ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

จะพิสูจน์จำนวนวันที่อยู่ในไทยได้อย่างไร

คำตอบโดยสรุป

ใช้หลักฐานการเข้าออกราชอาณาจักร เช่น ตราประทับในหนังสือเดินทางและเอกสารการเดินทาง จึงควรเก็บสำเนาไว้ทุกครั้งที่เดินทาง

ประมวลรัษฎากร มาตรา 41 กำหนดว่าผู้ที่อยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะรวมกันถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษี เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยสำหรับปีภาษีนั้น

ข้อมูลที่ยื่นต่อกรมสรรพากรควรสอดคล้องกับข้อมูลที่แจ้งต่อหน่วยงานอื่น เช่น กรมการจัดหางานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

การเปลี่ยนสถานะการจ้างงานระหว่างปีทำให้มีผู้จ่ายเงินได้หลายราย ซึ่งต้องรวมเอกสารจากทุกรายในการยื่นแบบ

ในทางปฏิบัติ ทิ้งบัตรขาออกและสำเนาตราประทับจนนับวันไม่ได้ และ แจ้งข้อมูลรายได้ไม่ตรงกันระหว่างหน่วยงาน จึงเป็นจุดที่ควรตรวจก่อนยื่นทุกครั้ง

หากไม่แน่ใจว่าชุดเอกสารของคุณตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ สอบถามเจ้าหน้าที่ IVC ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนยื่น

สรุปคำตอบสั้น

ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีถือเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยตามประมวลรัษฎากร มาตรา 41 ซึ่งมีผลต่อขอบเขตการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การเตรียมเอกสารหลักฐานการเข้าออกประเทศ เอกสารรายได้ และหนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่ทางภาษี จึงเป็นงานที่ควรวางแผนล่วงหน้าร่วมกับผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษี

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

รวบรวมหลักฐานวันเข้าออกประเทศ → ประเมินสถานะผู้อยู่ในประเทศไทยตามมาตรา 41 → รวบรวมเอกสารรายได้และภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย → ขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีเมื่อจำเป็น → ยื่นแบบตามกำหนด → จัดเก็บเอกสารสำหรับใช้อ้างอิงข้ามปี

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
5. ยื่นเรื่องต่อหน่วยงานยื่นตรวจคนเข้าเมือง กรมการขนส่งทางบก สำนักทะเบียน หรือหน่วยงานอื่นตามแผนIVC + ลูกค้าตามประเภทเรื่อง
5. ยื่นเรื่องต่อหน่วยงานยื่นตรวจคนเข้าเมือง กรมการขนส่งทางบก สำนักทะเบียน หรือหน่วยงานอื่นตามแผนIVC + ลูกค้าตามประเภทเรื่อง
5. ยื่นเรื่องต่อหน่วยงานยื่นตรวจคนเข้าเมือง กรมการขนส่งทางบก สำนักทะเบียน หรือหน่วยงานอื่นตามแผนIVC + ลูกค้าตามประเภทเรื่อง
5. ยื่นเรื่องต่อหน่วยงานยื่นตรวจคนเข้าเมือง กรมการขนส่งทางบก สำนักทะเบียน หรือหน่วยงานอื่นตามแผนIVC + ลูกค้าตามประเภทเรื่อง
5. ยื่นเรื่องต่อหน่วยงานยื่นตรวจคนเข้าเมือง กรมการขนส่งทางบก สำนักทะเบียน หรือหน่วยงานอื่นตามแผนIVC + ลูกค้าตามประเภทเรื่อง
5. ยื่นเรื่องต่อหน่วยงานยื่นตรวจคนเข้าเมือง กรมการขนส่งทางบก สำนักทะเบียน หรือหน่วยงานอื่นตามแผนIVC + ลูกค้าตามประเภทเรื่อง

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • สำเนาหน้าหนังสือเดินทางที่มีตราประทับเข้าออกครบทั้งปีภาษี
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้จ่ายเงินได้ทุกราย
  • สัญญาจ้างหรือเอกสารแสดงแหล่งที่มาของเงินได้
  • เอกสารสิทธิลดหย่อนตามที่กฎหมายกำหนด
  • คำขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษี หากต้องใช้สิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อน

ขอบเขตงานของ “จะพิสูจน์จำนวนวันที่อยู่ในไทยได้อย่างไร”

จะพิสูจน์จำนวนวันที่อยู่ในไทยได้อย่างไร อยู่ในกลุ่มงาน ถิ่นที่อยู่ทางภาษีและการวางแผนเอกสารรายได้ ซึ่งมีฐานอำนาจตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 41 และอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ประเทศไทยเป็นภาคี การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

การนับวันอยู่ในประเทศไทยอ้างอิงจากหลักฐานการเข้าออกราชอาณาจักร จึงควรเก็บสำเนาหน้าตราประทับและบัตรขาออกไว้ทุกครั้ง

ประมวลรัษฎากร มาตรา 41 กำหนดว่าผู้ที่อยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะรวมกันถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษี เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยสำหรับปีภาษีนั้น

ข้อมูลที่ยื่นต่อกรมสรรพากรควรสอดคล้องกับข้อมูลที่แจ้งต่อหน่วยงานอื่น เช่น กรมการจัดหางานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

การนับวันอยู่ในประเทศไทยอ้างอิงจากหลักฐานการเข้าออกราชอาณาจักร จึงควรเก็บสำเนาหน้าตราประทับและบัตรขาออกไว้ทุกครั้ง

ประมวลรัษฎากร มาตรา 41 กำหนดว่าผู้ที่อยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะรวมกันถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษี เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยสำหรับปีภาษีนั้น

ข้อมูลที่ยื่นต่อกรมสรรพากรควรสอดคล้องกับข้อมูลที่แจ้งต่อหน่วยงานอื่น เช่น กรมการจัดหางานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

การเปลี่ยนสถานะการจ้างงานระหว่างปีทำให้มีผู้จ่ายเงินได้หลายราย ซึ่งต้องรวมเอกสารจากทุกรายในการยื่นแบบ

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นเอกสารสำคัญในการยื่นแบบและการขอคืนภาษี ควรเก็บครบทุกฉบับตลอดปีภาษี

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

รวบรวมหลักฐานวันเข้าออกประเทศ → ประเมินสถานะผู้อยู่ในประเทศไทยตามมาตรา 41 → รวบรวมเอกสารรายได้และภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย → ขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีเมื่อจำเป็น → ยื่นแบบตามกำหนด → จัดเก็บเอกสารสำหรับใช้อ้างอิงข้ามปี

เอกสารภาษีที่ออกในไทยเพื่อใช้ต่างประเทศต้องผ่านการแปลและรับรองตามช่องทางที่กรมการกงสุลกำหนด ซึ่งอาจใช้ Apostille ได้ตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567 หากปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญา

หนังสือรับรองการมีถิ่นที่อยู่เพื่อการรัษฎากรออกโดยกรมสรรพากรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และมักเป็นเอกสารที่ประเทศคู่สัญญาขอเพื่อใช้สิทธิตามอนุสัญญา

อนุสัญญาภาษีซ้อนที่ประเทศไทยทำไว้กับประเทศต่าง ๆ อาจกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมเรื่องถิ่นที่อยู่และสิทธิในการจัดเก็บภาษี ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายฉบับ

การนับวันอยู่ในประเทศไทยอ้างอิงจากหลักฐานการเข้าออกราชอาณาจักร จึงควรเก็บสำเนาหน้าตราประทับและบัตรขาออกไว้ทุกครั้ง

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • บันทึกวันเข้าออกประเทศไว้ตั้งแต่ต้นปี อย่ารอย้อนกลับไปนับตอนใกล้ยื่นแบบ
  • ตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนของประเทศที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปแนวทาง เพราะเงื่อนไขต่างกันรายฉบับ
  • ขอเอกสารภาษีเป็นภาษาอังกฤษตั้งแต่ต้นหากทราบว่าจะใช้ต่างประเทศ
  • ปรึกษาแนวทางเอกสารกับเจ้าหน้าที่ IVC และผู้ทำบัญชีทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนถึงกำหนดยื่น

ข้อควรระวัง

  • สรุปสถานะทางภาษีจากข้อมูลทั่วไปโดยไม่ตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนที่เกี่ยวข้อง
  • ทิ้งบัตรขาออกและสำเนาตราประทับจนนับวันไม่ได้
  • แจ้งข้อมูลรายได้ไม่ตรงกันระหว่างหน่วยงาน

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • หลักฐานวันเข้าออกประเทศไม่ครบ ทำให้ยืนยันสถานะผู้อยู่ในประเทศไทยไม่ได้
  • เอกสารรายได้จากผู้จ่ายบางรายขาดหาย
  • ข้อมูลชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีไม่ตรงกันระหว่างเอกสาร
  • เอกสารที่ส่งไปต่างประเทศยังไม่ผ่านการแปลและรับรองตามช่องทางที่ปลายทางกำหนด

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่
เอกสารรับรองที่อยู่ที่ออกโดยสถานทูตหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ใช้ประกอบคำขอหลายเรื่อง เช่น ใบอนุญาตขับรถ
Re-entry permit
การขออนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อรักษาสิทธิการอยู่ต่อเดิมเมื่อต้องเดินทางออกนอกประเทศ
ตม.30
การแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าบ้านหรือผู้ครอบครองเคหสถานตามกฎหมายคนเข้าเมือง
เทียบวุฒิ
การพิจารณาเทียบระดับการศึกษาจากต่างประเทศให้เทียบเท่าระบบการศึกษาไทยตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการ
ผู้อยู่ในประเทศไทย (ทางภาษี)
ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันถึง 180 วันในปีภาษี ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 41
ท.ร.13
ทะเบียนบ้านสำหรับคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534
รายงานตัว 90 วัน
การแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวที่อยู่ต่อเนื่องครบกำหนด ไม่ใช่การต่ออายุการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
Apostille
หนังสือรับรองตามอนุสัญญา Hague ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตระหว่างประเทศภาคี มีผลกับไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล