ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ไม่สะดวกเดินทางมาเอง จะดำเนินการการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท แทนได้อย่างไร

นิติบุคคลไทยต้องจัดทำบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี ปิดงบการเงินประจำปีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต นำส่งงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และยื่นแบบภาษีตามประมวลรัษฎากรกับกรมสรรพากร โดยผู้มีรายรับจากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่ายและประกันสังคมมีรอบนำส่งรายเดือนแยกต่างหาก

สรุปคำตอบสั้น

นิติบุคคลไทยต้องจัดทำบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี ปิดงบการเงินประจำปีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต นำส่งงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และยื่นแบบภาษีตามประมวลรัษฎากรกับกรมสรรพากร โดยผู้มีรายรับจากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนภาษีหัก ณ ที่จ่ายและประกันสังคมมีรอบนำส่งรายเดือนแยกต่างหาก

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและประเมินเงื่อนไขจด VAT → วางระบบบัญชีและเอกสารต้นทาง → นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ VAT รายเดือน → ยื่นภาษีครึ่งปี → ปิดงบการเงินและตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต → นำส่งงบต่อ DBD และยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
รับผลและตรวจทานตรวจความถูกต้องของรายการในเอกสารที่ได้รับก่อนนำไปใช้ต่อIVC ร่วมกับผู้ขอ1 วันทำการ
ติดตามและชี้แจงติดตามสถานะและจัดทำเอกสารเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่เรียกIVCตามรอบพิจารณา
ยื่นคำขอยื่นต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบพร้อมชี้แจงข้อมูลประกอบผู้ขอหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของหน่วยงาน
แปลและรับรองแปลเอกสารและรับรองที่กรมการกงสุล สถานทูต หรือขอ Apostille ตามปลายทางIVC2–5 วันทำการ
จัดเตรียมเอกสารรวบรวมเอกสารบุคคล เอกสารนิติบุคคล และหลักฐานประกอบตามระเบียบผู้ขอและ IVC3–7 วันทำการ
วางลำดับงานกำหนดลำดับการยื่นและเอกสารตั้งต้นที่แต่ละขั้นต้องใช้IVC1–2 วันทำการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือรับรองนิติบุคคลและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
  • เอกสารต้นทางครบถ้วน ได้แก่ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ ใบส่งของ และสัญญาที่เกี่ยวข้อง
  • ทะเบียนทรัพย์สินและรายละเอียดการคำนวณค่าเสื่อมราคา
  • รายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย และรายงานสินค้าคงเหลือ
  • หลักฐานการนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงินสมทบประกันสังคมย้อนหลัง
  • หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีเมื่อจะใช้สิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อน

สาระสำคัญของ “ไม่สะดวกเดินทางมาเอง จะดำเนินการการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท แทนได้อย่างไร”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม บัญชี ภาษี และการยื่นแบบตามกฎหมายไทย ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงคือ กรมสรรพากร ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานประกันสังคม การพิจารณาทุกกรณีเป็นดุลพินิจของหน่วยงานตามระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ตรวจความสอดคล้อง แปลและรับรอง และประสานการยื่นให้ครบถ้วน แต่ไม่รับประกันผลการอนุมัติของหน่วยงานใด

อนุสัญญาภาษีซ้อนที่ไทยทำไว้กับหลายประเทศกำหนดวิธีขจัดภาษีซ้ำซ้อน แต่ต้องยื่นหลักฐานถิ่นที่อยู่ทางภาษีตามแบบที่กรมสรรพากรกำหนดจึงจะใช้สิทธิได้

ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีมีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร

งบการเงินของนิติบุคคลต้องผ่านการตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตามกำหนดเวลาในแต่ละรอบบัญชี

ข้อกฎหมายและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนยื่น

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นหน้าที่ของผู้จ่ายเงินได้ ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีและนำส่งภายในกำหนดของเดือนถัดไป

นายจ้างที่มีลูกจ้างต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคมและนำส่งเงินสมทบรายเดือน ซึ่งเป็นคนละหน้าที่กับการนำส่งภาษี

เอกสารทางบัญชีและภาษีที่จะใช้ต่างประเทศ เช่น หนังสือรับรองการเสียภาษีหรือถิ่นที่อยู่ทางภาษี ต้องผ่านการแปลและรับรองตามที่ปลายทางกำหนด

การถือหุ้นแทน (nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดสัดส่วนต่างชาติเป็นความผิดตามกฎหมาย และเป็นประเด็นที่หน่วยงานตรวจสอบที่มาของเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นไทย

หนังสือรับรองนิติบุคคลที่จะใช้ในต่างประเทศต้องผ่านการรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล หรือขอ Apostille สำหรับประเทศภาคีอนุสัญญาซึ่งมีผลกับไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567

ข้อควรระวังที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

กรณีที่พบบ่อยในกลุ่ม บัญชี ภาษี และการยื่นแบบตามกฎหมายไทย คือเอกสารครบแต่ไม่สอดคล้องกันเอง เช่น ชื่อสะกดต่างกันระหว่างคำแปลกับหนังสือเดินทาง ที่อยู่ไม่ตรงกับสารบบของนายทะเบียน หรือรอบเวลาของหลักฐานไม่ครอบคลุมช่วงที่ระเบียบกำหนด ปัญหาลักษณะนี้ทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนใหม่แม้เนื้อหาสาระจะถูกต้อง

อีกกลุ่มหนึ่งคือการวางลำดับงานผิด เอกสารบางฉบับต้องได้จากขั้นก่อนหน้าเสมอ เช่น ต้องมีหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดก่อนยื่นงานภาษีหรืองานอนุญาตเฉพาะ และเอกสารที่จะใช้ต่างประเทศต้องผ่านการรับรองต่อเนื่องตามลำดับที่ปลายทางกำหนด การตรวจลำดับก่อนเริ่มงานช่วยลดรอบการยื่นซ้ำได้มากที่สุด

สาเหตุที่คำขอไม่ผ่านหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • เอกสารต้นทางไม่ครบทำให้ภาษีซื้อบางรายการใช้เครดิตไม่ได้
  • ยื่นแบบล่าช้าหรือยื่นผิดแบบ ทำให้เกิดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย
  • ข้อมูลในงบการเงินไม่สอดคล้องกับแบบภาษีที่ยื่นไว้ในรอบเดียวกัน
  • ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งที่รายรับถึงเกณฑ์แล้ว
  • ใบกำกับภาษีมีรายการไม่ครบตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด
  • โครงสร้างผู้ถือหุ้นทำให้เข้าข่ายคนต่างด้าวโดยยังไม่ได้ขออนุญาตล่วงหน้า

อภิธานศัพท์งานธุรกิจ บัญชี และทะเบียน

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีที่ผู้จ่ายเงินได้ต้องหักและนำส่งกรมสรรพากรพร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี
One Stop Service Centre
ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานแบบจุดเดียวสำหรับกิจการที่เข้าเงื่อนไข
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ผู้มีสิทธิตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินของนิติบุคคลตามกฎหมาย
DBD
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ นายทะเบียนนิติบุคคลและผู้รับงบการเงินประจำปี
ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
ทนายความที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ ทำหน้าที่รับรองลายมือชื่อ สำเนา และคำสาบาน
หนังสือรับรองนิติบุคคล
เอกสารที่นายทะเบียนออกให้ แสดงกรรมการ อำนาจลงนาม ทุน และที่ตั้งสำนักงาน ณ วันที่คัด
Apostille
การรับรองเอกสารตามอนุสัญญากรุงเฮก ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567

แหล่งอ้างอิงทางการ

IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านการเตรียมเอกสาร การแปล การรับรอง และการประสานยื่นคำขอ ไม่ใช่หน่วยงานราชการ ไม่ใช่สำนักงานบัญชีหรือสำนักงานกฎหมายแทนที่การให้ความเห็นเฉพาะกรณี และไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันระเบียบล่าสุดกับหน่วยงานผู้พิจารณาก่อนยื่นทุกครั้ง

กลุ่มบริการอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ต้องการคำตอบเฉพาะเคสของคุณ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล