ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ieat industrial estate permit

สรุปคำตอบสั้น

การขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเป็นการยื่นโครงการเพื่อขอสิทธิประโยชน์ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ซึ่งอาจรวมถึงสิทธิด้านภาษีอากร สิทธิการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อกิจการที่ได้รับส่งเสริม และสิทธิด้านการนำช่างฝีมือผู้ชำนาญการเข้ามาทำงาน ทั้งนี้ประเภทกิจการที่ขอได้และเงื่อนไขเฉพาะเป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการที่ใช้บังคับในขณะยื่น

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

ตรวจประเภทกิจการที่เปิดให้การส่งเสริม → จัดทำคำขอและแผนโครงการ → ชี้แจงโครงการต่อเจ้าหน้าที่ → รับบัตรส่งเสริมและตอบรับมติ → ปฏิบัติตามเงื่อนไขและเปิดดำเนินการ → ใช้สิทธิประโยชน์และรายงานผลตามกำหนด

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
6. ใบอนุญาตเฉพาะธุรกิจยื่นขอใบอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะและรับการตรวจสถานที่IVC + หน่วยงานตามระเบียบหน่วยงาน
6. ใบอนุญาตเฉพาะธุรกิจยื่นขอใบอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะและรับการตรวจสถานที่IVC + หน่วยงานตามระเบียบหน่วยงาน
6. ใบอนุญาตเฉพาะธุรกิจยื่นขอใบอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะและรับการตรวจสถานที่IVC + หน่วยงานตามระเบียบหน่วยงาน
6. ใบอนุญาตเฉพาะธุรกิจยื่นขอใบอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะและรับการตรวจสถานที่IVC + หน่วยงานตามระเบียบหน่วยงาน
6. ใบอนุญาตเฉพาะธุรกิจยื่นขอใบอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะและรับการตรวจสถานที่IVC + หน่วยงานตามระเบียบหน่วยงาน
6. ใบอนุญาตเฉพาะธุรกิจยื่นขอใบอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะและรับการตรวจสถานที่IVC + หน่วยงานตามระเบียบหน่วยงาน

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • รายละเอียดโครงการ กำลังการผลิตหรือขอบเขตบริการ และกระบวนการทำงาน
  • ประมาณการเงินลงทุน แหล่งเงินทุน และแผนการใช้จ่ายรายปี
  • แผนการจ้างงาน สัดส่วนบุคลากรไทย และตำแหน่งผู้ชำนาญการต่างชาติ
  • รายการเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่จะใช้ พร้อมแผนการนำเข้า
  • งบการเงินและหนังสือรับรองนิติบุคคล กรณีเป็นบริษัทที่จัดตั้งแล้ว
  • เอกสารแสดงเทคโนโลยีหรือมาตรฐานที่ใช้ ตามที่ประเภทกิจการกำหนด

ขอบเขตงานของ “ieat industrial estate permit”

ieat industrial estate permit อยู่ในกลุ่มงาน การส่งเสริมการลงทุน BOI ซึ่งมีฐานอำนาจตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

สิทธิและประโยชน์ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนแบ่งเป็นสิทธิทางภาษีอากรและสิทธิที่มิใช่ภาษีอากร โดยแต่ละโครงการได้รับไม่เท่ากันตามประเภทกิจการและเงื่อนไขที่กำหนด

ประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมและหลักเกณฑ์เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่มีผลใช้บังคับ ณ วันยื่นคำขอ จึงต้องตรวจฉบับล่าสุดทุกครั้ง

ผู้ได้รับการส่งเสริมมีหน้าที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม เช่น กรอบเวลาการเปิดดำเนินการและการรายงานผล มิฉะนั้นสิทธิประโยชน์อาจถูกเพิกถอน

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

กิจการที่ได้รับการส่งเสริมสามารถใช้กลไกขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามช่องทางที่พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวกำหนดไว้

การขอสิทธิด้านช่างฝีมือและผู้ชำนาญการต่างชาติของกิจการที่ได้รับส่งเสริมดำเนินการผ่านระบบที่สำนักงานกำหนด ควบคู่กับกระบวนการตรวจลงตราและใบอนุญาตทำงาน

สิทธิและประโยชน์ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนแบ่งเป็นสิทธิทางภาษีอากรและสิทธิที่มิใช่ภาษีอากร โดยแต่ละโครงการได้รับไม่เท่ากันตามประเภทกิจการและเงื่อนไขที่กำหนด

ประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมและหลักเกณฑ์เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่มีผลใช้บังคับ ณ วันยื่นคำขอ จึงต้องตรวจฉบับล่าสุดทุกครั้ง

ผู้ได้รับการส่งเสริมมีหน้าที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม เช่น กรอบเวลาการเปิดดำเนินการและการรายงานผล มิฉะนั้นสิทธิประโยชน์อาจถูกเพิกถอน

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

ตรวจประเภทกิจการที่เปิดให้การส่งเสริม → จัดทำคำขอและแผนโครงการ → ชี้แจงโครงการต่อเจ้าหน้าที่ → รับบัตรส่งเสริมและตอบรับมติ → ปฏิบัติตามเงื่อนไขและเปิดดำเนินการ → ใช้สิทธิประโยชน์และรายงานผลตามกำหนด

ประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมและหลักเกณฑ์เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่มีผลใช้บังคับ ณ วันยื่นคำขอ จึงต้องตรวจฉบับล่าสุดทุกครั้ง

ผู้ได้รับการส่งเสริมมีหน้าที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม เช่น กรอบเวลาการเปิดดำเนินการและการรายงานผล มิฉะนั้นสิทธิประโยชน์อาจถูกเพิกถอน

ระบบงานของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนรองรับการยื่นคำขอและการใช้สิทธิผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่สำนักงานประกาศ

กิจการที่ได้รับการส่งเสริมสามารถใช้กลไกขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามช่องทางที่พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวกำหนดไว้

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • ตรวจประกาศประเภทกิจการฉบับล่าสุดก่อนออกแบบโครงการ เพราะเงื่อนไขปรับปรุงเป็นระยะ
  • เตรียมข้อมูลเชิงเทคนิคให้ตรงกับที่ประกาศกำหนด เพื่อลดรอบการชี้แจง
  • วางปฏิทินการปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังได้รับบัตรส่งเสริมตั้งแต่วันแรก
  • แยกทีมรับผิดชอบงานรายงานสิทธิประโยชน์ออกจากงานบัญชีทั่วไป เพื่อไม่ให้พลาดกำหนดเวลา

ข้อควรระวัง

  • การเข้าใจว่าสิทธิประโยชน์เป็นสิทธิอัตโนมัติ ทั้งที่ต้องยื่นใช้สิทธิและรายงานตามขั้นตอน
  • การเปลี่ยนแปลงโครงการโดยไม่แจ้งแก้ไข อาจทำให้เงื่อนไขในบัตรส่งเสริมไม่ตรงกับการดำเนินงานจริง

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • โครงการที่ยื่นไม่ตรงกับนิยามประเภทกิจการตามประกาศที่ใช้บังคับ
  • ข้อมูลกำลังการผลิตหรือขอบเขตบริการไม่สอดคล้องกับเครื่องจักรและบุคลากรที่เสนอ
  • ไม่สามารถแสดงแหล่งเงินทุนที่สอดคล้องกับขนาดโครงการ
  • ไม่ดำเนินการตามกรอบเวลาหลังได้รับมติ ทำให้ต้องขอขยายเวลาหรือเสียสิทธิ

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

มติพิเศษ
มติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ต้องใช้คะแนนเสียงตามหลักเกณฑ์เข้มกว่ามติธรรมดา
บัญชีท้าย พ.ร.บ.ต่างด้าว
บัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ที่จัดกลุ่มธุรกิจตามระดับการควบคุม
หนังสือบริคณห์สนธิ
เอกสารก่อตั้งบริษัทที่ระบุชื่อ ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุน และผู้เริ่มก่อการ
Apostille
การรับรองเอกสารตามอนุสัญญากรุงเฮก ซึ่งประเทศไทยใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2567
ผู้ชำระบัญชี
ผู้มีหน้าที่รวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้ และปิดบัญชีของนิติบุคคลที่เลิกกิจการ
บัตรส่งเสริม
เอกสารที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนออกให้แก่ผู้ได้รับการส่งเสริม พร้อมเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติ
หนังสือรับรองนิติบุคคล
เอกสารที่นายทะเบียนออกให้เพื่อรับรองสถานะ กรรมการ และอำนาจลงนามของนิติบุคคล
ผู้ชำนาญการต่างชาติ
บุคลากรต่างชาติที่ได้รับอนุญาตทำงานในตำแหน่งที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางตามเงื่อนไขของหน่วยงาน

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. รับโจทย์ธุรกิจและเป้าหมายการลงทุน พร้อมประเมินช่องทางอนุญาตที่เป็นไปได้
  2. จัดทำรายการเอกสารเฉพาะกรณี พร้อมระบุเอกสารที่ต้องรับรองจากต่างประเทศ
  3. ร่างเอกสารจดทะเบียนและตรวจความสอดคล้องของวัตถุประสงค์กับใบอนุญาตปลายทาง
  4. ยื่นคำขอต่อหน่วยงานและติดตามสถานะเป็นระยะ
  5. ประสานงานแปลและรับรองเอกสารเมื่อมีเอกสารต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง
  6. ส่งมอบชุดเอกสารพร้อมปฏิทินหน้าที่ตามกฎหมายหลังจัดตั้ง

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล