ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ใบหย่าสำหรับใช้ที่รัสเซีย ต้องเตรียมและรับรองอย่างไร?

สรุปคำตอบสั้น

ใบหย่าสำหรับใช้ที่รัสเซีย ต้องเตรียมและรับรองอย่างไร? — ประเทศrussia เป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก เส้นทางเอกสารจึงจบที่ Apostille ของกรมการกงสุล โดยไม่ต้องนำไปรับรองซ้ำที่สถานทูต เว้นแต่หน่วยงานผู้รับกำหนดเป็นอย่างอื่น ค่าธรรมเนียมงานนิติกรณ์ของกรมการกงสุลอยู่ที่ฉบับละ 200 บาทสำหรับบริการปกติ และ 400 บาทสำหรับบริการด่วน ส่วนค่าธรรมเนียมและรอบคิวของสถานทูตเป็นอัตราและระเบียบของสถานทูตแต่ละแห่ง อนุสัญญากรุงเฮกมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 อ้างอิงแหล่งราชการท้ายหน้า

เส้นทางเอกสารของกรณีนี้

ประเทศrussia เป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก เส้นทางเอกสารจึงจบที่ Apostille ของกรมการกงสุล โดยไม่ต้องนำไปรับรองซ้ำที่สถานทูต เว้นแต่หน่วยงานผู้รับกำหนดเป็นอย่างอื่น

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดหน่วยงานผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ยืนยันข้อกำหนดปลายทางสอบถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการ Apostille หรือการรับรองสถานทูต ภาษาคำแปล และเกณฑ์อายุเอกสารผู้ยื่นก่อนเริ่มงาน
2. ตรวจสถานะภาคีตรวจสถานะอนุสัญญากรุงเฮกของคู่ประเทศจากตารางสถานะ HCCH เพื่อเลือกเส้นทางเอกสารผู้ยื่นก่อนเริ่มงาน
3. จัดเตรียมต้นฉบับคัดรับรองเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก หรือให้ผู้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อสำหรับเอกสารที่ทำขึ้นเองหน่วยงานผู้ออกเอกสาร / ผู้รับรองลายมือชื่อตามรอบบริการของหน่วยงาน
4. แปลตามข้อกำหนดแปลให้ตรงต้นฉบับทุกรายการ รวมข้อความในตราประทับผู้แปลตามปริมาณเอกสาร
5. รับรองที่กรมการกงสุลยื่นนิติกรณ์หรือขอ Apostille (200 บาทต่อฉบับ บริการปกติ / 400 บาทต่อฉบับ บริการด่วน)กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศตามรอบบริการปกติหรือด่วน

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ฉบับคัดรับรองรายการทะเบียนที่ออกใหม่ภายในเกณฑ์อายุที่ปลายทางกำหนด
  • ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อสกุล หากชื่อในทะเบียนต่างจากหนังสือเดินทาง
  • เอกสารของคู่สมรสอีกฝ่ายในรูปแบบที่ปลายทางกำหนด
  • ตรวจสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮกของประเทศปลายทางจากตารางสถานะของ HCCH
  • ตรวจว่าเอกสารเป็นฉบับจริงหรือฉบับคัดรับรองที่ปลายทางยอมรับ ไม่ใช่สำเนาที่รับรองเอง
  • การสะกดชื่อ-สกุลในทุกฉบับตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร
  • คำแปลตรงกับต้นฉบับทั้งตัวเลข วันที่ และข้อความในตราประทับ
  • ตรวจประกาศของสถานทูตปลายทางเรื่องการนัดหมาย จำนวนสำเนา และวิธีชำระค่าธรรมเนียม

เอกสารทะเบียนราษฎรและสถานะบุคคล

เอกสารกลุ่มนี้ ได้แก่ สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อสกุล หนังสือรับรองความเป็นโสด และมรณบัตร โดยปกติออกโดยสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ และหลายแห่งออกฉบับแปลภาษาอังกฤษที่ผ่านการรับรองของนายทะเบียนได้

ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนรับรอง ควรตรวจว่าฉบับที่ถืออยู่เป็นฉบับที่หน่วยงานปลายทางยอมรับ เช่น บางประเทศรับเฉพาะฉบับคัดรับรองรายการที่ออกใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่รับสำเนาถ่ายเอกสารที่รับรองเอง

ความสอดคล้องของการสะกดชื่อระหว่างเอกสารทุกฉบับกับหนังสือเดินทางเป็นเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่ตรวจเข้มที่สุด หากมีประวัติเปลี่ยนชื่อหรือสกุล ต้องแนบใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อเข้าไปในชุดเดียวกันเพื่อเชื่อมโยงตัวบุคคลให้ครบสาย

จุดตรวจเฉพาะสำหรับเอกสารสถานะสมรส

หนังสือรับรองความเป็นโสดและทะเบียนสมรสมักถูกกำหนดอายุนับจากวันที่คัดรับรอง ไม่ใช่วันที่จดทะเบียน จึงควรคัดฉบับใหม่ให้ใกล้วันยื่นที่สุดเท่าที่กรอบเวลารับรองจะเอื้อ

หากคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ ปลายทางมักขอเอกสารของทั้งสองฝ่ายในรูปแบบรับรองที่สอดคล้องกัน การวางแผนสองฝั่งพร้อมกันช่วยไม่ให้ฝ่ายหนึ่งหมดอายุระหว่างรออีกฝ่าย

คำแปลและการรับรองคำแปล

ภาษาของคำแปลกำหนดโดยผู้รับเอกสารปลายทาง บางประเทศรับคำแปลภาษาอังกฤษ บางประเทศบังคับภาษาราชการของตนเอง และบางแห่งกำหนดให้แปลโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียนในประเทศนั้นเท่านั้น

คำแปลที่จะนำไปรับรองที่กรมการกงสุลต้องตรงกับต้นฉบับทุกรายการ รวมถึงตัวเลข วันที่ ตราประทับ และข้อความในตรา ข้อผิดพลาดเล็กน้อยอย่างการสะกดชื่อสถานที่ก็เป็นเหตุให้ถูกส่งกลับแก้ไขได้

หากเอกสารจะถูกเพิ่มตราหรือใบรับรองในขั้นตอนถัดไป ควรวางแผนว่าจะแปลตราเหล่านั้นด้วยหรือไม่ เพราะบางปลายทางต้องการคำแปลที่ครอบคลุมทุกตราบนเอกสาร

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • คิดว่าประเทศปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกโดยไม่ได้ตรวจตารางสถานะจริง
  • ไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าในสถานทูตที่รับเรื่องเฉพาะผู้มีนัด
  • เย็บเล่มหรือประทับตราทับข้อความจนอ่านรายการสำคัญไม่ได้
  • แปลก่อนได้รับตราชั้นสุดท้าย ทำให้คำแปลไม่ครอบคลุมใบรับรองที่เพิ่มมา
  • นำเอกสารไปยื่นที่สถานทูตโดยยังไม่ผ่านการรับรองของกรมการกงสุล
  • คำแปลไม่ตรงต้นฉบับ โดยเฉพาะวันที่ ตัวเลข และข้อความในตราประทับ

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในกระบวนการ

ฉบับคัดรับรองรายการ
เอกสารที่นายทะเบียนคัดจากฐานข้อมูลและรับรองใหม่ ต่างจากสำเนาถ่ายเอกสารที่ผู้ถือรับรองเอง
Certified Translation
คำแปลที่มีคำรับรองความถูกต้องของผู้แปลหรือหน่วยงานที่ปลายทางยอมรับ เงื่อนไขแตกต่างกันตามประเทศผู้รับ
Consular Legalization
การรับรองลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่ชั้นก่อนหน้าโดยสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทาง ใช้กับประเทศที่ไม่ใช่รัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก
Apostille
ใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตระหว่างรัฐภาคี มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
นิติกรณ์
งานรับรองเอกสารของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมฉบับละ 200 บาทสำหรับบริการปกติ และ 400 บาทสำหรับบริการด่วน
เอกสารมหาชน
เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นขอบเขตที่ Apostille ใช้ได้

แหล่งอ้างอิงทางการ

หน้านี้ให้ข้อมูลกระบวนการเอกสาร ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย กรณีที่มีข้อพิพาทหรือประเด็นทางกฎหมายควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ต่อเนื่องกัน