What is the fundamental legal difference between traditional MFA document Legalization and an Apostille stamp?
ตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2024 ไทยเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก เอกสารที่ใช้ในประเทศภาคีจึงจบที่ Apostille ของกรมการกงสุล ไม่ต้องผ่านสถานทูตอีก
คำตอบโดยละเอียด
ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกอย่างเป็นทางการเมื่อ 22 ธันวาคม 2024 เอกสารที่จะใช้ในประเทศภาคี 120+ ประเทศ จึงจบที่ Apostille ของกรมการกงสุล ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีกต่อไป
- ใช้ได้กับประเทศภาคีเฮก 120+ ประเทศ
- เอกสารที่ใช้ในประเทศนอกภาคี (จีน UAE ซาอุฯ) ยังต้องผ่านสถานทูตตามเดิม
- iVC ตรวจให้ก่อนว่าปลายทางรับ Apostille หรือไม่
- ประหยัดขั้นตอนสถานทูต (ลดเวลา 5–15 วัน และค่าธรรมเนียม)
ขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
- ส่งสำเนาเอกสารไทยผ่าน LINE @iVisa เพื่อตรวจ format ก่อนแปล (ฟรี)
- แปลไทย→อังกฤษ/ภาษาปลายทาง โดยนักแปลที่กรมการกงสุลยอมรับ
- ยื่นนิติกรณ์ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
- เลือกเส้นทางต่อ: Apostille (ประเทศภาคีเฮก) หรือสถานทูตปลายทาง
- ส่งผลเป็นสแกน PDF ก่อน แล้วตามด้วยตัวจริง EMS/DHL ทั่วโลก
ค่าใช้จ่ายอ้างอิง
- ค่าธรรมเนียมกรมการกงสุล (ปกติ): ฿400 / ตราประทับ (รับผล 2–3 วันทำการ)
- ค่าธรรมเนียมกรมการกงสุล (ด่วน): ฿800 / ตราประทับ (รับผลภายใน 1 วันทำการ)
- แปลรับรอง TH↔EN: ฿850 / หน้า (ภาษาอื่นเริ่ม ฿1,200 / หน้า)
- ค่าเดินเรื่อง iVC: เริ่ม ฿1,500 / ชุด (รวมรับ-ส่งในเขตกรุงเทพฯ)
ยังไม่แน่ใจกับเคสของคุณ?
ส่งรูปเอกสารมาทาง LINE @iVisa หรือโทร 080-557-8887 — ทีมนิติกรณ์ตอบภายใน 30 นาทีในเวลาทำการ