ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ภ.พ.30 ยื่นวันไหน

สรุปคำตอบสั้น

ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีที่ผู้ประกอบการเรียกเก็บจากผู้ซื้อและนำส่งกรมสรรพากรตามรอบเดือนภาษี ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินเกณฑ์ที่ประมวลรัษฎากรกำหนดมีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จุดที่ผิดพลาดบ่อยที่สุดไม่ใช่การคำนวณ แต่คือจุดความรับผิดในการเสียภาษีและความครบถ้วนของรายการบนใบกำกับภาษี

เส้นทางการทำงานของกรณีนี้

ตรวจเกณฑ์รายรับและประเภทกิจการ → ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม → ออกใบกำกับภาษีให้ครบรายการ → จัดทำรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย → ยื่นแบบ ภ.พ.30 รายเดือน → เก็บเอกสารรองรับการตรวจสอบ

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
7. นำส่งและจัดเก็บยื่นแบบประจำปี นำส่งงบต่อ DBD และจัดเก็บเอกสารให้พร้อมตรวจสอบIVCตามกำหนดของแต่ละหน่วยงาน
7. นำส่งและจัดเก็บยื่นแบบประจำปี นำส่งงบต่อ DBD และจัดเก็บเอกสารให้พร้อมตรวจสอบIVCตามกำหนดของแต่ละหน่วยงาน
7. นำส่งและจัดเก็บยื่นแบบประจำปี นำส่งงบต่อ DBD และจัดเก็บเอกสารให้พร้อมตรวจสอบIVCตามกำหนดของแต่ละหน่วยงาน
7. นำส่งและจัดเก็บยื่นแบบประจำปี นำส่งงบต่อ DBD และจัดเก็บเอกสารให้พร้อมตรวจสอบIVCตามกำหนดของแต่ละหน่วยงาน
7. นำส่งและจัดเก็บยื่นแบบประจำปี นำส่งงบต่อ DBD และจัดเก็บเอกสารให้พร้อมตรวจสอบIVCตามกำหนดของแต่ละหน่วยงาน
7. นำส่งและจัดเก็บยื่นแบบประจำปี นำส่งงบต่อ DBD และจัดเก็บเอกสารให้พร้อมตรวจสอบIVCตามกำหนดของแต่ละหน่วยงาน

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มงาน

  • เอกสารแสดงรายรับย้อนหลังเพื่อประเมินว่าเข้าเกณฑ์จดทะเบียนหรือยัง
  • หนังสือรับรองนิติบุคคลและเอกสารแสดงที่ตั้งสถานประกอบการ
  • แผนที่และภาพถ่ายสถานประกอบการตามที่เจ้าหน้าที่ขอเพิ่มเติม
  • ตัวอย่างใบกำกับภาษีที่จะใช้ออกจริง
  • รายละเอียดสาขาทั้งหมด หากมีมากกว่าหนึ่งสถานประกอบการ

ขอบเขตงานของ “ภ.พ.30 ยื่นวันไหน”

ภ.พ.30 ยื่นวันไหน อยู่ในกลุ่มงาน ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งมีฐานอำนาจตาม ประมวลรัษฎากร หมวดว่าด้วยภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ การกำหนดขอบเขตงานให้ตรงตั้งแต่ต้นสำคัญกว่าความเร็ว เพราะหน่วยงานปลายทางเป็นผู้กำหนดว่าจะรับเอกสารหรือกระบวนการรูปแบบใด

ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามประมวลรัษฎากร (ปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 1.8 ล้านบาทต่อปี) มีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามประมวลรัษฎากร (ปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 1.8 ล้านบาทต่อปี) มีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามประมวลรัษฎากร (ปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 1.8 ล้านบาทต่อปี) มีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเริ่มดำเนินการ

ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทำรายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด

ลำดับขั้นตอนที่ใช้จริง

ตรวจเกณฑ์รายรับและประเภทกิจการ → ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม → ออกใบกำกับภาษีให้ครบรายการ → จัดทำรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย → ยื่นแบบ ภ.พ.30 รายเดือน → เก็บเอกสารรองรับการตรวจสอบ

ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมีรายการครบถ้วนตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด เช่น คำว่าใบกำกับภาษี ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออกและผู้ซื้อ เลขที่ วันที่ รายการ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่แยกออกจากราคาสินค้า

ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมีรายการครบถ้วนตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด เช่น คำว่าใบกำกับภาษี ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออกและผู้ซื้อ เลขที่ วันที่ รายการ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่แยกออกจากราคาสินค้า

ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมีรายการครบถ้วนตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด เช่น คำว่าใบกำกับภาษี ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออกและผู้ซื้อ เลขที่ วันที่ รายการ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่แยกออกจากราคาสินค้า

ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปต้องมีรายการครบถ้วนตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด เช่น คำว่าใบกำกับภาษี ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออกและผู้ซื้อ เลขที่ วันที่ รายการ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่แยกออกจากราคาสินค้า

คำแนะนำก่อนใช้บริการ

  • ประเมินรายรับสะสมทุกเดือน เพื่อยื่นจดทะเบียนได้ทันกำหนดเมื่อใกล้เกณฑ์
  • ตรวจรายการบนใบกำกับภาษีก่อนรับเข้าระบบ แทนการตรวจตอนปิดงบ
  • แยกกิจการที่ได้รับยกเว้นออกจากกิจการที่ต้องเสียภาษีให้ชัดเจนตั้งแต่ผังบัญชี
  • ใช้ช่องทางยื่นแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อได้ประโยชน์จากการขยายเวลายื่นตามประกาศที่มีผลบังคับ

ข้อควรระวัง

  • การออกใบกำกับภาษีก่อนหรือหลังจุดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • การนำภาษีซื้อต้องห้าม เช่น ค่ารับรองบางประเภท มาใช้เครดิต
  • การลืมยื่นแบบในเดือนที่ไม่มีรายได้ ทั้งที่ยังมีหน้าที่ยื่นแบบ

สาเหตุที่งานถูกตีกลับหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ที่ตั้งสถานประกอบการตรวจสอบไม่พบจริง หรือเป็นที่อยู่ที่ใช้ร่วมกันโดยไม่มีหลักฐานสิทธิใช้สถานที่
  • ใบกำกับภาษีขาดรายการบังคับ ทำให้ผู้ซื้อใช้เครดิตภาษีซื้อไม่ได้
  • ยื่นแบบล่าช้าเกินกำหนด ทำให้เกิดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร
  • รายงานภาษีซื้อ-ภาษีขายไม่ตรงกับแบบที่ยื่น

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในงานนี้

DBD e-Filing
ระบบนำส่งงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
รายจ่ายต้องห้าม
รายจ่ายที่ประมวลรัษฎากรไม่ให้นำมาหักในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี
ภ.ง.ด.50
แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี ยื่นภายใน 150 วันนับแต่วันสิ้นรอบ
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ผู้ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ทำหน้าที่ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงิน
อนุสัญญาภาษีซ้อน
ความตกลงระหว่างประเทศเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน ใช้กำหนดสิทธิการจัดเก็บภาษีระหว่างสองรัฐ
TFRS for NPAEs
มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ ประกาศใช้โดยสภาวิชาชีพบัญชี
ภ.ง.ด.51
แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี
ภ.พ.30
แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนภาษีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องยื่นต่อกรมสรรพากร

แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิ

ตรวจทานข้อมูลเมื่อ 2026-08

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไปตามระเบียบที่หน่วยงานประกาศไว้ ณ ช่วงเวลาที่ตรวจทาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะรายและไม่ใช่การรับประกันผล เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาพิจารณาเป็นอำนาจของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานร่วมกับ IVC

  1. ประเมินสถานะทะเบียนภาษีและภาระหน้าที่ตามกฎหมายที่กิจการมีอยู่จริง
  2. จัดทำรายการเอกสารรายเดือนและกำหนดรอบส่งเอกสารที่ปฏิบัติได้จริง
  3. บันทึกบัญชีและยื่นแบบภาษีรายเดือนภายในกำหนดของแต่ละหน่วยงาน
  4. แจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดแบบครึ่งปีและกำหนดปิดงบประจำปี
  5. ประสานผู้สอบบัญชีและจัดเตรียมเอกสารยืนยันยอดให้ครบก่อนเริ่มตรวจ
  6. นำส่งงบการเงินและแบบประจำปี พร้อมส่งมอบชุดเอกสารและปฏิทินหน้าที่ของปีถัดไป

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยในกลุ่มงานนี้

ให้เจ้าหน้าที่ตรวจขอบเขตงานและเอกสารก่อนเริ่ม

สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล