ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

รับรองหนังสือรับรองความประพฤติ ใช้ที่ไต้หวัน (สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป)

หนังสือรับรองความประพฤติออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล และมักต้องผ่านกรมการกงสุลก่อนนำไปยื่นสถานทูตหรือหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองปลายทาง

หนังสือรับรองความประพฤติ / Police Clearance

สรุปคำตอบสั้น

รับรองหนังสือรับรองความประพฤติ ใช้ที่ไต้หวัน (สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป) — ประเทศtaiwan ยังไม่ใช่รัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก เอกสารจึงต้องผ่านนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลก่อน แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศนั้นในกรุงเทพฯ ค่าธรรมเนียมงานนิติกรณ์ของกรมการกงสุลอยู่ที่ฉบับละ 200 บาทสำหรับบริการปกติ และ 400 บาทสำหรับบริการด่วน ส่วนค่าธรรมเนียมและรอบคิวของสถานทูตเป็นอัตราและระเบียบของสถานทูตแต่ละแห่ง อนุสัญญากรุงเฮกมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 อ้างอิงแหล่งราชการท้ายหน้า

เส้นทางเอกสารของกรณีนี้

ประเทศtaiwan ยังไม่ใช่รัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก เอกสารจึงต้องผ่านนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลก่อน แล้วรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตของประเทศนั้นในกรุงเทพฯ

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดหน่วยงานผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
1. ยืนยันข้อกำหนดปลายทางสอบถามหน่วยงานผู้รับว่าต้องการ Apostille หรือการรับรองสถานทูต ภาษาคำแปล และเกณฑ์อายุเอกสารผู้ยื่นก่อนเริ่มงาน
2. ตรวจสถานะภาคีตรวจสถานะอนุสัญญากรุงเฮกของคู่ประเทศจากตารางสถานะ HCCH เพื่อเลือกเส้นทางเอกสารผู้ยื่นก่อนเริ่มงาน
3. จัดเตรียมต้นฉบับคัดรับรองเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก หรือให้ผู้มีอำนาจรับรองลายมือชื่อสำหรับเอกสารที่ทำขึ้นเองหน่วยงานผู้ออกเอกสาร / ผู้รับรองลายมือชื่อตามรอบบริการของหน่วยงาน
4. แปลตามข้อกำหนดแปลให้ตรงต้นฉบับทุกรายการ รวมข้อความในตราประทับผู้แปลตามปริมาณเอกสาร
5. รับรองที่กรมการกงสุลยื่นนิติกรณ์หรือขอ Apostille (200 บาทต่อฉบับ บริการปกติ / 400 บาทต่อฉบับ บริการด่วน)กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศตามรอบบริการปกติหรือด่วน
6. รับรองที่สถานทูตปลายทางเฉพาะกรณีปลายทางไม่ใช่รัฐภาคี หรือผู้รับเอกสารกำหนดตราสถานทูตเพิ่มสถานเอกอัครราชทูตปลายทางตามระเบียบและคิวของแต่ละสถานทูต

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือรับรองความประพฤติฉบับจริงจากศูนย์บริการฯ
  • คำแปลตามภาษาที่ปลายทางกำหนด
  • แผนขั้นตอนรับรองต่อเนื่องภายในกรอบอายุเอกสารของปลายทาง
  • เผื่อกรอบเวลาสำหรับการแก้ไขคำแปลหนึ่งรอบก่อนกำหนดยื่นจริง
  • เก็บสำเนาทุกชั้นของการรับรองไว้เป็นหลักฐานอ้างอิงภายหลัง
  • ยืนยันกับหน่วยงานผู้รับปลายทางว่าต้องการ Apostille หรือการรับรองโดยสถานทูต
  • ตรวจสถานะภาคีอนุสัญญากรุงเฮกของประเทศปลายทางจากตารางสถานะของ HCCH
  • ตรวจว่าเอกสารเป็นฉบับจริงหรือฉบับคัดรับรองที่ปลายทางยอมรับ ไม่ใช่สำเนาที่รับรองเอง

หนังสือรับรองความประพฤติในเส้นทางรับรองเอกสาร

หนังสือรับรองความประพฤติสำหรับใช้ในต่างประเทศออกโดยศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นคนละหน่วยงานกับการตรวจสอบประวัติเพื่อใช้ภายในประเทศ

เมื่อได้รับเอกสารแล้ว หากปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ให้ขอ Apostille ที่กรมการกงสุล หากไม่ใช่รัฐภาคี ให้ทำนิติกรณ์แล้วนำไปรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง

เอกสารกลุ่มนี้มักมีเงื่อนไขเรื่องอายุที่สั้นกว่าเอกสารประเภทอื่น หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองหลายแห่งกำหนดให้ออกใหม่ภายในระยะเวลาที่ระบุ การจัดลำดับเวลาให้เอกสารสดที่สุด ณ วันยื่นจึงสำคัญ

จุดตรวจเฉพาะสำหรับหนังสือรับรองความประพฤติ

ต้นทางของเอกสารคือศูนย์บริการออกหนังสือรับรองความประพฤติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ไม่ใช่หน่วยงานตรวจประวัติสำหรับใช้ภายในประเทศ การยื่นผิดหน่วยงานทำให้ได้เอกสารที่ปลายทางไม่รับ

หลังได้รับเอกสารแล้วควรเข้าสู่ขั้นตอนรับรองทันที เพราะปลายทางมักนับอายุจากวันที่ออกเอกสาร ไม่ใช่วันที่รับรอง

เอกสารทางการแพทย์และใบรับรองแพทย์

ใบรับรองแพทย์ ผลตรวจสุขภาพ ใบรับรองการฉีดวัคซีน และเอกสารประวัติการรักษา ต้องออกโดยสถานพยาบาลและลงนามโดยแพทย์ผู้มีใบอนุญาต บางกรณีปลายทางกำหนดให้แพทยสภาหรือหน่วยงานต้นสังกัดรับรองลายมือชื่อแพทย์ก่อน

เอกสารที่ระบุข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว การส่งสำเนาให้ผู้ดำเนินการแทนควรจำกัดเฉพาะเท่าที่จำเป็นและมีหนังสือยินยอมกำกับ

ปลายทางหลายแห่งกำหนดอายุใบรับรองแพทย์เพียงไม่กี่เดือน จึงควรทำขั้นตอนรับรองต่อเนื่องทันทีหลังออกเอกสาร ไม่ควรเว้นช่วงรอเอกสารอื่นในชุดเดียวกัน

สาเหตุที่เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • คำแปลไม่ตรงต้นฉบับ โดยเฉพาะวันที่ ตัวเลข และข้อความในตราประทับ
  • การสะกดชื่อในเอกสารไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง และไม่มีใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อแนบ
  • ใช้ฉบับคัดรับรองที่ออกไว้นานเกินเกณฑ์อายุที่หน่วยงานปลายทางกำหนด
  • ยื่นสำเนาในกรณีที่สถานทูตกำหนดให้ยื่นฉบับจริง
  • เอกสารที่บริษัทหรือบุคคลจัดทำเอง แต่ยังไม่มีการรับรองลายมือชื่อโดยผู้มีอำนาจ
  • คิดว่าประเทศปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกโดยไม่ได้ตรวจตารางสถานะจริง

อภิธานศัพท์ที่ใช้ในกระบวนการ

ฉบับคัดรับรองรายการ
เอกสารที่นายทะเบียนคัดจากฐานข้อมูลและรับรองใหม่ ต่างจากสำเนาถ่ายเอกสารที่ผู้ถือรับรองเอง
Certified Translation
คำแปลที่มีคำรับรองความถูกต้องของผู้แปลหรือหน่วยงานที่ปลายทางยอมรับ เงื่อนไขแตกต่างกันตามประเทศผู้รับ
Consular Legalization
การรับรองลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่ชั้นก่อนหน้าโดยสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทาง ใช้กับประเทศที่ไม่ใช่รัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮก
Apostille
ใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ใช้แทนการรับรองซ้ำที่สถานทูตระหว่างรัฐภาคี มีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024
นิติกรณ์
งานรับรองเอกสารของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมฉบับละ 200 บาทสำหรับบริการปกติ และ 400 บาทสำหรับบริการด่วน
เอกสารมหาชน
เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ซึ่งเป็นขอบเขตที่ Apostille ใช้ได้

แหล่งอ้างอิงทางการ

ระยะเวลาและผลการพิจารณาเป็นดุลพินิจของหน่วยงานราชการและสถานทูต ไม่มีผู้ให้บริการรายใดรับประกันจำนวนวันหรือผลได้

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับสถานทูตปลายทางก่อนยื่นทุกครั้ง

การทำงานร่วมกับ IVC

  1. ส่งภาพสแกนเอกสารและระบุประเทศ/หน่วยงานผู้รับปลายทาง
  2. เราตรวจว่าปลายทางเป็นรัฐภาคีอนุสัญญากรุงเฮกหรือไม่ แล้ววางลำดับการรับรอง
  3. ดำเนินการแปลตามภาษาที่ปลายทางกำหนด และตรวจการสะกดชื่อให้ตรงพาสปอร์ต
  4. ยื่นนิติกรณ์/Apostille ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  5. หากปลายทางไม่ใช่รัฐภาคี ยื่นรับรองต่อที่สถานเอกอัครราชทูตในกรุงเทพฯ ตามระเบียบของสถานทูตนั้น
  6. ส่งเอกสารคืนพร้อมสรุปรายการตราประทับที่ได้รับ

กลุ่มเนื้อหาอื่นที่มักใช้ต่อเนื่องกัน

วางแผนเวลาเอกสารรับรองความประพฤติ