักทำให้เกิดหน้าที่แจ้งที่อยู่ใหม่ การเก็บใบรับแจ้งทุกครั้งไว้เป็นชุดช่วยลดปัญหาตอนยื่นขออยู่ต่อรอบถัดไป

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

ยืนยันประเภทวีซ่าและเหตุผลการพำนัก → เตรียมเอกสารสถานะบุคคลพร้อมคำแปลและการรับรอง → แจ้งที่พักอาศัย (ตม.30) → ยื่นขออยู่ต่อ → รายงานตัว 90 วันตามรอบ → จัดทำ re-entry permit ก่อนเดินทางออก

เอกสารสถานะบุคคลที่ออกจากต่างประเทศ เช่น ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตร ต้องผ่านการรับรองตามช่องทางที่กรมการกงสุลกำหนด ซึ่งตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567 อาจใช้ช่องทาง Apostille ได้หากประเทศต้นทางเป็นภาคีอนุสัญญา

ที่อยู่ที่ปรากฏในระบบตรวจคนเข้าเมือง สัญญาเช่า และเอกสารธนาคาร ควรเป็นที่อยู่เดียวกัน เพราะความไม่ตรงกันเป็นสาเหตุการขอเอกสารเพิ่มที่พบบ่อยที่สุดเรื่องหนึ่ง

คนต่างด้าวที่พำนักในไทยสามารถขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ท.ร.13) ได้ตามหลักเกณฑ์ของสำนักทะเบียนท้องที่ ซึ่งช่วยให้การติดต่อราชการหลายเรื่องสะดวกขึ้น

เมื่อได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อแล้ว หากเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ได้ขออนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักร (re-entry permit) การอนุญาตให้อยู่ต่อที่มีอยู่เดิมจะสิ้นผล

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • แยกให้ชัดระหว่างหน้าที่ของเจ้าบ้าน (แจ้งที่พักอาศัย) กับหน้าที่ของคนต่างด้าว (รายงานตัว 90 วัน) เพราะกฎหมายกำหนดคนละฐาน
  • ตั้งการเตือนล่วงหน้าอย่างน้อยสองสัปดาห์สำหรับทุกกำหนดวันที่เกี่ยวกับตรวจคนเข้าเมือง
  • เก็บใบรับแจ้งและใบรับรายงานตัวทุกฉบับเป็นชุดต่อเนื่อง ทั้งฉบับจริงและไฟล์สแกน
  • หากยังไม่แน่ใจว่าเอกสารชุดใดต้องรับรองแบบใด สอบถามเจ้าหน้าที่ IVC ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น

ข้อควรระวัง

  • เข้าใจว่าการรายงานตัว 90 วันคือการต่อวีซ่า
  • ย้ายที่พักแล้วไม่แจ้งที่อยู่ใหม่
  • เดินทางออกนอกประเทศระหว่างรอผลการพิจารณาโดยไม่ตรวจสอบผลกระทบก่อน

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ที่อยู่ในใบแจ้งที่พักอาศัยไม่ตรงกับที่อยู่ในสัญญาเช่าหรือเอกสารประกอบอื่น
  • ยื่นรายงานตัว 90 วันนอกกรอบเวลาที่ระเบียบกำหนด ทำให้ต้องดำเนินการที่สำนักงานด้วยตนเอง
  • เอกสารต่างประเทศยังไม่ผ่านการรับรองตามช่องทางที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ
  • สำเนาหน้าหนังสือเดินทางไม่ครบตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด เช่น ขาดหน้าตราประทับเข้าเมืองล่าสุด
  • เดินทางออกนอกประเทศโดยไม่มี re-entry permit ทำให้สิทธิการอยู่ต่อเดิมสิ้นผล

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

ตม.30
การแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าบ้านหรือผู้ครอบครองเคหสถานตามกฎหมายคนเข้าเมือง
เทียบวุฒิ
การพิจารณาเทียบระดับการศึกษาจากต่างประเทศให้เทียบเท่าระบบการศึกษาไทยตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการ
ผู้อยู่ในประเทศไทย (ทางภาษี)
ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันถึง 180 วันในปีภาษี ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 41
ท.ร.13
ทะเบียนบ้านสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534
รายงานตัว 90 วัน
การแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวที่อยู่ต่อเนื่องครบกำหนด ไม่ใช่การต่ออายุการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
Apostille
หนังสือรับรองตามอนุสัญญา Hague ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตระหว่างประเทศภาคี มีผลกับไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
อนุสัญญาภาษีซ้อน
ความตกลงระหว่างประเทศเพื่อขจัดการเก็บภาษีซ้ำซ้อน โดยมีเงื่อนไขต่างกันในแต่ละฉบับ
หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่
เอกสารรับรองที่อยู่ที่ออกโดยสถานทูตหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ใช้ประกอบคำขอหลายเรื่อง เช่น ใบอนุญาตขับรถ

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล