ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

รับรองสัญญาซื้อขาย ใช้ที่โปแลนด์

หนังสือมอบอำนาจ คำให้การ และสัญญาที่จะใช้ต่างประเทศ ต้องมีการรับรองลายมือชื่อที่ถูกชั้นก่อนเข้าสู่กรมการกงสุลและสถานทูต ข้อความในเอกสารต้องระบุขอบเขตอำนาจชัดเจน

หนังสือมอบอำนาจและเอกสารทางกฎหมาย

สรุปคำตอบสั้น

รับรองสัญญาซื้อขาย ใช้ที่โปแลนด์ — ประเทศpoland เป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก เส้นทางเอกสารจึงจบที่ Apostille ของกรมการกงสุล โดยไม่ต้องนำไปรับรองซ้ำที่สถานทูต เว้นแต่หน่วยงานผู้รับกำหนดเป็นอย่างอื่น ค่าธรรมเนียมงานนิติกรณ์ของกรมการกงสุลอยู่ที่ฉบับละ 200 บาทสำหรับบริการปกติ และ 400 บาทสำหรับบริการด่วน ส่วนค่าธรรมเนียมและรอบคิวของสถานทูตเป็นอัตราและระเบียบของสถานทูตแต่ละแห่ง อนุสัญญากรุงเฮกมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 อ้างอิงแหล่งราชการท้ายหน้า

เส้นทางเอกสารของกรณีนี้

ประเทศpoland เป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก เส้นทางเอกสารจึงจบที่ Apostille ของกรมการกงสุล โดยไม่ต้องนำไปรับรองซ้ำที่สถานทูต เว้นแต่หน่วยงานผู้รับกำหนดเป็นอย่างอื่น

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดหน่วยงานผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ยืนยันข้อกำหนดปลายทางสอบถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการ Apostille หรือการรับรองสถานทูต ภาษาคำแปล และเกณฑ์อายุเอกสารผู้ยื่นก่อนเริ่มงาน
2. ตรวจสถานะภาคีตรวจสถานะอนุสัญญากรุงเฮกของคู่ประเทศจากตารางสถานะ HCCH เพื่อเลือกเส้นทางเอกสารผู้ยื่นก่อนเริ่มงาน
3. จัดเตรียมต้นฉบับคัดรับรองเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก หรือให้ผู้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อสำหรับเอกสารที่ทำขึ้นเองหน่วยงานผู้ออกเอกสาร / ผู้รับรองลายมือชื่อตามรอบบริการของหน่วยงาน
4. แปลตามข้อกำหนดแปลให้ตรงต้นฉบับทุกรายการ รวมข้อความในตราประทับผู้แปลตามปริมาณเอกสาร
5. รับรองที่กรมการกงสุลยื่นนิติกรณ์หรือขอ Apostille (200 บาทต่อฉบับ บริการปกติ / 400 บาทต่อฉบับ บริการด่วน)กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศตามรอบบริการปกติหรือด่วน

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ตรวจว่าเอกสารเป็นฉบับจริงหรือฉบับคัดรับรองที่ปลายทางยอมรับ ไม่ใช่สำเนาที่รับรองเอง
  • การสะกดชื่อ-สกุลในทุกฉบับตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร
  • คำแปลตรงกับต้นฉบับทั้งตัวเลข วันที่ และข้อความในตราประทับ
  • ตรวจประกาศของสถานทูตปลายทางเรื่องการนัดหมาย จำนวนสำเนา และวิธีชำระค่าธรรมเนียม
  • เผื่อกรอบเวลาสำหรับการแก้ไขคำแปลหนึ่งรอบก่อนกำหนดยื่นจริง

หนังสือมอบอำนาจและเอกสารทางกฎหมาย

หนังสือมอบอำนาจ คำให้การเป็นหนังสือ หนังสือยินยอม สัญญา และพินัยกรรม เป็นเอกสารที่คู่กรณีจัดทำขึ้นเอง จึงต้องมีการรับรองลายมือชื่อโดยผู้มีอำนาจรับรองก่อน ในประเทศไทยงานลักษณะนี้ดำเนินการโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารตามข้อบังคับสภาทนายความ

ระบบไทยไม่มี notary public แบบประเทศ civil law และผู้รับรองคือทนายความที่ได้รับใบอนุญาตทำคำรับรองจากสภาทนายความ ข้อเท็จจริงนี้สำคัญเมื่อปลายทางกำหนดคำว่า notarized เพราะต้องอธิบายให้ผู้รับเอกสารเข้าใจโครงสร้างของไทย

หลังรับรองลายมือชื่อแล้ว เอกสารจึงเข้าสู่ขั้นตอนของกรมการกงสุล และหากปลายทางไม่ใช่รัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก จึงต่อด้วยการรับรองที่สถานทูตของประเทศนั้น

เอกสารทางการแพทย์และใบรับรองแพทย์

ใบรับรองแพทย์ ผลตรวจสุขภาพ ใบรับรองการฉีดวัคซีน และเอกสารประวัติการรักษา ต้องออกโดยสถานพยาบาลและลงนามโดยแพทย์ผู้มีใบอนุญาต บางกรณีปลายทางกำหนดให้แพทยสภาหรือหน่วยงานต้นสังกัดรับรองลายมือชื่อแพทย์ก่อน

เอกสารที่ระบุข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว การส่งสำเนาให้ผู้ดำเนินการแทนควรจำกัดเฉพาะเท่าที่จำเป็นและมีหนังสือยินยอมกำกับ

ปลายทางหลายแห่งกำหนดอายุใบรับรองแพทย์เพียงไม่กี่เดือน จึงควรทำขั้นตอนรับรองต่อเนื่องทันทีหลังออกเอกสาร ไม่ควรเว้นช่วงรอเอกสารอื่นในชุดเดียวกัน

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • ยื่นสำเนาในกรณีที่สถานทูตกำหนดให้ยื่นฉบับจริง
  • เอกสารที่บริษัทหรือบุคคลจัดทำเอง แต่ยังไม่มีการรับรองลายมือชื่อโดยผู้มีอำนาจ
  • คิดว่าประเทศปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกโดยไม่ได้ตรวจตารางสถานะจริง
  • ไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าในสถานทูตที่รับเรื่องเฉพาะผู้มีนัด
  • เย็บเล่มหรือประทับตราทับข้อความจนอ่านรายการสำคัญไม่ได้
  • แปลก่อนได้รับตราชั้นสุดท้าย ทำให้คำแปลไม่ครอบคลุมใบรับรองที่เพิ่มมา

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในกระบวนการ

เขตอาณา
ขอบเขตพื้นที่ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลแห่งหนึ่งรับผิดชอบ ใช้ตัดสินว่าเอกสารจากประเทศไทยต้องยื่นที่สำนักงานใด
ฉบับคัดรับรองรายการ
เอกสารที่นายทะเบียนคัดจากฐานข้อมูลและรับรองใหม่ ต่างจากสำเนาถ่ายเอกสารที่ผู้ถือรับรองเอง
Certified Translation
คำแปลที่มีคำรับรองความถูกต้องของผู้แปลหรือหน่วยงานที่ปลายทางยอมรับ เงื่อนไขแตกต่างกันตามประเทศผู้รับ
Consular Legalization
การรับรองลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่ชั้นก่อนหน้าโดยสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทาง ใช้กับประเทศที่ไม่ใช่รัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก
Apostille
ใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตระหว่างรัฐภาคี มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
นิติกรณ์
งานรับรองเอกสารของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมฉบับละ 200 บาทสำหรับบริการปกติ และ 400 บาทสำหรับบริการด่วน

แหล่งอ้างอิงทางการ

ข้อมูลในหน้านี้เรียบเรียงจากประกาศของหน่วยงานที่อ้างอิงไว้ท้ายหน้า ข้อกำหนดของสถานทูตแต่ละแห่งเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

การทำงานร่วมกับ IVC

  1. ส่งภาพสแกนเอกสารและระบุประเทศ/หน่วยงานผู้รับปลายทาง
  2. เราตรวจว่าปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกหรือไม่ แล้ววางลำดับการรับรอง
  3. ดำเนินการแปลตามภาษาที่ปลายทางกำหนด และตรวจการสะกดชื่อให้ตรงพาสปอร์ต
  4. ยื่นนิติกรณ์/Apostille ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  5. หากปลายทางไม่ใช่รัฐภาคี ยื่นรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตในกรุงเทพฯ ตามระเบียบของสถานทูตนั้น
  6. ส่งเอกสารคืนพร้อมสรุปรายการตราประทับที่ได้รับ

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ต่อเนื่องกัน

ปรึกษาการจัดทำหนังสือมอบอำนาจ