ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

การขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ต้องดำเนินการกับหน่วยงานใดเป็นผู้พิจารณา

สิทธิประโยชน์ BOI ให้ตามประเภทกิจการที่ประกาศไว้ ไม่ได้ให้ตามขนาดทุนเพียงอย่างเดียว ผู้ขอต้องยื่นคำขอรับการส่งเสริมพร้อมแผนธุรกิจ ผ่านการชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ และเมื่อได้รับบัตรส่งเสริมจึงจะใช้สิทธิด้านภาษี การถือหุ้นต่างชาติ วีซ่าและใบอนุญาตทำงานผ่านศูนย์บริการจุดเดียวได้ ส่วนกิจการที่ไม่เข้าข่ายส่งเสริมอาจต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจคนต่างด้าวจากกระทรวงพาณิชย์แทน

สรุปคำตอบสั้น

สิทธิประโยชน์ BOI ให้ตามประเภทกิจการที่ประกาศไว้ ไม่ได้ให้ตามขนาดทุนเพียงอย่างเดียว ผู้ขอต้องยื่นคำขอรับการส่งเสริมพร้อมแผนธุรกิจ ผ่านการชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ และเมื่อได้รับบัตรส่งเสริมจึงจะใช้สิทธิด้านภาษี การถือหุ้นต่างชาติ วีซ่าและใบอนุญาตทำงานผ่านศูนย์บริการจุดเดียวได้ ส่วนกิจการที่ไม่เข้าข่ายส่งเสริมอาจต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจคนต่างด้าวจากกระทรวงพาณิชย์แทน

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

ตรวจว่ากิจกรรมอยู่ในบัญชีประเภทกิจการที่ได้รับการส่งเสริมหรือไม่ → ยื่นคำขอรับการส่งเสริมพร้อมแผนการลงทุนและแผนบุคลากร → ชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการ → รับบัตรส่งเสริมและปฏิบัติตามเงื่อนไข → ใช้สิทธิวีซ่าและใบอนุญาตทำงานผ่านระบบ e-Expert / One Stop Service → รายงานผลการดำเนินงานตามรอบที่กำหนด

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
วางลำดับงานกำหนดลำดับการยื่นและเอกสารตั้งต้นที่แต่ละขั้นต้องใช้IVC1–2 วันทำการ
ประเมินกรณีตรวจข้อเท็จจริง เอกสารที่มีอยู่ และหน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณาIVC ร่วมกับผู้ขอ1–2 วันทำการ
งานต่อเนื่องหลังได้รับผลวางแผนการต่ออายุ การรายงาน และการยื่นแบบตามรอบที่กฎหมายกำหนดผู้ขอตามรอบของกฎหมาย
รับผลและตรวจทานตรวจความถูกต้องของรายการในเอกสารที่ได้รับก่อนนำไปใช้ต่อIVC ร่วมกับผู้ขอ1 วันทำการ
ติดตามและชี้แจงติดตามสถานะและจัดทำเอกสารเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่เรียกIVCตามรอบพิจารณา
ยื่นคำขอยื่นต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบพร้อมชี้แจงข้อมูลประกอบผู้ขอหรือผู้รับมอบอำนาจตามคิวของหน่วยงาน

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • แผนธุรกิจที่ระบุกิจกรรม กำลังการผลิตหรือขอบเขตบริการ และแผนการลงทุนรายปี
  • งบการเงินหรือหลักฐานฐานะการเงินของผู้ถือหุ้นหลัก
  • โครงสร้างการถือหุ้นและเอกสารนิติบุคคลของบริษัทแม่ในต่างประเทศพร้อมคำแปลรับรอง
  • แผนบุคลากรที่ระบุตำแหน่งผู้ชำนาญการต่างชาติและสัดส่วนพนักงานไทย
  • รายละเอียดเครื่องจักร เทคโนโลยี หรือระบบงานที่ใช้ในกิจการ
  • เอกสารสิทธิใช้สถานที่ตั้งโรงงานหรือสำนักงาน

สาระสำคัญของ “การขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ต้องดำเนินการกับหน่วยงานใดเป็นผู้พิจารณา”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม BOI ส่งเสริมการลงทุนและใบอนุญาตประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ซึ่งหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงคือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การพิจารณาทุกกรณีเป็นดุลพินิจของหน่วยงานตามระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมเอกสาร ตรวจความสอดคล้อง แปลและรับรอง และประสานการยื่นให้ครบถ้วน แต่ไม่รับประกันผลการอนุมัติของหน่วยงานใด

สนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-สหรัฐอเมริกาให้สิทธิเฉพาะแก่นิติบุคคลอเมริกันในบางธุรกิจ โดยต้องขอหนังสือรับรองผ่านขั้นตอนที่กำหนด

สิทธิด้านที่ดินและการนำช่างฝีมือต่างชาติเข้ามาทำงานเป็นสิทธิที่ผูกกับบัตรส่งเสริมแต่ละฉบับ ไม่ใช่สิทธิที่ติดตัวผู้ถือหุ้น

การส่งเสริมการลงทุนพิจารณาจากประเภทกิจการตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ไม่ใช่จากเจตนาหรือขนาดของเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว

ข้อกฎหมายและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนยื่น

บัตรส่งเสริมมาพร้อมเงื่อนไข เช่น กรอบเวลาการลงทุน อัตราส่วนบุคลากร และการรายงานผล การไม่ปฏิบัติตามอาจนำไปสู่การเพิกถอนสิทธิ

กิจการที่ได้รับการส่งเสริมใช้ระบบ e-Expert และศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานแบบจุดเดียวสำหรับผู้ชำนาญการต่างชาติ ทำให้ขั้นตอนต่างจากบริษัททั่วไป

กิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมและมีต่างชาติถือหุ้นข้างมากอาจต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจคนต่างด้าวหรือหนังสือรับรองตามสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มดำเนินการ

สัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติเกินกึ่งหนึ่งทำให้กิจการเข้าข่ายคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งบัญชีแนบท้ายกำหนดธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตก่อน

การถือหุ้นแทน (nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดสัดส่วนต่างชาติเป็นความผิดตามกฎหมาย และเป็นประเด็นที่หน่วยงานตรวจสอบที่มาของเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นไทย

ข้อควรระวังที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

กรณีที่พบบ่อยในกลุ่ม BOI ส่งเสริมการลงทุนและใบอนุญาตประกอบธุรกิจคนต่างด้าว คือเอกสารครบแต่ไม่สอดคล้องกันเอง เช่น ชื่อสะกดต่างกันระหว่างคำแปลกับหนังสือเดินทาง ที่อยู่ไม่ตรงกับสารบบของนายทะเบียน หรือรอบเวลาของหลักฐานไม่ครอบคลุมช่วงที่ระเบียบกำหนด ปัญหาลักษณะนี้ทำให้ต้องเริ่มขั้นตอนใหม่แม้เนื้อหาสาระจะถูกต้อง

อีกกลุ่มหนึ่งคือการวางลำดับงานผิด เอกสารบางฉบับต้องได้จากขั้นก่อนหน้าเสมอ เช่น ต้องมีหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุดก่อนยื่นงานภาษีหรืองานอนุญาตเฉพาะ และเอกสารที่จะใช้ต่างประเทศต้องผ่านการรับรองต่อเนื่องตามลำดับที่ปลายทางกำหนด การตรวจลำดับก่อนเริ่มงานช่วยลดรอบการยื่นซ้ำได้มากที่สุด

สาเหตุที่คำขอไม่ผ่านหรือล่าช้าบ่อยที่สุด

  • กิจกรรมที่ยื่นไม่ตรงกับประเภทกิจการในบัญชีที่ได้รับการส่งเสริม
  • แผนการลงทุนและแผนบุคลากรไม่สอดคล้องกับขอบเขตงานที่ระบุ
  • เอกสารนิติบุคคลต่างประเทศไม่ได้รับรองหรือคำแปลไม่ครบถ้วน
  • ไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินลงทุนหรือความพร้อมด้านเทคโนโลยีได้
  • ยื่นขอสิทธิวีซ่าและใบอนุญาตทำงานก่อนที่บัตรส่งเสริมจะมีผล
  • ชื่อนิติบุคคลคล้ายกับชื่อที่มีผู้จดไว้แล้วหรือขัดหลักเกณฑ์การตั้งชื่อ

อภิธานศัพท์งานธุรกิจ บัญชี และทะเบียน

หนังสือรับรองนิติบุคคล
เอกสารที่นายทะเบียนออกให้ แสดงกรรมการ อำนาจลงนาม ทุน และที่ตั้งสำนักงาน ณ วันที่คัด
Apostille
การรับรองเอกสารตามอนุสัญญากรุงเฮก ซึ่งมีผลกับประเทศไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
FBA / พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
กฎหมายที่กำหนดธุรกิจซึ่งคนต่างด้าวต้องได้รับอนุญาตก่อนประกอบกิจการในไทย
ทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว
ทะเบียนที่บันทึกการสมรสหรือหย่าที่ทำในต่างประเทศให้ปรากฏในสารบบของไทย
บัตรส่งเสริม BOI
เอกสารที่ระบุสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขที่ผู้ได้รับการส่งเสริมต้องปฏิบัติตาม
Police Clearance Certificate
หนังสือรับรองความประพฤติที่ออกโดยกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
VAT
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีมีหน้าที่จดทะเบียนตามประมวลรัษฎากร

แหล่งอ้างอิงทางการ

IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านการเตรียมเอกสาร การแปล การรับรอง และการประสานยื่นคำขอ ไม่ใช่หน่วยงานราชการ ไม่ใช่สำนักงานบัญชีหรือสำนักงานกฎหมายแทนที่การให้ความเห็นเฉพาะกรณี และไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด ค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามประกาศของหน่วยงานและอาจเปลี่ยนแปลงได้

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026 — โปรดยืนยันระเบียบล่าสุดกับหน่วยงานผู้พิจารณาก่อนยื่นทุกครั้ง

กลุ่มบริการอื่นที่มักใช้ร่วมกัน

ต้องการคำตอบเฉพาะเคสของคุณ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล