ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

พินัยกรรมและการจัดการมรดกที่มีทรัพย์สินข้ามประเทศ ต้องดำเนินการกับหน่วยงานใดเป็นผู้พิจารณา

งานรับรองลายมือชื่อและเอกสารในประเทศไทยดำเนินการโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ ซึ่งรับรองว่าผู้ลงนามได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าจริง ไม่ใช่การรับรองความถูกต้องของเนื้อหา ส่วนเอกสารที่จะใช้ต่างประเทศมักต้องผ่านกรมการกงสุลหรือขอ Apostille เพิ่มอีกชั้นตามที่ปลายทางกำหนด

สรุปคำตอบสั้น

งานรับรองลายมือชื่อและเอกสารในประเทศไทยดำเนินการโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ ซึ่งรับรองว่าผู้ลงนามได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าจริง ไม่ใช่การรับรองความถูกต้องของเนื้อหา ส่วนเอกสารที่จะใช้ต่างประเทศมักต้องผ่านกรมการกงสุลหรือขอ Apostille เพิ่มอีกชั้นตามที่ปลายทางกำหนด

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

ตรวจข้อกำหนดของผู้รับเอกสารปลายทาง → จัดทำหรือปรับถ้อยคำเอกสารให้ตรงข้อกำหนด → นัดผู้ลงนามพร้อมเอกสารแสดงตน → ลงลายมือชื่อต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรอง → แปลและรับรองคำแปลตามภาษาปลายทาง → ดำเนินการรับรองที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille และสถานทูตปลายทางเมื่อจำเป็น

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
แปลและรับรองแปลเอกสารและรับรองที่กรมการกงสุล สถานทูต หรือขอ Apostille ตามปลายทางIVC2–5 วันทำการ
จัดเตรียมเอกสารรวบรวมเอกสารบุคคล เอกสารนิติบุคคล และหลักฐานประกอบตามระเบียบผู้ขอและ IVC3–7 วันทำการ
วางลำดับงานกำหนดลำดับการยื่นและเอกสารตั้งต้นที่แต่ละขั้นต้องใช้IVC1–2 วันทำการ
ประเมินกรณีตรวจข้อเท็จจริง เอกสารที่มีอยู่ และหน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณาIVC ร่วมกับผู้ขอ1–2 วันทำการ
งานต่อเนื่องหลังได้รับผลวางแผนการต่ออายุ การรายงาน และการยื่นแบบตามรอบที่กฎหมายกำหนดผู้ขอตามรอบของกฎหมาย
รับผลและตรวจทานตรวจความถูกต้องของรายการในเอกสารที่ได้รับก่อนนำไปใช้ต่อIVC ร่วมกับผู้ขอ1 วันทำการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ต้นฉบับเอกสารที่จะรับรองพร้อมสำเนาที่ชัดเจน
  • หนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนตัวจริงของผู้ลงนามทุกคน
  • หนังสือรับรองนิติบุคคลและหลักฐานอำนาจลงนาม กรณีผู้ลงนามในนามบริษัท
  • แบบฟอร์มหรือถ้อยคำที่ผู้รับปลายทางกำหนดไว้ (ถ้ามี)
  • คำแปลรับรองภาษาที่ปลายทางกำหนด
  • ข้อมูลว่าเอกสารจะนำไปใช้ประเทศใด เพื่อกำหนดขั้นตอนรับรองต่อเนื่อง

สาระสำคัญของ “พินัยกรรมและการจัดการมรดกที่มีทรัพย์สินข้ามประเทศ ต้องดำเนินการกับหน่วยงานใดเป็นผู้พิจารณา”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม ที่ปรึกษากฎหมาย สัญญา และการรับรองลายมือชื่อ ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงคือ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ (ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร) และศาลหรือหน่วยงานปลายทางที่รับเอกสาร การพิจารณาทุกกรณีเป็นดุลพินิจของหน่วยงานตามระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ตรวจความสอดคล้อง แปลและรับรอง และประสานการยื่นให้ครบถ้วน แต่ไม่รับประกันผลการอนุมัติของหน่วยงานใด

ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) รับรองการลงลายมือชื่อต่อหน้า สำเนาถูกต้อง และคำสาบาน ตามข้อบังคับของสภาทนายความ

การรับรองลายมือชื่อไม่ได้รับรองว่าข้อความในเอกสารเป็นความจริงหรือชอบด้วยกฎหมาย ผู้ลงนามยังคงรับผิดชอบเนื้อหาเอง

หนังสือมอบอำนาจที่จะใช้ต่างประเทศควรตรวจแบบฟอร์มกับผู้รับปลายทางก่อน เพราะบางประเทศกำหนดถ้อยคำและพยานเฉพาะ

ข้อกฎหมายและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนยื่น

เอกสารที่รับรองแล้วอาจต้องผ่านกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทางต่อ หรือใช้ Apostille สำหรับรัฐภาคีตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป

สัญญาที่ใช้บังคับในไทยควรระบุกฎหมายที่ใช้บังคับ เขตอำนาจศาล และภาษาที่ถือเป็นฉบับหลัก เพื่อลดข้อพิพาทเรื่องการตีความ

การยื่นเอกสารต่อศาลไทยที่เป็นภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลภาษาไทยแนบ และศาลเป็นผู้ใช้ดุลพินิจรับคำแปลนั้น

หนังสือรับรองนิติบุคคลที่จะใช้ในต่างประเทศต้องผ่านการรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล หรือขอ Apostille สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญาซึ่งมีผลกับไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567

การเปลี่ยนแปลงกรรมการ ที่ตั้งสำนักงาน ทุนจดทะเบียน หรือวัตถุประสงค์ ต้องจดทะเบียนแก้ไขภายในกำหนดของกฎหมาย มิฉะนั้นเอกสารที่ใช้ยื่นหน่วยงานอื่นจะไม่ตรงกับสารบบ

ข้อควรระวังที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

กรณีที่พบบ่อยในกลุ่ม ที่ปรึกษากฎหมาย สัญญา และการรับรองลายมือชื่อ คือเอกสารครบแต่ไม่สอดคล้องกันเอง เช่น ชื่อสะกดต่างกันระหว่างคำแปลกับหนังสือเดินทาง ที่อยู่ไม่ตรงกับสารบบของนายทะเบียน หรือรอบเวลาของหลักฐานไม่ครอบคลุมช่วงที่ระเบียบกำหนด ปัญหาลักษณะนี้ทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนใหม่แม้เนื้อหาสาระจะถูกต้อง

อีกกลุ่มหนึ่งคือการวางลำดับงานผิด เอกสารบางฉบับต้องได้จากขั้นก่อนหน้าเสมอ เช่น ต้องมีหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดก่อนยื่นงานภาษีหรืองานอนุญาตเฉพาะ และเอกสารที่จะใช้ต่างประเทศต้องผ่านการรับรองต่อเนื่องตามลำดับที่ปลายทางกำหนด การตรวจลำดับก่อนเริ่มงานช่วยลดรอบการยื่นซ้ำได้มากที่สุด

สาเหตุที่คำขอไม่ผ่านหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • ผู้ลงนามไม่มาลงลายมือชื่อต่อหน้าผู้รับรอง
  • ใช้แบบฟอร์มทั่วไปทั้งที่ปลายทางกำหนดถ้อยคำเฉพาะ
  • ชื่อผู้ลงนามในเอกสารสะกดไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง
  • ไม่ได้ดำเนินการรับรองต่อเนื่องที่กรมการกงสุลหรือขอ Apostille ตามที่ปลายทางต้องการ
  • อำนาจลงนามของนิติบุคคลไม่ตรงกับหนังสือรับรองฉบับล่าสุด
  • วัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไม่ครอบคลุมกิจกรรมที่ประกอบจริง

อภิธานศัพท์งานธุรกิจ บัญชี และทะเบียน

VAT
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีมีหน้าที่จดทะเบียนตามประมวลรัษฎากร
ตม.30 (TM.30)
แบบแจ้งรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ซึ่งเจ้าบ้านหรือผู้จัดการที่พักมีหน้าที่แจ้ง
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีที่ผู้จ่ายเงินได้ต้องหักและนำส่งกรมสรรพากรพร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี
One Stop Service Centre
ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานแบบจุดเดียวสำหรับกิจการที่เข้าเงื่อนไข
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ผู้มีสิทธิตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินของนิติบุคคลตามกฎหมาย
DBD
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ นายทะเบียนนิติบุคคลและผู้รับงบการเงินประจำปี
ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
ทนายความที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ ทำหน้าที่รับรองลายมือชื่อ สำเนา และคำสาบาน

แหล่งอ้างอิงทางการ

IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านการเตรียมเอกสาร การแปล การรับรอง และการประสานยื่นคำขอ ไม่ใช่หน่วยงานราชการ ไม่ใช่สำนักงานบัญชีหรือสำนักงานกฎหมายแทนที่การให้ความเห็นเฉพาะกรณี และไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันระเบียบล่าสุดกับหน่วยงานผู้พิจารณาก่อนยื่นทุกครั้ง

กลุ่มบริการอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ต้องการคำตอบเฉพาะเคสของคุณ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล