ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

รับรองเอกสารบริษัทเพื่อใช้ต่างประเทศ ขั้นตอนล่าสุด

เอกสารบริษัทไทยที่จะใช้ในต่างประเทศ เช่น หนังสือรับรอง บอจ.5 งบการเงิน หนังสือมอบอำนาจ และมติที่ประชุม ต้องแปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนด แล้วผ่านการรับรองตามเส้นทางที่ถูกต้อง ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2567 ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ทำให้เอกสารที่ใช้ในประเทศภาคีใช้ Apostille แทนการรับรองสถานทูตได้

สรุปคำตอบสั้น

เอกสารบริษัทไทยที่จะใช้ในต่างประเทศ เช่น หนังสือรับรอง บอจ.5 งบการเงิน หนังสือมอบอำนาจ และมติที่ประชุม ต้องแปลเป็นภาษาที่ปลายทางกำหนด แล้วผ่านการรับรองตามเส้นทางที่ถูกต้อง ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2567 ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille ทำให้เอกสารที่ใช้ในประเทศภาคีใช้ Apostille แทนการรับรองสถานทูตได้

เส้นทางการดำเนินงานของกรณีนี้

ขอเอกสารต้นฉบับฉบับล่าสุดจากหน่วยงานผู้ออก → แปลโดยผู้แปลที่ปลายทางยอมรับ → รับรองลายมือชื่อโดย Notary Public เมื่อจำเป็น → ยื่นนิติกรณ์หรือ Apostille ที่กรมการกงสุล → รับรองสถานทูตปลายทางกรณีประเทศนอกภาคี → ส่งเอกสารและติดตามการยอมรับของหน่วยงานปลายทาง

ไทม์ไลน์การทำงานทีละขั้น

ขั้นตอนรายละเอียดผู้รับผิดชอบกรอบเวลา
ติดตามและชี้แจงตอบข้อซักถามเพิ่มเติม แก้ไขเอกสาร และติดตามผลจนได้รับอนุมัติIVCตามกรอบเวลาของหน่วยงาน
ติดตามและชี้แจงตอบข้อซักถามเพิ่มเติม แก้ไขเอกสาร และติดตามผลจนได้รับอนุมัติIVCตามกรอบเวลาของหน่วยงาน
ติดตามและชี้แจงตอบข้อซักถามเพิ่มเติม แก้ไขเอกสาร และติดตามผลจนได้รับอนุมัติIVCตามกรอบเวลาของหน่วยงาน
ติดตามและชี้แจงตอบข้อซักถามเพิ่มเติม แก้ไขเอกสาร และติดตามผลจนได้รับอนุมัติIVCตามกรอบเวลาของหน่วยงาน
ติดตามและชี้แจงตอบข้อซักถามเพิ่มเติม แก้ไขเอกสาร และติดตามผลจนได้รับอนุมัติIVCตามกรอบเวลาของหน่วยงาน
ติดตามและชี้แจงตอบข้อซักถามเพิ่มเติม แก้ไขเอกสาร และติดตามผลจนได้รับอนุมัติIVCตามกรอบเวลาของหน่วยงาน

เอกสารและข้อมูลที่ต้องเตรียม

  • หนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุดและ บอจ.5
  • งบการเงินหรือเอกสารการเงินที่ปลายทางร้องขอ
  • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามโดยผู้มีอำนาจ
  • สำเนาหนังสือเดินทางหรือบัตรประชาชนของผู้ลงนาม
  • ข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง เช่น ภาษา รูปแบบ และเส้นทางรับรอง
  • กำหนดวันที่ต้องใช้เอกสารเพื่อวางแผนย้อนกลับ

สาระสำคัญของ “รับรองเอกสารบริษัทเพื่อใช้ต่างประเทศ ขั้นตอนล่าสุด”

หัวข้อนี้อยู่ในกลุ่ม เอกสารบริษัทเพื่อใช้ต่างประเทศ และการรับรองเอกสาร หน่วยงานหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (นิติกรณ์/Apostille) และสถานทูตหรือสถานกงสุลปลายทาง การพิจารณาทุกกรณีเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่ใช้บังคับ ณ วันยื่น IVC ทำหน้าที่เตรียมงาน ตรวจความสอดคล้อง และประสานงานให้ตรงรูปแบบที่ปลายทางกำหนด แต่ไม่ใช่หน่วยงานราชการและไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

คำแปลต้องสะกดชื่อบริษัทและชื่อกรรมการให้ตรงกับหนังสือเดินทางหรือเอกสารทางการทุกฉบับ

หนังสือมอบอำนาจที่ใช้ต่างประเทศมักต้องระบุขอบเขตอำนาจชัดเจนและผ่านโนตารีก่อนรับรองขั้นถัดไป

การรับรองแต่ละขั้นมีคิวและรอบเวลาต่างกัน การวางแผนย้อนกลับจากวันใช้งานจริงช่วยลดความเสี่ยงงานไม่ทัน

ข้อกำหนดและระเบียบที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม

เอกสารที่แก้ไขด้วยปากกาหรือมีรอยลบมักถูกปฏิเสธที่ขั้นตอนรับรอง ควรออกฉบับใหม่แทน

ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille มีผลตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567 เส้นทางรับรองจึงต่างกันระหว่างประเทศภาคีและนอกภาคี

หน่วยงานปลายทางหลายแห่งกำหนดอายุเอกสาร เช่น หนังสือรับรองต้องออกไม่เกิน 3–6 เดือน ควรขอฉบับใหม่ก่อนเริ่มกระบวนการ

หนังสือรับรองนิติบุคคลที่หน่วยงานปลายทางรับพิจารณามักต้องมีอายุไม่เกิน 3–6 เดือนนับจากวันที่ออก ควรขอฉบับใหม่ก่อนยื่นงานสำคัญ

วัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนควรครอบคลุมกิจกรรมที่จะทำจริง เพราะการขอใบอนุญาตหรือใบอนุญาตทำงานภายหลังจะถูกตรวจเทียบกับวัตถุประสงค์ที่จดไว้

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียเวลามากที่สุด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการจดทะเบียนโครงสร้างก่อนตรวจว่ากิจกรรมจริงเข้าข่ายธุรกิจที่จำกัดสำหรับคนต่างด้าวหรือไม่ เมื่อถึงขั้นขอใบอนุญาตหรือใบอนุญาตทำงานจึงต้องย้อนกลับไปแก้วัตถุประสงค์และโครงสร้างผู้ถือหุ้น ซึ่งใช้เวลามากกว่าการวางแผนตั้งแต่ต้นหลายเท่า

อีกกลุ่มหนึ่งคือการปล่อยให้เอกสารทะเบียนไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น ไม่ปรับ บอจ.5 หลังโอนหุ้น ไม่แก้ที่อยู่สำนักงานหลังย้าย หรือใช้หนังสือรับรองที่หมดอายุตามเกณฑ์ปลายทาง ทำให้ชุดเอกสารถูกตีกลับทั้งชุดทั้งที่เนื้องานถูกต้อง

สาเหตุที่งานล่าช้าหรือถูกตีกลับบ่อยที่สุด

  • เอกสารต้นฉบับเก่ากว่าอายุที่ปลายทางกำหนด
  • คำแปลสะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทางหรือเอกสารทางการ
  • ข้ามขั้นตอนรับรอง เช่น ยื่นสถานทูตโดยยังไม่ผ่านนิติกรณ์
  • หนังสือมอบอำนาจไม่ระบุขอบเขตอำนาจหรือลงนามโดยผู้ไม่มีอำนาจ
  • เอกสารมีรอยแก้ไขหรือสำเนาไม่ชัดเจน
  • ชื่อที่จองซ้ำหรือคล้ายกับนิติบุคคลเดิมจนอาจทำให้สับสน

ศัพท์ที่ควรรู้ในงานเอกสารบริษัทเพื่อใช้ต่างประเทศ และการรับรองเอกสาร

ภ.พ.20
ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากรออกให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 สำหรับกิจการที่อยู่ในบัญชีจำกัด
บัตรส่งเสริม
เอกสารที่ BOI ออกให้ผู้ได้รับการส่งเสริม ระบุประเภทกิจการ สิทธิประโยชน์ และเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติ
บอจ.5
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ต้องนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงและพร้อมงบการเงินประจำปี
หนังสือบริคณห์สนธิ
เอกสารก่อตั้งบริษัทที่ระบุชื่อ ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน และผู้เริ่มก่อการ
Apostille
การรับรองเอกสารรูปแบบเดียวตามอนุสัญญากรุงเฮก ใช้ระหว่างประเทศภาคี มีผลกับไทยตั้งแต่ 22 ธันวาคม 2567
One Stop Service Center
ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมหรือเข้าเงื่อนไขที่กำหนด

แหล่งอ้างอิงหน่วยงาน

ข้อควรระวังและขอบเขตความรับผิดชอบ

IVC เป็นผู้ให้บริการเอกชนด้านที่ปรึกษา การเตรียมเอกสาร การแปลและการรับรองเอกสาร ไม่ใช่หน่วยงานราชการและไม่ใช่ตัวแทนของหน่วยงานใด เนื้อหาในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเตรียมงาน ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายหรือทางภาษีเฉพาะกรณี ระเบียบและแบบฟอร์มของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ เราไม่รับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด และไม่ระบุค่าบริการในหน้าเว็บ กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026

บริการที่มักใช้ร่วมกับการตั้งบริษัทและ BOI

ต้องการคำตอบเฉพาะเคสของคุณ สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล