ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

การขอสำเนาปริญญาบัตรและ transcript ฉบับใหม่จากสถาบันเดิม ถ้าเร่งด่วนมีทางลัดที่ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่

สรุปคำตอบสั้น

เอกสารการศึกษาที่จะใช้ข้ามประเทศต้องผ่านลำดับที่ถูกต้อง คือได้ต้นฉบับที่ถูกต้องจากสถาบัน แปลให้ตรงกับต้นฉบับ รับรองคำแปล แล้วจึงรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล และรับรองสถานทูตเพิ่มเมื่อประเทศปลายทางไม่ใช่ภาคีอนุสัญญาอะพอสทิล การสลับลำดับเป็นสาเหตุที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับบ่อยที่สุด

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

ตรวจสอบว่าปลายทางต้องการต้นฉบับหรือสำเนารับรอง → ขอเอกสารจากสถาบันให้ครบชุด → แปลโดยผู้แปลที่รับผิดชอบและรับรองคำแปล → ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → ขออะพอสทิลหรือรับรองสถานทูตตามสถานะภาคีของปลายทาง → ตรวจความถูกต้องของชื่อและวันที่ทุกหน้าก่อนส่งมอบ

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
ตรวจเอกสารต้นทางตรวจความครบถ้วนของปริญญาบัตร ใบแสดงผลการศึกษา และความสอดคล้องของชื่อIVC1–3 วันทำการ
ตรวจเอกสารต้นทางตรวจความครบถ้วนของปริญญาบัตร ใบแสดงผลการศึกษา และความสอดคล้องของชื่อIVC1–3 วันทำการ
ตรวจเอกสารต้นทางตรวจความครบถ้วนของปริญญาบัตร ใบแสดงผลการศึกษา และความสอดคล้องของชื่อIVC1–3 วันทำการ
ตรวจเอกสารต้นทางตรวจความครบถ้วนของปริญญาบัตร ใบแสดงผลการศึกษา และความสอดคล้องของชื่อIVC1–3 วันทำการ
ตรวจเอกสารต้นทางตรวจความครบถ้วนของปริญญาบัตร ใบแสดงผลการศึกษา และความสอดคล้องของชื่อIVC1–3 วันทำการ
ตรวจเอกสารต้นทางตรวจความครบถ้วนของปริญญาบัตร ใบแสดงผลการศึกษา และความสอดคล้องของชื่อIVC1–3 วันทำการ

เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียม

  • ต้นฉบับเอกสารการศึกษาที่ต้องการใช้
  • สำเนาหนังสือเดินทางเพื่อยืนยันการสะกดชื่อ
  • รายชื่อประเทศและหน่วยงานปลายทางที่จะยื่น
  • คำแปลพร้อมคำรับรองการแปล
  • ใบเสร็จหรือหลักฐานการยื่นนิติกรณ์
  • สำเนาสำรองทุกฉบับทั้งแบบกระดาษและไฟล์สแกน

สาระสำคัญของ “การขอสำเนาปริญญาบัตรและ transcript ฉบับใหม่จากสถาบันเดิม ถ้าเร่งด่วนมีทางลัดที่ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม การแปล รับรองคำแปล และนิติกรณ์เอกสารการศึกษา หน่วยงานหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศปลายทาง และสถาบันการศึกษาผู้ออกเอกสาร การพิจารณาทุกกรณีเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมงาน ตรวจความสอดคล้อง และประสานงานให้ตรงรูปแบบที่ปลายทางกำหนด แต่ไม่ใช่หน่วยงานราชการและไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

ควรถ่ายสำเนาและสแกนเก็บทุกฉบับก่อนส่งออก เพราะการขอออกใหม่จากสถาบันต้นทางใช้เวลานานกว่าที่คาด

ระยะเวลาที่ปลายทางยอมรับอายุของเอกสารต่างกันไป บางแห่งกำหนดว่าต้องออกไม่เกินช่วงเวลาที่กำหนดก่อนวันยื่น

คำแปลต้องสะกดชื่อบุคคลให้ตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร รวมถึงลำดับชื่อกลางและเครื่องหมายในชื่อ

ข้อกำหนดและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม

ตัวเลขวันที่ต้องระบุให้ชัดว่าเป็นปีพุทธศักราชหรือคริสต์ศักราช เพราะการแปลผิดปีทำให้เอกสารขัดกับหลักฐานอื่น

เอกสารบางฉบับที่พิมพ์จากระบบออนไลน์ของสถาบันต้องมีการรับรองสำเนาถูกต้องจากสถาบันก่อนจึงจะรับนิติกรณ์ได้

อะพอสทิลรับรองที่มาของลายมือชื่อและตราประทับ ไม่ได้รับรองว่าเนื้อหาถูกต้องหรือวุฒินั้นเทียบเท่ากับวุฒิของปลายทาง

หลักสูตรที่เรียนออนไลน์ทั้งหมดหรือเรียนแบบเร่งรัดมีโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่มเติมมากกว่าปกติ ควรเตรียมหลักฐานการเข้าเรียนและตารางเรียนไว้ล่วงหน้า

เอกสารที่สถาบันออกให้เป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว หลายหน่วยงานยังต้องการคำแปลภาษาไทยพร้อมคำรับรอง จึงควรถามเกณฑ์ของปลายทางก่อนสั่งแปล

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

ข้อผิดพลาดที่พบมากที่สุดคือการเริ่มแปลและรับรองเอกสารก่อนที่จะรู้ว่าปลายทางต้องการรูปแบบใด หลายกรณีต้องแปลใหม่ทั้งชุดเพราะปลายทางกำหนดให้สถาบันส่งเอกสารตรง หรือกำหนดรูปแบบรายงานผลเฉพาะ การถามเกณฑ์ให้ครบก่อนลงมือช่วยลดทั้งเวลาและการทำงานซ้ำ

อีกกลุ่มหนึ่งคือความไม่สอดคล้องของชื่อและวันที่ระหว่างเอกสารแต่ละฉบับ ทั้งการสะกดชื่อตามหนังสือเดินทาง การใช้ปีพุทธศักราชกับคริสต์ศักราช และชื่อสถาบันที่เปลี่ยนไปตามการควบรวม ควรตรวจสอบเทียบทีละฉบับก่อนยื่น และเตรียมหลักฐานเชื่อมโยงไว้ล่วงหน้า

สาเหตุที่งานล่าช้าหรือถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • แปลก่อนแล้วพบว่าต้นฉบับยังไม่ถูกต้องหรือยังไม่ครบชุด
  • สะกดชื่อในคำแปลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง
  • ยื่นสำเนาที่ไม่มีการรับรองจากสถาบันผู้ออกเอกสาร
  • ข้ามขั้นตอนนิติกรณ์แล้วไปยื่นสถานทูตโดยตรง
  • เอกสารชำรุด มีรอยแก้ไข หรือมีการเขียนทับบนต้นฉบับ
  • ไม่มีใบแสดงผลการศึกษาตลอดหลักสูตร มีเพียงใบปริญญา

ศัพท์ที่ควรรู้ในงานการแปล รับรองคำแปล และนิติกรณ์เอกสารการศึกษา

การเทียบวุฒิ
การพิจารณาว่าคุณวุฒิที่ได้รับจากต่างประเทศเทียบได้กับระดับการศึกษาใดของไทย เพื่อใช้ศึกษาต่อหรือใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด
หลักสูตรที่ได้รับการรับรอง
หลักสูตรที่หน่วยงานกำกับของประเทศที่ตั้งสถาบันรับรองสถานะ ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการเทียบวุฒิ
สภาวิชาชีพ
องค์กรที่กฎหมายกำหนดให้กำกับดูแลการประกอบวิชาชีพเฉพาะสาขา รวมถึงการขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต
อะพอสทิล
หนังสือรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ใช้แทนการรับรองซ้อนของสถานทูตระหว่างประเทศที่เป็นภาคีด้วยกัน
นิติกรณ์
การรับรองลายมือชื่อและตราประทับบนเอกสารโดยกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล เพื่อให้เอกสารใช้ได้ในต่างประเทศ
Transcript
ใบแสดงผลการศึกษาที่ระบุรายวิชา หน่วยกิต และผลการเรียนตลอดหลักสูตร
Credential evaluation
รายงานประเมินคุณวุฒิที่จัดทำโดยหน่วยงานประเมินในต่างประเทศ ระบุระดับที่เทียบได้กับระบบการศึกษาของประเทศนั้น

แหล่งอ้างอิงหน่วยงาน

ข้อควรระวังและขอบเขตความรับผิดชอบ

ข้อมูลในหน้านี้เป็นแนวทางทั่วไป ณ สิงหาคม 2026 หลักเกณฑ์การเทียบวุฒิ การรับรองคุณวุฒิ และเงื่อนไขของหน่วยงานประเมินในต่างประเทศเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนดำเนินการ IVC เป็นบริษัทที่ปรึกษาเอกชน ไม่ใช่ตัวแทนของหน่วยงานราชการ และไม่รับประกันผลการพิจารณา

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026

ต้องการคำตอบเฉพาะเคสของคุณ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล